โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่อยากมีลูก เพราะกลัวลูกที่เกิดมาต้องลำบากบนโลกที่โหดร้าย

Tidhoo - ติดหู

เผยแพร่ 15 เม.ย. 2564 เวลา 05.27 น. • Tidhoo

คนรุ่นใหม่ ไม่อยากมีลูก และอนาคตมนุษย์โลกจะสูญพันธุ์ เพราะกลัวลูกที่เกิดมาต้องลำบากบนโลกที่โหดร้าย คำพาดหัวที่เกริ่นไปนั้น อาจจะดูเกินจริง แต่เมื่อลองดูสถิติการเกิดของเด็กทารกทั่วโลก และวิเคราะห์ปัจจัยหลาย ๆ ด้านที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในโลกใบนี้ รวมถึงทัศนคติของคนยุคใหม่ อาจจะไม่ใช่เรื่องเกินจริง

เหตุผลแรกที่ดูมีน้ำหนักและทำให้คนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูกชัดเจนมากขึ้นคือหลังจากเกิดโรคระบาด โควิด-19 ไปทั่วโลก ที่ทั่วทุกมุมโลกต่างถูก Lockdown ซึ่งมีเรื่องที่น่าสนใจจากอเมริการะบุว่าคู่รักจำนวนมากเลือกที่จะคุมกำเนิดเลี่ยงที่จะมีทายาท สถิติบ่งบอกว่าอเมริกามีทารกน้อยลงประมาณ 300,000 คน นับตั้งแต่ต้นปี 2021 ส่วนทางฝั่งยุโรปเองก็ประสบกับภาวะทารกเกิดน้อยอย่างรุนแรงที่สุดตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970

สิ่งที่อธิบายได้ดีที่สุดคือ คนยุคใหม่นั้นหดหู่จากสภาพในปัจจุบัน ไร้ซึ่งความสุข การสร้างโมเม้นต์แห่งความโรแมนติก การได้ท่องเที่ยวเพิ่มความสัมพันธ์นั้นหายไป ลดน้อยลงจนแทบจะเป็นศูนย์

ยิ่งไปกว่านั้นการแพร่ระบาดของโรคได้เพิ่มความยากลำบากทางด้านการเงินเศรฐกิจ และความมั่นคงการทางการงาน ค่าจ้างที่ต่ำลง อัตราการว่างงานที่มากขึ้น โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ ส่วนค่าครองชีพยังสูงลิบ

คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ไม่ได้แค่กังวลในสภาพชีวิตของตนเอง แต่ยังกังวลกับสภาพอนาคตของโลกที่พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตต่อไปอีก 40-50 ปี ว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคระบาดที่คาดการณ์ไม่ได้ และรวมถึงสภาพสิ่งแวดล้อมของโลก ทั้งสภาวะโลกร้อน มลพิษมากมาย ทั้งอากาศ ป่าไม้ และน้ำ

และยังมีแนวความคิดหนึ่งของกลุ่มคนฉลาด มีการศึกษาสูงมักเลือกที่จะไม่มีลูก และมองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องเสียด้วย เพราะเหตุผลที่เด็กหนึ่งคนเกิดและที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จะปล่อยคาร์บอนเฉลี่ย 58.6 ตันในทุกปี

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวัฒนธรรมและความเป็นปัจเจกบุคคล คนรุ่นใหม่เริ่มจะรักอิสระ อยากทำอะไรก็ทำ อยากใช้ชีวิตให้เต็มที่ เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเอง และมีความเชื่อที่ว่า ความสุขสามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร จึงไม่จำเป็นต้องมีลูกเพื่อจะเติมเต็มเป็นโซ่ทองคล้องใจ เพราะปัจจุบันชีวิตก็มีความสุขดีอยู่แล้ว

ซึ่งยังมีผลวิจัยระบุว่า คู่รักที่แต่งงานกันไปแล้วหลายคู่เลือกที่จะมีความสุขกับการใช้ชีวิตกันสองคนมากกว่า ไม่ต้องทุ่มเวลาส่วนใหญ่หลังการแต่งงานไปกับการเลี้ยงดูลูก จนอาจจะแทบไม่เหลือเวลาได้ใช้ร่วมกันกับคู่รักของเรา

ถ้าหากให้นึกถึงภาพการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นอย่าง ‘ดี’ ย่อมมี ‘ราคา’ ที่ต้องจ่าย โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อการมีลูกหนึ่งคนอยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านบาท ด้วยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนคนไทยนั้นอยู่ที่ประมาณเดือนละ 27,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขค่าใช้จ่ายในการมีลูกหนึ่งคน ก็นับว่าเป็นจำนวนที่ ‘ต้องคิดให้หนัก’ พอสมควร

สิ่งเหล่านี้ที่อธิบายมานั้น ส่งผลอย่างยิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่เลือกที่จะไม่มีลูก เพราะกลัวลูกที่เกิดมาต้องลำบากกับโลกที่โหดร้าย ที่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ‘แล้วคุณล่ะคิดเหมือนกันไหม ยังอยากมีลูกอยู่รึเปล่า’

ที่มา : nytimes / รีหวิว blockdit / brandthink / หนังสือ Infinitely Full of Hope

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...