โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MKปั้นแบรนด์ใหม่เสริมพอร์ต ส่งร้านขนมหวาน'MKฮาร์เวสต์'ปั๊มรายได้

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 16 พ.ค. 2562 เวลา 12.40 น.

“เอ็มเค กรุ๊ป” เดินหน้าขยายสาขา ชู “เอ็มเค-ยาโยอิ” เป็นหัวหอกเปิดร้านขนมหวาน “เอ็มเค ฮาร์เวสต์” เติมพอร์ตธุรกิจปักธง “เอ็ม ควอเทียร์” เป็นแห่งแรก เร่งพัฒนาบริการจัดเลี้ยง-โฮมดีลิเวอรี่ เผยปีที่ผ่านมาโกยรายได้เบาะ ๆ 1.6 หมื่นล้าน ปีนี้ขอโตอีก 7-8%

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 4 แสนล้านบาท และมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 4-5% จากการที่มีผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหญ่กระโดดเข้ามาทำธุรกิจอาหาร ส่งผลให้ตลาดแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยส่วนใหญ่จะเน้นแข่งขันในแง่ของราคา คุณภาพ และความหลากหลายของเมนูอาหาร

ขยายสาขา-เพิ่มแบรนด์ใหม่

นายฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2562 ยังคงมุ่งขยายสาขาทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศมีแผนเดินหน้าขยายสาขาร้านเอ็มเคสุกี้ และร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ คาดว่าจะใช้งบฯลงทุนประมาณ 8-10 ล้านบาทต่อสาขา เพื่อใช้สำหรับงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบหลังบ้าน รวมทั้งได้เตรียมแคมเปญและกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในเชิงคุณภาพและความหลากหลายของเมนูอาหารเพื่อสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากการขยายสาขาร้านอาหารเดิมที่มีอยู่แล้ว อีกด้านหนึ่งบริษัทจะเน้นการเพิ่มความหลากหลายด้วยการเปิดตัวร้านขนมหวาน “เอ็มเค ฮาร์เวสต์” ร้านขายขนมและเครื่องดื่ม โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ มีเมนูอย่างหลากหลาย ได้แก่ ไอศกรีมโฮมเมดหลายรสชาติ วาฟเฟิลผลไม้ต่าง ๆ พาร์เฟต์บัวลอยโฮมเมด รวมทั้งการเพิ่มเมนูเครื่องดื่ม ชา กาแฟ สูตรเฉพาะของร้าน ได้เปิดให้บริการสาขาแรกที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์

ปัจจุบันบริษัทมีร้านเอ็มเคสุกี้ 448 สาขาทั่วประเทศ ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ 184 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่นฮากาตะ 4 สาขา ร้านมิยาซากิ 26 สาขา ร้านอาหารไทยเลอสยาม 3 สาขา ร้านอาหารไทย ณ สยาม 3 สาขา ร้านข้าวกล่องบิซซี่บ็อกซ์ 4 สาขา ร้านกาแฟ/เบเกอรี่ เลอเพอทิท 3 สาขา และร้านขนมหวานเอ็มเค ฮาร์เวสต์ 1 สาขา

บุกหนักโฮมดีลิเวอรี่

นายฤทธิ์กล่าวด้วยว่า ควบคู่กันนี้บริษัทจะเน้นการพัฒนาด้านบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่และบริการส่งถึงบ้าน home delivery ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในขั้นตอนการสั่งอาหารให้มีประสิทธิภาพ และการจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

“นอกจากบริการโฮมดีลิเวอรี่ของร้านเอ็มเคสุกี้ และยาโยอิ เรายังมีบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ และข้าวกล่องจัดเลี้ยงสำหรับการประชุมสัมมนา และยังให้บริการอุปกรณ์ เช่น หม้อสุกี้ ปลั๊กไฟ โต๊ะเก้าอี้ และทีมงานเพื่ออำนวยความสะดวกด้วย”

นายฤทธิ์กล่าวว่า ส่วนตลาดต่างประเทศบริษัทยังคงใช้ 3 แบรนด์หลัก คือ เอ็มเคสุกี้, ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ และร้านมิยาซากิ เป็นหัวหอกในการเปิดตลาด ทั้งการไปลงทุนเอง และขายแฟรนไชส์ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการขายแฟรนไชส์ร้านเอ็มเคสุกี้ให้แก่ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจร่วมทุนในต่างประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว จำนวน 44 สาขา และตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัท พลีนัส แอนด์ เอ็มเค พีทีอี ลิมิเท็ด เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหารยาโยอิในประเทศสิงคโปร์ 8 สาขา

ตั้งเป้าสิ้นปีโต 7-8%

นายฤทธิ์กล่าวต่อว่า จากสัญญาณเศรษฐกิจในปีนี้ที่คาดว่าจะยังคงเติบโตขึ้นได้ แม้จะเป็นการขยายตัวเพียงเล็กน้อย และส่วนใหญ่จะมาจากปัจจัยการบริโภคในประเทศ การลงทุนของภาครัฐและเอกชน การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ประกอบกับความแข็งแกร่งของแบรนด์ เชื่อมั่นว่าจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตขึ้น 7-8% จากปีที่ผ่านมา เอ็มเค กรุ๊ปมีรายได้จากการขายและบริการประมาณ 16,770 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 4% มีกำไรสุทธิ 2,574 ล้านบาท แบ่งเป็นร้านเอ็มเคสุกี้ 78.3% ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ 19.4% และร้านอาหารอื่น ๆ 2.3%

“ผลการดำเนินงานที่ออกมาดังกล่าวถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากปีที่ผ่านมาบริษัทได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่มาจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลง จึงต้องเร่งปรับตัว พัฒนารสชาติเมนูอาหาร และการให้บริการเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ให้ความสำคัญในการควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพของการทำงานมากขึ้น”

นายฤทธิ์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังได้ขยายสาขาร้านอาหารเพื่อสร้างการเติบโตด้วยการเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 47 สาขา แบ่งเป็นร้านสุกี้ 20 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่น 20 สาขา ร้านอาหารอื่น ๆ 7 สาขา และในจำนวน 4 สาขาที่เปิดใหม่นี้เป็นแบรนด์ใหม่ “บิซซี่ บ็อกซ์” ร้านข้าวกล่องสไตล์แกร็บแอนด์โก ให้ลูกค้าได้เลือกเมนูข้าวกล่อง มีทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น ตะวันตก ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

พร้อมกันนี้ยังได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อบริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจขนส่งและคลังสินค้า ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท SENKO Group Holdings บริษัทอันดับสองในธุรกิจการให้บริการขนส่งในประเทศญี่ปุ่น และมีความเชี่ยวชาญพิเศษทางด้านการขนส่งในห้องเย็น โดยเอ็ม-เซนโคฯได้เริ่มเปิดให้ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยระยะแรกได้ให้บริการขนส่งและคลังสินค้าให้กับลูกค้าอื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...