โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! เชียงใหม่แจ้งผู้ไป 'โลตัสคำเที่ยง-กาดธานินทร์' ช่วงเย็น 30 พ.ย. ประเมินตนเองจากแบบคัดกรองโควิด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ธ.ค. 2563 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2563 เวลา 12.36 น.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ห้องประชุม 5 ชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 70/2563 โดยมี นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เลขานุการคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมครบองค์ประชุม เสร็จสิ้นการประชุม นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอง ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ แถลงผลการประชุมฯ ครั้งที่ 70/2563 ซึ่งเป็นความคืบหน้าการติดตามไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 43, 44 จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากการลงพื้นที่ของทีมสอบสวนโรคเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ สำนักควบคุมโรคที่ 1 กรณีพบผู้ป่วยรายที่ 43, 44 เป็นหญิงไทย อายุ 25,23 ปี ประวัติลักลอบข้ามแดนกลับเข้ามาในประเทศไทย ได้เดินทางเข้าจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จำนวน 3 ราย (ผลเป็นลบทั้งหมด) ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ จำนวน 2 ราย ตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย(ผลเป็นลบ) ส่วนอีก 1 ราย รอตรวจตามระยะเวลาในการสัมผัส

จากการตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วย พบว่า วันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 11.00-16.30 น. ขับรถยนต์ส่วนตัวจากเชียงรายเดินทางมาพร้อมกัน 3 คน (ระหว่างเดินทางไม่ได้แวะที่ไหน)
เวลา 16.17 น. ผู้ติดเชื้อรายที่ 44 มาพักอพาร์ตเมนต์น้องสาว และผู้ติดเชื้อรายที่ 43 พร้อมด้วย น.ส. A มาพักบ้านพักย่านสันติธรรมด้วยกันเวลา 16.40-18.00 น. เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปเทสโก้โลตัส สาขาคำเที่ยง เวลา 18.10-19.00 น. เดินทางด้วยรถจักรยานยนตร์ส่วนตัวไปตลาดศิริวัฒนา (ตลาดธานินทร์)

วันที่ 1 ธันวาคม เวลา 12.00 น. ไปฟังผลให้เพื่อนที่ รพ.เอกชน เจ้าหน้าที่ได้สัมภาษณ์ประวัติเพิ่มเติม พบว่ามีประวัติเสี่ยงเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดเช่นกัน จึงได้ติดตามเพื่อนอีก 2 คนมาตรวจด้วยกัน ผลการตรวจยืนยันพบเชื้อ เป็นผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 ได้เข้ารับการรักษาที่ รพ.นครพิงค์ ส่วน น.ส.A ผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อ ขณะนี้กักตัวอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด พร้อมกับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จำนวน 3 ราย

“ขอประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนที่เดินทางไปยังสถานที่ 2 แห่ง ตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายนี้ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 16.40 -18.00 น. ที่เทสโก้โลตัส สาขาคำเที่ยง และเวลา 18.10-19.00 น. ตลาดศิริวัฒนา (ตลาดธานินทร์) สามารถประเมินตนเอง และลงทะเบียนเพื่อรับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบประวัติและนัดหมายการตรวจได้จากแอพพลิเคชั่น แบบคัดกรองตนเองสำหรับผู้สงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (https://cmsdm.net/Self-ScreeningV2/index.php)” นพ.กิตติพันธ์กล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนมีประวัติเดินทางข้างต้น ให้สังเกตอาการตนเองจนกระทั่งครบ 14 วันหลังวันสัมผัส หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมนุมชน ปิดหน้ากากทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน และหากพบอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (SAT) สสจ.เชียงใหม่ โทร 08-4805-3131, 08-4805-2121

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงนามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 โดยระบุว่า ด้วยปรากฎว่าพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รายที่ 42, 43 และ 44 ของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน และ 1 ธันวาคม 2563 ซึ่งผลการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยทั้งหมดได้ติดเชื้อและเดินทางมาจากต่างประเทศ ปัจจุบันได้รับการรักษาตัวและมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ข้อมูลจากการติดตามผู้สัมผัสและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. พบว่าได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้แล้ว 88 คน จากทั้งหมด 90 คน ทราบผลตรวจแล้วเป็นลบทั้งหมด โดยทุกคนอาการปกติดี จะได้รับการกักกันภายในสถานที่ที่กำหนดและติดตามโดยเจ้าหน้าที่จนครบ 14 วัน นอกจากนั้นยังได้ตรวจผู้สัมผัสในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำและกลุ่มอื่นๆ ร่วมด้วยไปแล้วทั้งสิ้นรวม 523 ราย ทั้งหมดผลเป็นลบ จากข้อมูลดังกล่าวทำให้มั่นใจได้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานของการแพร่กระจายเชื้อในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อจะได้ดำเนินการติดตามผู้สัมผัส โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างใกล้ชิดตลอดระยะจนครบ 14 วันหลังจากการสัมผัสวันสุดท้าย

 

นายเจริญฤทธิ์กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้ยกระดับมาตรการในการป้องกันโรคทั้งจังหวัด โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคทุกระดับ ออกตรวจตรา ติดตาม และกำชับให้สถานประกอบการทุกประเภทในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้เข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการของตน โดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่ และการลงทะเบียนในแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” โดยรายงานผลการปฏิบัติให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ทราบทุกวัน พร้อมทั้งสุ่มตรวจโรคโควิด-19 ในเชิงรุกสำหรับพนักงานที่มีโอกาสสัมผัสกับบุคคลอื่นในสถานประกอบการทุกแห่ง นอกจากนี้ได้มอบหมายให้อาสาสมัครโควิดหมู่บ้าน-ชุมชน ค้นหาผู้เข้าไปในหมู่บ้านหรือชุมชนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น อีกทั้งได้สั่งการให้บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอชายแดนทุกอำเภอ จัดชุดลาดตระเวนช่องทางเข้าออกธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการกักตัวตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด และจังหวัดเชียงใหม่ได้หารือกับภาคเอกชน ในการร่วมกันวางมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) อย่างเข้มงวดในทุกสถานที่ และการดูแลตนเองของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...