รีวิว เปรียบเทียบเครื่องล้างหน้า Foreo
วันนี้อายจะมาเปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย ระหว่าง Foreo Luna Play Plus VS Mini 3
ให้ทุกคนดูกันคร่าวๆ นะคะ เผื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะเลือกรุ่นไหนดี
ข้อแตกต่างที่ชัดที่สุดของ 2 รุ่นนี้ คือ Play Plus จะเป็นแบบใส่ถ่าน ส่วน Mini 3 จะเป็นแบบชาร์จได้ แค่ข้อแตกต่างนี้ก็ทำให้ราคาต่างกันเยอะพอสมควรค่ะ
Play Plus ราคา 2,200 บาท (sephora)
Mini 3 ราคา 4,xxx - 5,xxx บาท (Pre-order)
ตอนแรกเลย อายลองซื้อ Play Plus มาใช้ก่อน แล้วชอบมากก คือเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลยค่ะ รู้สึกหน้าสะอาดมากกว่าการใช้มือล้างปกติ ขนนุ่ม ไม่บาดหน้า เวลาทาครีม ครีมจะซึมเข้าหน้าได้ดีขึ้น อายเลยตัดสินใจซื้อ Mini 3 มาเพิ่ม
หลังจากใช้มาสักพัก อายก็เจอ ข้อแตกต่าง ข้อดี-ข้อเสีย เปรียบเทียบแต่ละรุ่น ดังนี้
⭐️ Play Plus
???????? ข้อดี
- ราคาจับต้องได้ ไม่ถือว่าแพงมากสำหรับผลลัพธ์ที่ได้
- ขนนุ่มมาก ไม่บาดหน้าเลย
- ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการเลือกระดับความสั่น กดทีเดียว ใช้ได้เลย สำหรับคนที่ไม่ชอบความยุ่งยาก
???????? ข้อเสีย
- ต้องคอยเปลี่ยนถ่าน
- เคยทำเครื่องตก กลายเป็นว่า เครื่องติดๆ ดับๆ อยู่แป้บนึง แต่หลังจากนั้นก็ใช้ได้ปกติ
- ช่องใส่ถ่านเป็นแบบขันน็อต น้ำซึมเข้าได้ ด้านในแอบขึ้นสนิมเล็กน้อย
- ไม่มีรับประกัน
⭐️ Mini 3
???????? ข้อดี
- ใช้การชาร์จ ซึ่งชาร์จครั้งเดียวอยู่ได้เป็นเดือน
- ขนาดใหญ่ จับถนัดมือกว่า
- ในการใช้แต่ละครั้ง จะมีเวลาที่เหมาะสมสำหรับการใช้ในแต่ละจุดบนใบหน้า เพื่อไม่ให้หน้าระคายเคืองจนเกินไป
- มีระดับความสั่นให้เลือกหลายระดับ ผ่าน application บนมือถือ
- มีระบบ Glow Boost ช่วยให้หน้าใส แต่ส่วนตัวอายไม่เคยใช้เลย
- รับประกัน 2 ปี
???????? ข้อเสีย
- การเชื่อมต่อกับ application ไม่ค่อยเสถียร
- การสั่นสะเทือนค่อนข้างแรง ส่วนตัวอายใช้ level 1 ยังรู้สึกว่าแรงกว่าตัว play plus ถ้าใครหน้าบอบบางมากๆ อาจจะต้องเบามือนิดนึง
สำหรับอาย ขนแปรงของ play plus จะนุ่มกว่านิดนึง อายเริ่มต้นจากการใช้ play plus ทำให้รู้สึกกว่า ระดับความสั่นของ play plus ก็เพียงพอสำหรับการล้างหน้าแล้ว พอเปลี่ยนมาใช้ mini 3 จะรู้สึกว่ามันแรงไปนิดนึง แต่ใช้ไปสักพักก็ชินค่ะ
อ่านต่อ กดเลย
รีวิวจากคอมมูนิตี้จีบัน : Eye Apisara
สอบถามข้อสงสัย คุย LINE@ กับ Jeban.com