โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย ติดลบ 2 ปีติด วายุภักษ์ ดับฝันดัชนี 1,500 จุด ธรรมาภิบาล สั่นคลอนความเชื่อมั่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 ธ.ค. 2567 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2567 เวลา 01.03 น.

หุ้นไทย ติดลบ 2 ปีติด ปี 2567 ต่างชาติขาย 1.5 แสนล้านบาท กองทุนวายุภักษ์ ดับฝันดัชนี 1,500 จุด ปมธรรมาภิบาลบริษัทจดทะเบียน ยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นนักลงทุน

ตลาดหุ้นไทยทำนักลงทุนเจ็บตัว 2 ปีติดกันแล้ว โดยปี 2567 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดที่ระดับ 1,400.21 จุด ลดลง 15.64 จุด (-1.10%) จากสิ้นปี 2566 ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,415.85 จุด โดยในปีดังกล่าวดัชนีติดลบ 15.2%

สิ้นปี 2567 ตลาดหุ้นไทยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 17.43 ล้านล้านบาท มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 45,133.96 ล้านบาท หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปอันดับหนึ่ง และเรียกได้ว่าเป็นผู้ชี้ทิศตลาดหุ้นไทย นั่นก็คือDELTA โดยมีมูลค่าบริษัท 1.9 ล้านล้านบาท (ณ 30 ธ.ค.67) ระหว่างปีพุ่งสูงสุดแตะ 2 ล้านล้านบาท ส่วนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด จนได้ฉายาหุ้น 3 เด้ง นั่นคือ CCET บริษัทผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยราคาปรับขึ้น 363%

ด้านความเคลื่อนไหวการซื้อขายนักลงทุนรายกลุ่ม พบว่า นักลงทุนต่างชาติ ยังขายหนัก 147,940 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนในประเทศเป็นเดอะแบก นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 48,855 ล้านบาท นักลงทุนรายบุคคลซื้อสุทธิ 99,069 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (พอร์ตโบรกเกอร์) ซื้อสุทธิ 15 ล้านบาท

ปี 2567 ตลาดหุ้นไทยเผชิญทั้งศึกในและศึกนอก ไม่ว่าจะเป็นทิศทางอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสำคัญ ๆของโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สถานการณ์เศรษฐกิจจีน การเลือกตั้งในสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีความท้าทายจากปัจจัยในประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ กำไรบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตในอัตราต่ำ การเมือง ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เกิดจากการทุจริตและปัญหาธรรมาภิบาลของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน

จากภาพรวมตลาด หุ้นไทย ที่อยู่ในอาการอ่อนแรงเกือบตลอดทั้งปี ทำให้กระทรวงการคลังฟื้นความเชื่อมั่นด้วยการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ วงเงิน 150,000 ล้านบาท ซึ่งก็สร้างบรรยากาศการลงทุนดีขึ้น โดยในเดือนต.ค.2567 หนุนให้ดัชนีหุ้นไทยพุ่งแตะ 1,500 จุด

นอกจากนี้ได้เพิ่มแรงจูงใจกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) กองทุนลดหย่อนภาษีน้องใหม่ ที่ออกมาเมื่อปลายปี 2566 โดยเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีจาก 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ระยะเวลาถือครองเหลือแค่ 5 ปี ที่เป็นอีกความหวังให้มีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทย

สุดท้ายแล้วตลาดหุ้นไทยปี 2567 หักปากกาเซียนไปเรียบร้อย ไม่สามารถไต่ขึ้นไปทำปิดที่ระดับ 1,450 - 1,540 จุด ตามเป้าหมายที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญ ในปี 2567 ที่กระทบบรรยากาศการลงทุน

  • เหตุการณ์จันทร์ทมิฬ (Black Monday) เขย่าตลาดหุ้นทั่วโลก เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2567 ตลาดหุ้นไทยดิ่งแรง 38.41 จุด (-2.9%) ทำนิวโลว์ในรอบ 4 ปี 8 เดือน โดยมีสาเหตุหลักมาจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้เงินเยนแข็งค่า นักลงทุนที่กู้เงินเยนซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำไปลงทุน (Yen Carry Trade) มีต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการเทขายหุ้นทั่วโลก
  • ความกังวล "โดนัลด์ ทรัมป์" กลับมาป่วนการค้า การลงทุนโลก หลังคว้าชัยประธานาธิบดีหรัฐฯ หวนคืนทำเนียบขาวสมัยที่สอง ตลาดหุ้นไทยตอบรับเชิงลบทันทีสอดคล้องกับตลาดโลก โดย SET วันที่ 6 พ.ย. 2567 ปรับลดลง 14.25 จุด (-0.96%)
  • กรณี บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ที่ถือเป็นเคสใหญ่ซ้ำเติมความเชื่อมั่นนักลงทุน โดยสำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวโทษกรรมการและผู้บริหาร จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, อมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ พรเลิศ เตชะรัตโนภาส ผู้ถือหุ้น EA ในข้อหาร่วมกันทุจริต และได้รับผลประโยชน์รวมกันมากถึง 3,460 ล้านบาท ส่งผลให้หุ้น EA บริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่ากิจการ (มาร์เก็ตแคป) สูงสุดติดท็อป 20 ของตลาดหุ้นไทย ถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง มาร์เก็ตแคปลดลงเหลือ 40,000-50,000 ล้านบาท จาก 3.6 แสนล้านบาท
  • อีกคดีที่ช็อตฟีลตลาดหุ้นไทยหนักมาก โดยปลายเดือนพ.ย. 2567 ตำรวจนครบาลแถลงข่าวกรณีศาลอนุมัติหมายจับ “นายแพทย์บุญ วนาสิน” อดีตประธานกรรมการ บมจ. ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) กับพวกรวม 9 คน ในคดีฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันฟอกเงิน และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คกรณีมีผู้เสียหายร่วมลงทุนในธุรกิจทางการแพทย์ 5 โครงการใหญ่ ความเสียหายกว่า 7,600 ล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...