โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

หมอเตือน 3 เวลาที่ ไม่ควร ดื่มน้ำส้ม ไม่เกิดประโยชน์ แถมเสี่ยงโรคไม่รู้ตัว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 05.19 น. • สยามนิวส์
หมอเตือน 3 เวลาที่ ไม่ควร ดื่มน้ำส้ม ไม่เกิดประโยชน์ แถมเสี่ยงโรคไม่รู้ตัว

เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ต่างประเทศได้เผยบทความของ Dr.Bui Dac Sang แพทย์จากสมาคมการแพทย์แผนตะวันออกฮานอ ว่า ส้มอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ส้มขนาดกลาง 1 ผล มีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 15.4 กรัม พลังงาน 60 แคลอรี น้ำตาล 12 กรัม ใยอาหาร 3 กรัม วิตามินซี 70 มิลลิกรัม และโพแทสเซียม 237 มิลลิกรัม การดื่มน้ำส้มช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันโรคหัวใจ โรคไขมันในเลือดสูง และช่วยชะลอความชรา

แม้ว่าน้ำส้มจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แต่หากดื่มในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงได้ และช่วงเวลาต่อไปนี้เป็น 3 เวลาที่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม

เมื่อท้องว่าง

การดื่มน้ำส้มขณะท้องว่างอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อกระเพาะอาหารได้ วิตามินซีในน้ำส้มสามารถทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอักเสบหรือแผลในกระเพาะอาหารได้หากบริโภคในปริมาณมาก

ช่วงเย็น

ช่วงเย็นเป็นเวลาที่ร่างกายพักผ่อนและใช้พลังงานน้อย หากดื่มน้ำส้มในช่วงเวลานี้อาจทำให้พลังงานสะสมมากเกินไป และเกิดการสะสมน้ำและไขมันบริเวณหน้าท้อง การดื่มน้ำส้มตอนเย็นยังทำให้ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน ส่งผลต่อการนอนหลับ กรดในน้ำส้มอาจกระทบต่อเคลือบฟัน และการดื่มก่อนนอนอาจส่งผลกระทบต่อไต เพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมแร่ธาตุมากเกินไป และอาจทำให้เกิดนิ่วได้

หลังจากเพิ่งดื่มนม

ไม่ควรดื่มน้ำส้มทันทีหลังจากดื่มนม เพราะโปรตีนในนมจะทำปฏิกิริยากับกรดทาร์ทาริกและวิตามินซีในส้ม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการย่อยอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องเสีย

ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำส้มขณะทานยา ควรดื่มก่อนหรือหลังทานยา 1-2 ชั่วโมง

เพื่อความปลอดภัย ควรดื่มน้ำส้มในตอนเช้า หลังมื้ออาหาร เพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุได้เต็มที่ และให้พลังงานตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นเวลาที่กระเพาะอาหารสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีที่สุด คุณสามารถดื่มน้ำส้มหลังมื้ออาหารประมาณ 1-2 ชั่วโมง

ผู้ที่มีความไวต่อส่วนประกอบในน้ำส้ม เช่น วิตามินซี ไม่ควรใช้ ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือมีปัญหาทางเดินอาหารควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากน้ำส้มมีรสเปรี้ยวและมีกรดที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในเยื่อบุกระเพาะอาหาร ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคตับ หรือโรคไตควรพิจารณาก่อนดื่มเช่นกัน คนปกติก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำส้มมากเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เกินความจำเป็น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...