โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กลางดง-ปางอโศก" สร้างเสร็จ ก.ย. 62 รถไฟไทย-จีนประมูลเพิ่ม 5 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ส.ค. 2562 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2562 เวลา 10.45 น.

คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต

ยังคงอยู่ในความสนใจ โครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไทย เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. มูลค่า 179,413 ล้านบาท

โปรเจ็กต์ความร่วมมือของประเทศไทยและประเทศจีน ที่ผลักดันกันมาตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2557 นับแต่ก้าวแรกที่ “รัฐบาล คสช.” เข้ามาบริหารประเทศ

มี “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการ ตัดแบ่งการก่อสร้างเป็น 14 สัญญา แต่กว่าจะได้ฤกษ์เริ่มต้นคิกออฟโครงการก็ล่วงเข้าสู่ปลายปี 2560

โดย “กรมทางหลวง” เป็นผู้เนรมิตงานถมคันดินช่วงแรกระยะทาง 3.5 กม. จากสถานีกลางดง-ปางอโศก วงเงิน 425 ล้านบาท

ถึงระยะทางจะสั้น แต่ด้วยประเทศไทยไม่เคยมีประสบการณ์ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมาก่อน จึงทำให้งานที่ดูเหมือนจะง่ายกลายเป็นงานยากไปโดยปริยาย เพราะทุกอย่างต้องผ่านการตรวจสอบจาก “จีน” เจ้าของเทคโนโลยีที่รีเช็กละเอียดยิบ

เฟสแรก 3.5 กม.คืบหน้า 58%

นับจากวันที่เริ่มลงเข็มก่อสร้างปลายปี 2560 ผ่านมาถึงปัจจุบันมีความก้าวหน้า 58% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ ล่าช้าจากแผนเดิมต้องเสร็จตั้งแต่เดือน ต.ค. 2561

นายไพจิตร แสงทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 6 (เพชรบูรณ์) นายช่างผู้ควบคุมโครงการฉายภาพให้ฟังว่า การดำเนินงานก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในส่วนของกรมทางหลวงถือเป็นต้นแบบในการดำเนินงานในช่วงต่อ ๆ ไปของโครงการ

การดำเนินการจะมีการตรวจสอบและทดสอบคุณสมบัติต่าง ๆ ของวัสดุ อุปกรณ์ ตลอดการดำเนินงานจากที่ปรึกษาของจีนอย่างละเอียดตั้งแต่การจัดหาวัสดุ การตรวจสอบวัสดุ การควบคุมงาน การปฏิบัติงานแต่ละชิ้นงานจะมีการทดสอบ ซึ่งต้องทำให้ได้ตามมาตรฐานที่จีนกำหนด ต้องผ่านการตรวจสอบให้ตรงตามกำหนด 100%

“ปัจจุบันการก่อสร้างอยู่ชั้นวัสดุก่อสร้างไปถึงชั้น top layer กำลังขึ้นชั้นที่ 2 จากทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นที่หนึ่งปูไปได้ประมาณ 2 กม. จะเห็นความคืบหน้าชัดเจนเมื่อชั้น top layer แล้วเสร็จในช่วงเดือน ก.ค. สำหรับการก่อสร้างส่วนที่เหลือจะเป็นงานคอนกรีตที่จะใช้เวลาน้อยกว่างานโยธาในช่วงแรก”

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังเปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยงที่คอยสนับสนุนเรื่องขององค์ความรู้ของมาตรฐานการทำงานต่าง ๆ ที่จะมีบริษัทผู้รับจ้างในสัญญาการก่อสร้างทางช่วงที่ 2-5 เข้ามาศึกษาดูงาน ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกรมทางหลวงในโอกาสสำคัญในการเก็บรวบรวมประสบการณ์และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่สามารถนำมาเป็นแนวทางในการกำหนดมาตรฐานและจัดทำเป็นคู่มือสำหรับใช้ในการดำเนินงานของกรมทางหลวงต่อไป

รอบอร์ดเคาะเซ็น 2 สัญญา

ขณะที่กรมทางหลวงกำลังปิดจ็อบเฟสแรก งานสัญญาที่ 2 ระยะทาง 11 กม. สร้างจาก “สีคิ้ว-กุดจิก” มี “บริษัท ซีวิลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด” เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ด้วยวงเงิน 3,115 ล้านบาท ปัจจุบันเข้าพื้นที่ก่อสร้างแล้วเมื่อสิ้นเดือน เม.ย. 2562 มีความคืบหน้า 1.5% ตามแผนจะแล้วเสร็จไตรมาส 2 ของปี 2563

งานก่อสร้างที่เหลืออีก 238.5 กม. ทาง “ร.ฟ.ท.” กำลังทยอยประมูล ตั้งเป้าจะได้ผู้รับเหมาก่อสร้างและเริ่มงานทุกสัญญาในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ มีกำหนดสร้างเสร็จไตรมาส 2 ของปี 2565

กำลังรออนุมัติผลประมูล 2 สัญญา จากคณะกรรมการ (บอร์ด) วันที่ 5 ส.ค.นี้ ได้แก่ สัญญาช่วงนวนคร-บ้านโพ ระยะทาง 23 กม. ราคากลาง 13,293 ล้านบาท มีกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท ไชน่าสเตทคอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดอยู่ที่ 11,525 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 1,768 ล้านบาท หรือ 13.30%และสัญญาช่วงดอนเมือง-นวนคร ระยะทาง 21.80 กม. ราคากลาง 10,917 ล้านบาท มีกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท ซิโนไฮโดร จำกัด บริษัท สหการวิศวกร จำกัด และบริษัท ทิพากร จำกัด เสนอราคาต่ำสุด 8,626 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 2,291 ล้านบาท หรือ 20.98%

ขณะเดียวกันกำลังตรวจสอบผลการเสนอราคาอีก 3 สัญญา รวม 99.26 กม. วงเงิน 33,958 ล้านบาท ประกอบด้วย สัญญาช่วงแก่งคอย-กลางดง และปางอโศก-บ้านม้า 30.21 กม. เป็นงานระดับดิน 10.18 กม. และยกระดับ 20.03 กม. วงเงิน 11,064 ล้านบาท มี บจ.ไทยเอ็นจิเนียริ่ง เสนอราคาต่ำสุด 9,330 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 15.7% หรือ 1,736 ล้านบาท

สัญญาช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด 37.45 กม. เป็นงานระดับดิน 14.12 กม. และยกระดับ 23.33 กม. วงเงิน 11,656 ล้านบาท มี บจ.บีพีเอ็นพี (BINA จากมาเลเซีย-นภาก่อสร้าง) เสนอราคาต่ำสุด 9,788 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 16% หรือ 1,864 ล้านบาทและสัญญาช่วงพระแก้ว-สระบุรี 31.60 กม. เป็นงานระดับดิน 7.02 กม. และยกระดับ 24.58 กม. วงเงิน 11,240 ล้านบาท มี บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เสนอราคาต่ำสุด 9,429 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 16.1% หรือ 1,809 ล้านบาท โดยทั้ง 3 สัญญาผู้รับเหมายื่นต่ำกว่าราคากลาง คิดเป็นวงเงินรวม 9,468 ล้านบาท

30 ส.ค.ประมูล 5.4 หมื่นล้าน

ล่าสุดเพิ่งประกาศทีโออาร์ประมูลอีก 6 สัญญา วงเงินรวม 54,975.219 ล้านบาท ได้แก่ สัญญาช่วงสระบุรี-แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กม. วงเงิน 10,421.014 ล้านบาท, สัญญาช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. วงเงิน 11,801.216 ล้านบาท, สัญญางานศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 6,093.037 ล้านบาท, สัญญาช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กม. วงเงิน 9,257.373 ล้านบาท, สัญญาช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง ระยะทาง 26.10 กม. วงเงิน 12,043.417 ล้านบาท และสัญญางานอุโมงค์ช่วงมวกเหล็กและลำตะคอง ระยะทาง 12.23 กม. วงเงิน 5,359.162 ล้านบาท จะให้เคาะราคาภายในวันที่ 30 ส.ค.นี้

ยังเหลือช่วงสุดท้าย บางซื่อ-ดอนเมือง วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ระยะทางกว่า 10 กม. ทาง ร.ฟ.ท.ต้องชะลอการประมูลไว้ก่อน เนื่องจากต้องรอความชัดเจนพื้นที่ทับซ้อนกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่กลุ่ม ซี.พี.เป็นผู้ก่อสร้าง

ด้านความก้าวหน้าของสัญญา 2.3 งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องจักรกลที่ต้องใช้เทคโนโลยีจากจีนเคาะราคาสุดท้ายแล้วอยู่ที่ 50,600 ล้านบาท ซึ่งในก้อนนี้เป็นค่างานโยธาที่ใส่ไว้ผิดที่ผิดทาง 7,000 ล้านบาท แล้วก็เป็นงบฯที่เพิ่มจากการเปลี่ยนรุ่นรถจาก “เหอเสีย” ราคาขบวนละ 700-800 ล้านบาท เป็นรถรุ่นใหม่ชื่อ “ฟู่ซิ่งเฮ่า” ทำให้ราคาต่อขบวนอัพขึ้นอยู่ที่ขบวนละ 1,200 ล้านบาท

ยังเกินจากกรอบที่ “ครม.-คณะรัฐมนตรี” อนุมัติไว้ 38,558 ล้านบาท ต้องเสนอให้ ครม.อนุมัติถึงจะเซ็นสัญญาได้ ขณะที่รอสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญา

หากไม่มีอะไรเข้าแทรก ไม่เกินสิ้นปีนี้ ทุกอย่างน่าจะเดินหน้าฉลุยทั้งงานโยธาและระบบ

แต่ก็ยังมีงานใหญ่ที่ ร.ฟ.ท.ต้องเร่งเคลียร์ นั่นคือการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง จนถึงขณะนี้ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินยังไม่คลอด โดยตลอดแนวมีเวนคืนที่ดิน 2,815 ไร่ วงเงิน 13,096 ล้านบาท งานหินต้องย้ายท่อก๊าซ ปตท.ออกจากแนวเส้นทาง 40 กม.ช่วงกรุงเทพฯ-ชุมทางบ้านภาชี ซึ่งจะต้องปรับแบบและขยับแนวใหม่

โครงการจะเปิดหวูดได้ปีไหน คงต้องลุ้นกันอีกที เพราะเวลานี้เป้าในปี 2564 คงเข็นไม่ขึ้นแล้ว !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...