ไม่ต้องกลัว โควิด-19 ‘คาซ่าลาแปง’ ส่งกาแฟเดลิเวอรี่ถึงออฟฟิศ
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 มี.ค. 2563 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 10.30 น. • The Bangkok Insightคาซ่า ลาแปง ใช้ศักยภาพเครือเจมาร์ท ร่วมพัฒนา "Rabbit Walk" กาแฟเดลิเวอรี่ คลิกเดียวพร้อมส่งถึงออฟฟิศ รับเทรนด์โควิด-19 ดันพฤติกรรมลูกค้าใช้บริการออนไลน์เพิ่ม ประเดิมสาขาแรกเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเล็งขยายต่อเนื่อง
นายเอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า บริษัท บีนส์แอนด์บราวน์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารและร้านกาแฟ แบรนด์ "คาซ่า ลาแปง" (Casa Lapin) และ "แร็ป คอฟฟี่" (Rabb Coffee) และเป็นบริษัทในเครือเจมาร์ทที่ถือหุ้น 70% ได้นำกลยุทธ์ออฟไลน์ทูออนไลน์มาใช้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
ทั้งนี้ บีนส์แอนด์บราวน์ ได้ร่วมมือกับบริษัท เจเวนเจอร์ส จำกัด ในเครือเจมาร์ท และมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม "Rabbit Walk" บริการสั่งกาแฟผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งจะมีพนักงานของร้านเดินไปส่งสินค้าหรือเดลิเวอรี่ โดยระยะแรกจะเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายพนักงานออฟฟิศ และลูกค้าในอาคารสำนักงาน เริ่มจากการให้บริการเดลิเวอรี่ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายเพิ่มประมาณ 8 สาขา อาทิ สาขาเซ็นทรัลบางนา, ลาดพร้าว ,ราชเทวี เป็นต้น
สำหรับ Rabbit Walk เบื้องต้นจะให้บริการกาแฟและขนมก่อน คาดหวังจะเห็นสัดส่วนรายได้จากบริการดังกล่าวประมาณ 20% ในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในปีนี้ ซึ่งในอนาคตอาจพัฒนาให้บริการส่งอาหารเพิ่มเติม
ด้านนายเติมพงศ์ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีนส์แอนด์บราวน์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า การผนึกกำลังภายใต้ความแข็งแกร่งของกลุ่มเจมาร์ทนั้น จะทำให้บีนส์แอนด์บราวน์ สามารถต่อยอดธุรกิจร้านอาหารและกาแฟได้อย่างแตกต่าง เพิ่มความสามารในการแข่งขัน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการขาย "Rabbit Walk" จึงเป็นการนำกลยุทธ์ออนไลน์มาผสานกับออฟไลน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังมองว่าปีนี้ จะเป็นปีแห่งความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ แต่บริษัทื่มั่นใจจุดแข็งของร้านคาซ่า ลาแปง ที่แต่ละร้านสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ตอบสนองลูกค้าในโลกออฟไลน์ได้ ขณะที่การพัฒนา "Rabbit Walk" ก็เป็นการเข้ามาตอบโจทย์ในโลกออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์อย่างไร้รอยต่อ และยังสอดคล้องกับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19ที่ทำให้คนหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนอยู่มากด้วย
ปัจจุบัน บริษัทมีร้านภายใต้การบริหารทั้งสิ้น 18 สาขา แบ่งเป็น "คาซ่า ลาแปง" (Casa Lapin) ในรูปแบบโมเดลร้านขนาดเล็ก ไปจนถึงใหญ่ รวม 16 สาขา และ "แร็ป คอฟฟี่" (Rabb Coffee) 2 สาขา โดยเตรียมขยายสาขาเพิ่มเติมในปีนี้ อีก 6 สาขา
ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมกาแฟไทยในปี 2562 ที่มีมูลค่าสูง อยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาณการบริโภคต่อคนของคนไทยยังคงต่ำกว่าต่างประเทศ ซึ่งยังคงสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทได้อีกมากในฐานะที่เป็นแบรนด์กาแฟกาแฟพิเศษ (Specialty) ของไทย
- โควิด-19 พ่นพิษ! โรงแรมวินเซอร์ ประกาศเลิกจ้างพนักงาน-ปิดชั่วคราว
- ลุงตู่สายเปย์! เคาะแจกเงินสู้ 'โควิด-19' ขอแยกแยะ ไม่ได้แจกเรื่อยเปื่อย
- ''สมคิด' จัดใหญ่! งัดทุกมาตรการอุ้มเศรษฐกิจ หลังจีดีพีโตต่ำเป้า
- 'KTB' แจ้งปิดสาขาแยกสนามจันทร์ ตามมาตรการป้องกัน 'โควิด-19'
- 'โชห่วย' รับอานิสงส์ คนหวาด 'โควิด-19' หยุดเดินห้าง หันซื้อร้านใกล้บ้าน
- ‘แท็กซี่’ โวยไม่มีตังค์ผ่อนรถ ขอรัฐช่วยพักหนี้ค่าก๊าซ
- อ่วม! พิษโควิด-19 ฉุดผู้โดยสารรถไฟฯเดือนก.พ.หาย 4 แสนคน ยอดคืนตั๋วมี.ค.พุ่งเท่าตัว
- ‘ไวรัสโควิด’ ทำผู้โดยสารบินไทยทรุด 30% ยอมรับอาการหนัก ทำได้แค่ประคอง
- ‘แอร์เอเชีย’ ลดเงินเดือนผู้บริหารระดับสูง รักษาสภาพคล่อง