โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กว่าจะเป็นดาวตลก ‘ตี๋ ดอกสะเดา’ เปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่าง เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 เม.ย. 2564 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 10.14 น. • The Bangkok Insight

ตี๋ ดอกสะเดา ตลกที่พร้อมเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น!

 พร้อมเผยเคล็ดลับการเลี้ยงลูกที่ต้อง ดุเข้ม ในแบบฉบับของตัวเองเพราะต้องการให้เขาเป็นคนดี

      อยู่มาอย่างยาวนานจนตอนนี้งานก็ยังฮอตยังแน่นแบบจุกๆสำหรับ ตี๋ ดอกสะเดา นักแสดงอารมณ์ดีที่ได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ที่ได้เล่าเหตุผลว่าทำไมต้องหันมาฟิตหุ่นให้มีซิกแพคกล้ามเป็นมัดๆก็เพราะร่างกายของตัวเองไม่ค่อยแข็งแรงเลยต้องหันมาดูแล ส่วนเรื่องงานที่ยังคงแน่นเพราะเราปรับเปลี่ยนตัวเองอยู่เสมอให้ทันกับเวลาที่เปลี่ยนไป ส่วนเรื่องครอบครัวนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นตัวเองเป็นคุณพ่อที่ดุมาก

ถาม เข้าวงการตลกมากี่ปีแล้ว

ตี๋ ดอกสะเดา : เข้ามาตั้งแต่ปี 2528 อยู่กับพี่เด๋อ แล้วก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆเลยครับตั้งแต่เข้ามา แต่ถ้าเกิดนับว่ามีคนรู้จักเรามากขึ้นก็คือ ก่อนบ่ายคลายเครียด ครับ เป็นงานแรกที่เรารู้สึกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเราเพราะ พี่เป็ด เรียกเราไปเล่นก่อนบ่ายฯ ไปแล้วอาโต ที่เขาเป็นทีมงานที่อยู่ในรายการนี้ก็บอกว่าจำไว้นะหลังจากนี้อีก 6 เดือนจะมีคนรู้จักเรา และก็จริงๆครับเพราะหลังจากนั้น 6 เดือนก็มีคนเข้ามาทักเราว่าไหนๆทำตาเหล่ให้ดูหน่อยสิ เราก็เลยเริ่มรู้สึกว่ามีคนเริ่มรู้จักเราแล้ว เพราะมุขตาเหล่ คือ มุขที่เราเล่นจนเป็นที่จดจำของเราเวลาไปไหนเขาก็จำจำเราในแบบนี้ คือ มุขตาเหล่ เอามาจากสายยันต์ คือเวลาที่เราเล่นกับเขาเขาก็จะทำตาเหล่ใส่เรา เราก็ทำตามเขา แซวเขา จนเป็นเอกลักษณ์ของเราขึ้นมา

ถาม แล้วเวลาที่ทำตาเหล่ พี่เมื่อยตาบ้างไหมคะ 

ตี๋ ดอกสะเดา : ผมเคยเล่นละครเรื่องหนึ่ง ผมต้องตาเหล่ทั้งเรื่อง คือ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวนะครับที่เหล่ในเรื่องนั้นคนที่เล่นเป็นภรรยาของผมก็เหล่ด้วยในเรื่องนั้น ถามว่าเสียสุขภาพสายตาไหม คือ ถ้ามันนานๆมากผมก็จะหันไปมุมที่ไม่มีกล้องจับที่ตา แล้วคลายตาแล้วก็กลับมาเล่นใหม่ มันก็ปวดตาอยู่ครับ เพราะเราต้องบังคับให้มันอยู่แบบนี้ตลอด

ถาม แต่จริงๆ ตี๋ เขาคือดังก่อนที่จะเล่น ก่อนบ่ายคลายเครียด ด้วยเพราะตอนนั้นที่เล่นตั้งแต่ที่สมัยอยู่คาเฟ่

ตี๋ ดอกสะเดา : ตอนนั้นยังทาหน้าขาวอยู่เลยครับ เพราะทุกครั้งที่เล่นตลกผมต้องทาหน้าขาวคือไม่ทาเหมือนเราขาดอะไรไปสักอย่างหนึ่งเลย ก็เลยกลายเป็นเอกลักษณ์ตอนที่เราอยู่คาเฟ่ ตอนนั้นที่เล่นเราก็จะเป็นตัวปูส่งมุขให้เพื่อนๆที่วง

ถาม และตอนนี้ต้องบอกว่าเขาคือ ตลกคนแรกเลยนะที่มาปั้นซิกแพคให้กับตัวเองทำไมถึงอยากดูแลหุ่นตัวเองกลับมา

ตี๋ ดอกสะเดา : คือเมื่อก่อนผมเป็นคนที่ไม่ค่อยแข็งแรง ผอมทำงานดึก ดื่มเยอะ สูบบุหรี่ทำให้เราดูร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงบางทีตื่นก็ไม่ค่อยไหว เราก็เริ่มจากที่เราวิดพื้นอยู่ที่บ้าน ยกเวทบ้างก็เริ่มมีริ้วรอย เราก็เลยเข้าฟิตเนสเลยดีกว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้เรามาออกกำลังกายเลยคือเรื่องสุขภาพเลยครับ เพราะเรารู้สึกว่าเราร่างกายไม่แข็งแรง

ถาม แล้วพอหล่อขึ้นภรรยามีถามไหมว่ามีอะไรนอกบ้านหรือเปล่า

ตี๋ ดอกสะเดา : เขาก็ถามก็พูดครับ ทำไมตอนนี้ดูแลตัวเองเหลือเกิน มีกิ๊กหรือเปล่า เราก็บอกว่าไม่มี (นานแล้ว) แต่เมื่อก่อนก็มีบ้างนิดๆหน่อยๆหลงทางกันบ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ กลับบ้านอย่างเดียว เพราะตอนนี้ล้างมือเรียบร้อยใส่ถุงมือเรียบร้อย แอลกอฮอล์ถูอย่างสะอาดเลยครับ

ถาม เรียกว่า ตี๋ ดอกสะเดา คือ สุขภาพก็ดูแล หลายๆอย่างก็ปรับปรุง อีกสิ่งหนึ่งที่เขาก้าวข้ามผ่านเวลามาได้คือ งานตอนนี้ก็ยังแน่นอยู่เลยทำยังไงเราถึงปรับตัวมาจนถึงทุกวันนี้ได้ เพราะการเล่นตลกจากในอดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้ มันต่างกันไหม

ตี๋ ดอกสะเดา : ไม่เหมือนแน่นอนครับ เพราะมาสมัยนี้เป็นตลกร่วมสมัย แต่เมื่อก่อนนี้เป็นตลกที่มุขใครมุขมันคณะนี้ก็จะมุขของคนนี้ คณะนี้ก็จะมุขของคนนี้เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคณะ แต่พอมาสมัยนี้ผมก็ว่าเขาก็ยังเป็นเหมือนเดิมแต่อาจจะฉีกมุขกันบ้างจะแกล้งกันแล้วก็เน้นความเรียลขึ้นเอาความเป็นธรรมชาติและความเป็นวัยรุ่นของสมัยนี้ใส่ลงไปด้วย

ถาม มาอัพเดทเรื่องครอบครัวกันบ้างดีกว่า ลูกตอนนี้ 3 คนอายุเท่าไหร่บ้าง

ตี๋ ดอกสะเดา : ลูกสาวคนโต 29 จะ 30 แล้วครับ คนกลาง 22 ผู้ชาย คนเล็ก 14 จะ 15 ครับเพราะผมมีลูกตอนอายุ 25 ครับ ผมเป็นพ่อเลี้ยงลูกแบบบุฟเฟ่ต์ คือ ผมเลี้ยงลูกแบบธรรมดามากครับ ผมโดนเลี้ยงมายังไงผมก็เลี้ยงลูกของผมแบบนั้นครับ คือ ให้เขาใช้ชีวิตเขาอยากทำอะไรทำไปเลยทำแต่เรื่องดีๆสิ่งดีๆเราก็เตือนเขาว่าเสียใจได้นะแต่อย่าเสียคน แล้วแต่ลูกจะทำอะไรก็ทำไปเถอะแต่ถ้าอะไรที่ไม่ดีก็อย่าไปทำ ผมจะเป็นพ่อที่ดุครับ แต่ก็เป็นคนที่สนุกสนานนะครับ

ถาม แล้วมีกอด แสดงความรักกันบ้างไหม

ตี๋ ดอกสะเดา : คือที่บ้านก็ไม่ได้หวานอะไรมากครับ กลับลูกนานๆทีจะโอบไหล่กันที เราเลี้ยงเราอยู่กันปกติมีอะไรก็คุยกัน บางครั้งแทบจะไม่ได้คุยกันเลยแค่มองหน้ากันเฉยๆก็มีครับ แต่ถ้ามีเรื่องอะไรก็จะมานั่งคุยกันแล้วก็เงียบกันทั้งบ้าน เพราะผมเป็นคนเสียงดัง ถ้าผมเสียงดังที่บ้านจะรู้แล้วว่าผมดุ

ถาม ที่ต้องเข้มงวดขนาดนี้ก็เพราะว่าเมื่อกี้ เคยเกเรมาขนาดไหน

ตี๋ ดอกสะเดา : เกเรมากเลยครับ เกเรเรื่องเรียนไม่ยอมไปเรียนออกจากหน้าบ้านมีโต๊ะสนุ๊กเราก็เดินเข้าที่นั่นเลย แล้วพอเลิกเรียนเราก็กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็กลับไปที่โต๊ะสนุ๊กต่อแล้วก็เลยโดนโรงเรียนไล่ออก แล้วก็เกเรมีตีกันอะไรกัน ส่วนมาดื่มก็ช่วงที่เราโตแล้วครับ จนบ้างร้านไม่ให้เราเข้าไปดื่มแล้วเลยครับ

ถาม แล้ว ณ วันนี้เรามองลูกๆเราทั้งสามคนยังไงบ้าง

ตี๋ ดอกสะเดา : ผมก็ดีใจนะครับ คนโตก็ทำงานเกี่ยวกับธนาคาร กลางก็น่าเป็นห่วงตอนแรกครับ แต่เขาก็กลับตัวคือเขาก็ไม่ได้ถึงขั้นเกเรนะครับ แต่เขาก็จะดื้อไปกับเพื่อนฝูงแล้วเขาก็ขอสมัครมาเป็นทหารอากาศอันนี้เราก็สบายใจมากเลยที่เขาทำความภาคภูมิใจให้กับเรา ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเขาแล้ว ส่วนคนเล็กชอบเล่นฟุตบอล ส่วนการเรียนก็ดีนะครับ ดูเขาใส่ใจเรื่องเรียน

ถาม แต่ช่วงนี้คงไม่ค่อยมีเวลาดุลูกสักเท่าไหร่เพราะว่าตัวเองรับละครถึง 6 เรื่องเลย

ตี๋ ดอกสะเดา : ที่ผ่านมาตอนโควิดเลยครับ จันทร์ อังคาร พุธ 2 เรื่อง พฤหัสบดี ศุกร์ 2 เรื่อง จบเรื่องนี้ อีกเรื่องก็เข้ามาเลยครับ

ถาม งานละครเพียบยังไม่พอนะ เพราะตอนนี้ต้องเรียกเขาว่า พี่ตี๋ ร้อยล้าน เพราะว่าตอนนี้ทำ ไอศครีมทอดด้วย 

ตี๋ ดอกสะเดา : ใช่ครับ ชื่อว่า ตี๋ ดอกสะเดา เลยครับ ที่เขาบอกว่า ร้อยล้านใช่ครับ เพราะว่ามีร้อยกว่าร้านที่ซื้อแฟรนไชส์ ผมไป เริ่มต้นจากที่ทำสิ่งนี้เพราะว่าเมื่อก่อนหน้านี้ผมมีรายการประจำอยู่ 4-5 รายการแล้วอยู่ๆถึงเวลาที่เขาเปลี่ยนผนังรายการอยู่เขาก็เปลี่ยนแล้วรายการมันก็ค่อยๆหายไปเหลืออยู่แค่ 2 รายการ แล้วรายจ่ายของเรามันเยอะแต่รายรับของเราน้อยลงไป ผมเครียดมากเลยนะครับตอนนั้นเราก็ทำอะไรดี เพราะพี่คนอื่นๆเขาก็เริ่มมาขายของกันล่ะ ก็นั่งคิดๆแล้วลูกคนกลางเขาบอกเราว่าพ่อขายไอศครีมทอดสิ เราก็บอกว่าเคยได้ยินแต่ไม่เคยกินเขาก็พาไปกินก็อร่อยดี เราก็เลยไปซื้อสูตรจากแม่ค้าคนนั้นแล้วเขาก็ขายให้เรา เราก็ไปเรียนๆแล้วเราก็มาเปิดร้านแล้วก็ขายแฟรนไชส์ของผมไม่แพงครับ 8,900 บาท ของผมจะขายในออนไลน์ในตอนนี้ แล้วก็ไปออกตามบู๊ทต่างๆตามงานอีเว้นท์ครับ หรือถ้าใครอยากซื้อแฟรนไชส์พิมพ์ว่า ไอติมทอด ตี๋ ดอกสะเดา โทร 090 - 649 - 6365

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...