โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ที่ประชุมสว.ผ่าน พ.ร.ก.ปรับดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้-ห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อน

JS100

อัพเดต 07 มิ.ย. 2564 เวลา 21.36 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 14.58 น. • JS100:จส.100
ที่ประชุมสว.ผ่าน พ.ร.ก.ปรับดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้-ห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อน

          ที่ประชุมวุฒิสภา  มีมติ 201 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติอนุมัติแล้ว กำหนดปรับแก้ไขดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ - ห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อน ช่วยลดภาระลูกหนี้จากผลกระทบโควิด-19

          สำหรับสาระสำคัญร่าง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว กำหนดให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 7 เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยในกรณีที่นิติกรรมหรือกฎหมายมิได้กำหนดไว้โดยชัดแจ้งลงเหลือเพียงร้อยละ 3 ต่อปี และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 224 ที่บัญญัติอัตราดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดชำระหนี้เหลือเพียงในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 (ร้อยละ 3) บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี เท่ากับร้อยละ 5 ต่อปี รวมทั้งบัญญัติให้กรณีที่ลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้งวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดเท่านั้น

          นอกจากนั้น ที่ประชุมสว.ยังมีมติอนุมัติพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติอนุมัติแล้ว ด้วยคะแนน 173 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 4 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมีมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ สินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะให้สถาบันการเงินกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กู้ยืมตามที่กำหนด ในวงเงินไม่เกิน 2.5 แสนล้านบาท

          สำหรับมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินเป็นหลักประกันเพื่อชำระหนี้ผ่านโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ ในวงเงินไม่เกิน 1 แสนล้านบาท ยืนยันว่า จะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการไม่ให้ถูกเปลี่ยนสถานะเป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ นำไปสู่การเลิกกิจการถาวรและการถูกยึดทรัพย์ อีกทั้งป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินของลูกหนี้ถูกขายทอดตลาดในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกหนี้ และสามารถเข้าถึงสภาพคล่องจากแหล่งทุนในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...