"บ้านทิวธารา" ซีฟู้ดตะวันออก อึดสู้พิษโควิด-19 ได้อีก2เดือน
ถ้าใครมาจังหวัดตราด น้อยคนที่ไม่รู้จักร้านอาหารทะเล “บ้านทิวธารา” ที่บ้านปากคลองน้ำเชี่ยว ต.หนองโสน อ.เมืองตราด จ.ตราด เพราะเป็นร้านอาหารทะเลท้องถิ่นบรรยากาศแบบบ้าน ๆ ที่ขึ้นชื่ออาหารทะเลสด ๆ มากมาย โดยเฉพาะเมนูเด็ด “ปูดำ” นึ่งจิ้มน้ำพริกเกลือสูตรเด็ดของจังหวัดตราด (น้ำพริกซีฟู้ด) ชนิดที่มีลูกค้าจาก กทม. ต่างจังหวัด และกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงประเภทนั่งเครื่องบินไป-กลับเพื่อมาทานโดยเฉพาะ รวมถึงลูกค้าต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านที่ขับรถข้ามมาโดยตรง แต่กว่า 2 เดือนนี้พิษไวรัสโควิด-19 ทำให้ธุรกิจรับผลกระทบเต็ม ๆ แม้จะปรับตัวขายแบบออนไลน์ ดีลิเวอรี่ และขนส่งด่วนข้ามจังหวัด แต่ยอดขายเหลือเพียง 10% จนไม่มั่นใจว่าอีก 1-2 เดือนจะอึดสู้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่
ตลอด 9 ปี ลูกค้าจองแน่น
“บรรเทา บุญธรรม” เจ้าของร้านอาหารบ้านทิวธาราเล่าว่า เดิมตัวเองกับสามี “ศักดิ์ชัย สุริยวงศ์” รับซื้อปูดำจากชาวบ้านที่จับจากทะเลในตำบลหนองโสน และใกล้เคียงขายส่งไปร้านอาหารใหญ่ ๆ ที่อ่างศิลา สัตหีบ พัทยา และตลาดต่างจังหวัดแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมาทำฟาร์มเลี้ยงปูนิ่มส่งขายเช่นกัน ปี 2554 ได้เปิดกิจการร้านอาหารบ้านทิวธาราให้ลูกค้ามารับประทาน มีวัตถุดิบสด ๆ ทั้งปู กุ้ง หอย ปลาหมึก ประกอบกับตัวเองชอบทำอาหาร
โดยสถานที่ตั้งของร้านติดคลองน้ำเชี่ยว มีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ร่มรื่น มีนกเหยี่ยวแดงมาบินโฉบอาหารกว่า 100 ตัวทุกวัน เหมาะกับการมาพักผ่อนนั่งทานอาหาร ระยะเวลา 9 ปีเต็มกิจการเติบโตขึ้นด้วยการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป มามีชื่อเสียงมากเมื่อองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสนได้สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก จึงพัฒนาร้านให้ลูกค้าสะดวกสบาย ทุกวันนี้สามารถรับลูกค้าได้ทั้งหมด 200-300 คน มีทั้งกลุ่มเล็ก ๆ 2-3 คน และกลุ่มใหญ่ที่นัดเลี้ยงสังสรรค์ 20-30 คน
ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวหรือเสาร์-อาทิตย์มีลูกค้าใช้บริการหนาแน่นมาก บางครั้งต้องให้ลูกค้าโทร.มาจองก่อน ไม่ต้องรอคิว ลูกค้าเกือบ 100% จะมาทานปูดำนึ่งสด ๆ มีลูกค้า VIP สั่งจองและนั่งเครื่องไฟลต์เช้ากลับเย็นให้นำรถไปรับเพื่อมาทานปูและอาหารทะเลอื่น ๆ รวมทั้งเพื่อนบ้านขับรถยนต์ข้ามชายแดนเข้ามาทานและซื้อกลับจำนวนมากโดยไม่สนใจแหล่งท่องเที่ยวแต่อย่างใด เพราะปูที่ให้บริการลูกค้าในร้านเป็นปูธรรมชาติ 100% รับซื้อจากชาวบ้านมาจะคัดไซซ์แยกประเภท เลือกปูแน่น ๆ มีทั้งปูไข่ ปูเนื้อ ปูมันไว้บริการลูกค้าโดยเฉพาะ ให้ลูกค้าประทับใจคุณภาพที่ได้มาตรฐาน เชื่อมั่นว่ามาร้านนี้ต้องได้ทานของดี ของสด อร่อยตามที่บอก มีการันตีให้ลูกค้า
ดีลิเวอรี่ฝ่าวิกฤตอุ้ม 40 คนงาน
นางบรรเทาเล่าว่า หลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ได้ปรับกลยุทธ์ทางการค้า เนื่องจากจังหวัดตราดมีประกาศล็อกดาวน์ คนตราดเก็บตัวอยู่บ้าน ส่วนนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางมาจากจังหวัดอื่น แม้แต่คนจันทบุรีก็มาทานไม่ได้ แม้ทางร้านได้ทำตามมาตรการของสำนักงานสาธารณสุข เพื่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน แต่มีลูกค้าเพียงวันละ 1-2 โต๊ะ บางวันไม่มีเลยหายไปเกือบหมดหรือ 90% ในขณะที่ร้านมีพนักงาน 40 คนที่ต้องดูแล ตั้งแต่เดือนมีนาคมร้านจึงปรับกลยุทธ์มาขายออนไลน์และดีลิเวอรี่บริการส่งถึงบ้าน และจัดโปรโมชั่นปูนึ่งปรับลดราคาลงเกือบ 50% ในขณะที่รักษาคุณภาพ ความสดใหม่ ร้านไม่มีลูกค้า แต่ยังคงรับซื้อปูเพราะมีชาวประมงในท้องถิ่นยังจับปูดำมาขายต้องช่วยรับซื้อเพื่อให้ชาวประมงมีอาชีพมีรายได้ แต่พูดคุยถึงจำเป็นต้องลดราคา เช่น ปกติปูใหญ่ กก.ละ 800-1,000 บาท เหลือ กก.ละ 500-600 บาท ปูก้ามจาก 550 บาท เหลือ 270 บาท
กว่า 2 เดือนที่ผ่านมาปรับขายทางออนไลน์และดีลิเวอรี่ ให้พนักงานช่วยกันทำอาหารส่งให้ลูกค้าในตัวเมืองและพื้นที่ใกล้เคียงโดยไม่คิดค่าขนส่ง วันละ 2 รอบได้ลูกค้าประมาณ 10% วิธีขายทำโปรโมชั่นปูนึ่งลดราคา 50% จากเดิมกิโลกรัมละ 600-800 บาท เหลือเพียง 350 บาทจะขายดี ส่วนรายการอาหารอื่น ๆ ตามเมนูร้านจะใช้วิธีเพิ่มปริมาณ จริง ๆ แล้วลูกค้าออนไลน์ 50% จะสั่งจาก กทม.และต่างจังหวัดมากกว่าในจังหวัดตราด เมื่อรับออร์เดอร์แล้วจัดแยกใส่ในตู้ฟรีซอุณหภูมิลบ 17 องศาเซลเซียส แพ็กลงกล่องโฟมแช่น้ำแข็ง จัดส่งวันรุ่งขึ้นกับบริษัทขนส่งอาหารสดแช่เย็นโดยเฉพาะภายใน 1-2 วัน ได้รับอาหารสดรสชาติคงเดิมเหมือนใส่ตู้เย็นไว้
“เรามีพนักงานทั้งหมดร่วม 40 คนที่เราต้องดูแลที่พัก อาหาร และเงินเดือนที่ยังคงจ่ายให้ตามปกติ ส่วนใหญ่พนักงานเป็นคนในพื้นที่ที่อยู่ด้วยกันมานาน มีบางส่วนเป็นคนกัมพูชายังคงต้องการทำงานและมีรายได้ส่งไปช่วยเหลือครอบครัว จึงต้องฮึดสู้ไปด้วยกันเพราะวิกฤตนี้ยังส่งผลถึงชุมชนในหมู่บ้านทั้งที่ขายปู รับบริการจอดรถ แปรรูปอาหารทะเล ปลาเค็ม กุ้งแห้ง หมึกแห้ง กะปิ ที่เป็นลูกค้าของบ้านทิวธาราตอนนี้ต้องหยุดทำ”
อีก 3 เดือนไม่ดีขึ้นต้องปิดร้าน
บรรเทากล่าวว่า ร้านอาหารบ้านทิวธาราเคยมีรายได้วันละหลักแสนบาทต่อวัน ตอนนี้เหลือเพียงหลักหมื่นหรือลดเหลือ 5-10% ยังมีค่าใช้จ่าย ไฟฟ้า น้ำประปา พนักงานทั้งหมด 40 คน ต้องจ่ายเงินเดือนให้คนละ 12,000-20,000 บาท บางคน30,000 บาท เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมารายรับขาดทุนแต่ละเดือนกว่า 400,000 บาท เมื่อไม่ได้ปิดร้านไม่มีเงินประกันสังคมมาช่วย ต้องรับเต็ม ๆ
ตอนนี้ได้ธนาคารช่วยลดภาระหยุดส่งเงินต้น งดดอกเบี้ย 6 เดือนช่วยพยุงกิจการ เปิดร้านมาครบ 9 ปีพอดี พนักงานทุกคนอยู่ด้วยกันแบบครอบครัว ไม่สามารถตัดใจปิดร้าน เลิกจ้างพนักงานได้ คิดว่าถ้าอยู่ก็อยู่ด้วยกัน ล้มก็ล้มด้วยกัน หากครบ 3 เดือน ประมาณกลางเดือนมิถุนายนสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นอาจจะต้องปิดร้าน หยุดกิจการแบบถาวร เพราะคงหมดทุน หมดความหวังที่จะสู้ต่อไป
หวังว่าวิกฤตนี้จะไม่เกิน 3 เดือน ทุกอย่างน่าจะกลับมาค่อย ๆ ดีขึ้น จากรายได้ที่เหลือไม่ถึง 10% พอจะทำให้ร้านอาหารบ้านทิวธาราเปิดบริการต่อไปได้หรือไม่…นี่คืออีกหนึ่งธุรกิจในท้องถิ่นที่นับเวลารอให้ภาวะวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย…เพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนกลับมาทำมาหากินฟื้นเศรษฐกิจชุมชน