โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิจัยจีนรื้อแนวคิด ชี้ ‘ที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต’ ยกตัวเร็วกว่าที่คาด

Xinhua

เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 05.25 น.
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวขี่มอเตอร์ไซค์ใกล้กับภูเขาซ่าผู่ เมืองน่าฉวี่ เขตปกครองตนเองทิเบตทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 11 ต.ค. 2020)

ปักกิ่ง, 14 ธ.ค. (ซินหัว) -- "ที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต" สูงขึ้นจนครองฉายา "หลังคาโลก" ได้อย่างไร? การศึกษาใหม่ที่นำโดยคณะนักวิจัยชาวจีนพบหลักฐานบ่งชี้ว่าที่ราบสูงแห่งนี้ยกตัวขึ้นจนถึงความสูงในปัจจุบันเร็วกว่าที่เคยคาดไว้

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ทางออนไลน์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาในวารสารไซแอนซ์ แอดวานซ์ (Science Advances) ระบุว่าที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต บริเวณตอนกลางและตอนใต้ สูงขึ้นถึงระดับ 3,500-4,500 เมตร ในช่วงเวลาราว 26-21 ล้านปีก่อน โดยการค้นพบนี้ท้าทายความเชื่อที่ยึดถือกันอย่างแพร่หลายว่าที่ราบสูงแห่งนี้มีความสูงถึง 4,600 เมตรเมื่อช่วง 40 ล้านปีก่อน

ฟางเสี่ยวหมิ่น หัวหน้านักวิจัยจากสถาบันวิจัยที่ราบสูงทิเบต สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน กล่าวว่าผลการศึกษาดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ดินฟอสซิลของแอ่งลันโพลา (Lunpola) ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญในการพิจารณาประวัติศาสตร์การยกตัวของที่ราบสูง

แอ่งลันโพลาตั้งอยู่ทางตอนกลางของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต มีดินฟอสซิลสภาพดีมากมาย รวมถึงพืชและสัตว์เขตร้อน ซึ่งสามารถใช้วิเคราะห์การยกตัวของที่ราบสูงบริเวณตอนกลางและตอนใต้ ตลอดจนประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

การวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าที่ราบสูงตอนกลางและตอนใต้เริ่มมีการเปลี่ยนรูปอย่างช้าๆ ทรุดตัวลงระหว่าง 25-42 ล้านปีก่อน และยกตัวขึ้นเมื่อ 20-25 ล้านปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่าที่ราบสูงแห่งนี้มีความสูงต่ำกว่า 2,300 เมตรเมื่อประมาณ 40 ล้านปีก่อน และสูงกว่า 3,500 เมตรเมื่อประมาณ 21-26 ล้านปีก่อน

ฟางกล่าวกับสำนักข่าวซินหัวว่าการวัดเทียบประวัติศาสตร์การยกตัวของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตเป็น "การวิจัยที่มีความสำคัญมหาศาล"

ฟางกล่าวว่าที่ราบสูงแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนรูปและยกระดับภายในทวีปอย่างมีมาตรฐานที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่อุดมด้วยภูเขาไฟและแผ่นดินไหวที่มีพลัง การทำความเข้าใจวิวัฒนาการการยกตัวของที่ราบสูงจึงมีความสำคัญต่อการเรียนรู้กลไกการเติบโตและโครงสร้าง ตลอดจนธรณีพิบัติภัยและลักษณะภูมิประเทศที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ผลการศึกษายังช่วยให้เราเข้าใจถึงอิทธิพลของการยกตัวที่มีต่อสภาพอากาศ สภาพแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งทีมงานได้ตั้งเป้าศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการยกตัวของที่ราบสูงกับวิวัฒนาการของมรสุมทวีปเอเชีย

ทั้งนี้ การศึกษาข้างต้นร่วมเขียนโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์จีน มหาวิทยาลัยหลานโจวของจีน มหาวิทยาลัยพ็อทซ์ดัมของเยอรมนี และมหาวิทยาลัยแรนส์ของฝรั่งเศส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...