โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KTC ปรับแผนมุ่งรักษากำไร ชูพี่เบิ้มสินเชื่อมีหลักประกัน

ทันหุ้น

อัพเดต 10 ก.ย 2563 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2563 เวลา 07.39 น.

ทันหุ้น - สู้โควิด – KTC ปรับกลยุทธ์ธุรกิจรุกสินเชื่อมีหลักประกันผ่านพิโกไฟแนนซ์ ชู สินเชื่อจำนำทะเบียน “พี่เบิ้ม” เป็นหัวหอกขยายฐานเข้าสู่สินเชื่อประเภทอื่นๆ ควบคู่ปรับเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลให้เหมาะสม และเกณฑ์การชำระเงินให้ยืดหยุ่น ย้ำรักษาศักยภาพการทำกำไรสูงสุด ด้านนักวิเคราะห์คาดทั้งปีกำไร 5 พันล้านบาทแนะ ทยอยสะสม” เป้า 32.50 บาท

นายชุติเดช ชยุติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา ลูกค้าที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ก็สามารถกลับมาจ่ายค่างวดคงค้างได้ตามปกติแล้ว ขณะเดียวกันบริษัทมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าด้วยการดำเนินโครงการเปลี่ยนการจ่ายหนี้บัตรกดเงินสดเป็นหนี้เงินกู้สินเชื่อส่วนบุคคลระยะยาวดอกเบี้ย 22% ต่อปี นาน 48 เดือนอีกด้วย

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ด้วยการรุกตลาด “สินเชื่อมีหลักประกัน” มากขึ้น เริ่มต้นด้วยสินเชื่อจำนำทะเบียน “พี่เบิ้ม” ที่เริ่มขยายฐานการตลาดมากขึ้นตั้งแต่กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ควบคู่กับการขยายฐานเข้าไปไปยังสินเชื่อประเภทอื่นๆ เพิ่มเติม ผ่านเกณฑ์สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์

สำหรับตลาด “บัตรเครดิต” และสินเชื่อบุคคล ยังมีความจำเป็นกับลูกค้าเนื่องจากสามารถใช้เป็นวงเงินฉุกเฉินได้ โดยเฉพาะเวลาเจ็บป่วย ทางบริษัทจะพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่นเดียวกับการพิจารณากำหนดเกณฑ์การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เข้มปล่อยสินเชื่อ

นายชุติเดช กล่าวว่า กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ทำให้บริษัทพิจารณาปรับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อให้มีความรัดกุมมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับดอกเบี้ยที่ลดลง สำหรับเกณฑ์ที่ช่วยลูกหนี้ มีตั้งแต่การลดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตจาก 18% เหลือ 16%, การลดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีวงเงินหมุนเวียน เช่น บัตรกดเงินสด จาก 28% เหลือ 25%  ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวด ลดเพดานดอกเบี้ยเหลือ 25% รวมถึงสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่ลดดอกเบี้ยเหลือ 24% เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา

“การปรับแผนธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และรักษาศักยภาพการทำกำไรของบริษัทให้คงอยู่ในอัตราที่เหมาะสม จึงจะเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกันมากขึ้น แต่สินเชื่อไม่มีหลักประกันก็จะต้องทำอย่างเหมาะสมเพราะยังคงมีความจำเป็นกับลูกค้า บริษัทจึงจะยังคงพิจารณาสินเชื่อใหม่อย่างต่อเนื่องไม่ปิดกั้น แต่อาจเรียกเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาเข้มข้นมากขึ้น ส่วนการตั้งสำรองซึ่งบริษัททำมาอย่างรัดกุมมากๆ ก็อาจพิจารณาดำเนินการอย่างรัดกุมในระดับเดียวกับอุตสาหกรรม”

แนะ “ทยอยสะสม”

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2563 ของ KTC ที่ 5,000  ล้านบาท ลดลง 8.9%เมื่อเทียบกับปี 2562 (YoY) โดยคาดว่าบริษัทจะยังคงตั้งสำรองในอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และผลกระทบจากมาตรการลดดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อยของธปท. จึงแนะนำ “ทยอยสะสม” ราคาเหมาะสมที่ 32.50 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...