โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าต่อ Digital Bank with Human Touch

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ม.ค. 2568 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2568 เวลา 04.58 น.

5 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ วางยุทธศาสตร์ปี 2568 สร้างการเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจที่โตช้า เดินหน้าสานต่อความยั่งยืน พร้อมเสริมแกร่งเทคโนโลยีพร้อมรับผู้เล่นใหม่ “Virtual Bank” ที่จะเห็นโฉมหน้าในปีนี้

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธนาคารมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความท้าทายและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เศรษฐกิจจะยังคงเป็นความท้าทายสำคัญระยะยาวจากภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป โลกที่แยกเป็นสองขั้วหรือหลายขั้วนั้น โดยทฤษฎีแล้วไม่เป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม ดังนั้น สำหรับเศรษฐกิจไทยที่เป็นประเทศขนาดเล็กและยังมีปัญหาในการปรับตัว จะเติบโตช้าลง EIC คาดว่าอัตราการเติบโตจะลดลงจาก 3.1% ในช่วงก่อนโควิดเหลือเพียง 2.4% ในปีหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของภาคธนาคาร

“ภายใต้เศรษฐกิจที่เติบโตช้าลง ภาคครัวเรือนที่สะสมหนี้มาจนอ่อนแอนั้น คาดว่าจะเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความยากลำบาก หนี้ครัวเรือนจะยังสูงอยู่ในระดับ 85-90% ต่อ GDP ซึ่งเป็นระดับที่ส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจ ภาคประชาชน รวมถึงภาคธนาคาร ผ่านทั้งปริมาณการกู้ยืมซึ่งเป็นรายได้หลักของธนาคารที่จะเติบโตอย่างมีข้อจำกัด และคุณภาพสินเชื่อที่ยังมีแนวโน้มถดถอย เกิดเป็นต้นทุนที่ภาคธนาคารต้องบริหารจัดการ ส่งผลกระทบต่อการทำกำไร”

นอกจากนี้ ยังมีความเปลี่ยนแปลงระดับ Megatrends อีกมากมายในโลกที่ภาคธนาคารต้องปรับตัวเท่าทัน โดยเฉพาะกระแส ESG พัฒนาการของ AI ที่จะกระทบทั้งทางตรงคือ ธนาคารต้องปรับการดำเนินงานไปกับเทรนด์อย่างเท่าทันตามกฎเกณฑ์ของภาครัฐและกระแสการแข่งขันจากธนาคารทั้งหน้าเก่าและคู่แข่งหน้าใหม่คือ Virtual Banks ที่กำลังจะเข้ามา และผลกระทบทางอ้อมผ่านการปรับตัวของลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบจาก Megatrends ของโลกซึ่งจะมีทั้งผู้ได้และเสียประโยชน์ ธนาคารต้องพร้อมเป็นพันธมิตรกับลูกค้าทุกระดับในการปรับตัวฝ่าความท้าทายของโลกยุคใหม่

นายกฤษณ์กล่าวอีกว่า แม้ความท้าทายจะท่วมท้น แต่หากเราพิจารณาในอีกมุม ในวิกฤติก็ยังมีโอกาสอีกไม่น้อย โดยสำหรับธนาคารนั้น มองว่ามีอยู่ 3 โอกาสที่สำคัญด้วยกัน

1.การสนับสนุนธุรกิจไทยในการเปลี่ยนผ่านและการปรับตัวต่อความท้าทาย เช่น การมุ่งไป Net Zero การปรับตัวต่อการกีดกันทางการค้า การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ โดยจากการศึกษาข้อมูลของธุรกิจไทย พบว่า ธุรกิจไทยต้องการเงินอย่างน้อย 1 แสนล้านบาทต่อปีในการลงทุนใหม่เพื่อปรับตัวต่อความท้าทายใหม่ของโลก ทั้งกระแสดิจิทัล การกีดกันทางการค้า และ ESG ตรงนี้เป็นโอกาสของธนาคารในการให้สินเชื่อและคำแนะนำในการช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านอย่างแข็งแรง

2.โอกาสจากการเติบโตของธุรกิจบริหารการเงินและความมั่งคั่ง โดยมี 3 เทรนด์สำคัญที่ ได้แก่

1.) คนไทยโดยเฉลี่ยยังมีสัดส่วนการลงทุนไม่มาก สินทรัพย์ทางการเงินของคนไทยส่วนใหญ่ถึง 90% ยังอยู่ในรูปบัญชีเงินฝาก ส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำ

2.) การเติบโตของผู้มีรายได้สูงในประเทศ โดย UBS คาดว่าจำนวนผู้มั่งคั่ง (มีความมั่งคั่งสุทธิเกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ของไทยจะเพิ่มขึ้นถึง 24% ในปี 2028 ถือเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงเป็น Top 10 ของโลก

และ 3.) ไทยยังกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ จะมีความต้องการการบริหารการเงินในกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมาก รวมถึงในกลุ่มรายได้สูงจะมีการส่งต่อกิจการ ทรัพย์สินต่างๆ สู่รุ่นลูกหลาน ซึ่งถือเป็นอีกโอกาสที่มากับเทรนด์นี้

3.โอกาสจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล จากการที่ไทยเป็นประเทศที่มีการเข้าถึงบริการด้านดิจิทัลสูง และ Google คาดการณ์ว่าขนาดเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะเติบโตเฉลี่ยถึง 20.5% ต่อปี จนถึงปี 2030 สวนทางกับขนาดเศรษฐกิจจริงของไทยที่โตเฉลี่ยแค่ 2.5-2.7% สะท้อนว่า การย้ายกิจกรรมทางเศรษฐกิจจาก Offline to Online ยังเร่งตัวต่อเนื่่องไปอีกหลายปี โดยเฉพาะบริการทางการเงินที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบสู่ดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับในปี 2568 นายกฤษณ์กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังคงดำเนินกลยุทธ์ "Digital Bank with Human Touch" เพื่อผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับการบริการที่เข้าใจเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยธนาคารจะให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพใน 3 ส่วน ได้แก่ การมอบคุณภาพให้ลูกค้าด้วยบริการที่ตรงใจ การยกระดับคุณภาพขององค์กร และการสร้างพนักงานที่มีคุณภาพ ผ่านการปรับโครงสร้างและวิถีการทำงาน สร้างความสามารถในการแข่งขัน พร้อมพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยจะดำเนินการบน 3 แนวทาง ดังนี้

1.ปรับโครงสร้างการดูแลลูกค้าโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง โดยควบรวมช่องทางให้บริการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และช่องทางดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกันเพื่อมอบประสบการณ์ไร้รอยต่อให้เกิดขึ้นจริง ทั้งยังสร้างความคล่องตัวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

2.วางรากฐานดิจิทัลให้แข็งแกร่ง เร่งเสริมความสามารถทางด้าน Digital และ AI ให้ครอบคลุมทั้งองค์กร และแบ่งทีมดิจิทัลเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AI & DATA Intelligence เป็นศูนย์กลางสนับสนุนการพัฒนาทางด้านดิจิทัลโดยเฉพาะ และอีกส่วนหนึ่งจะถูกจัดลงสู่ทีมธุรกิจเพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินของแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

3.เสริมศักยภาพในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการ ภายใต้โจทย์ เร็ว ดี มีนวัตกรรม เพื่อให้รูปแบบการทำงานแบบใหม่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เข้าถึงความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริง และไม่หยุดที่จะพัฒนาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคล (Hyper-personalization)

ทั้งนี้ ธนาคารมีเป้าหมายในการนำยุทธวิธี AI-First Bank มาเป็นเครื่องยนต์หลักในการยกระดับธนาคารสู่ “ธนาคารแห่งอนาคต” ด้วยการนำ AI เข้ามาขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างสมบูรณ์ และมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เพียงสร้างความพึงพอใจ แต่ต้องสามารถคาดการณ์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้าได้แบบรายบุคคล รวมถึงการนำ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและเตรียมความพร้อมของบุคลากร และสร้างไทยพาณิชย์ให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมที่สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น

เร่งพัฒนาปรับตัวใน 3 ด้าน

ให้พร้อมสู้ Virtual Bank

นายกฤษณ์กล่าวว่า การเข้ามาของ Virtual Bank จะเป็นการเพิ่มการแข่งขันในอุตสาหกรรมการเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้ารายย่อย ผ่านการนำเสนอสินค้าและบริการทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล ขับเคลื่อนโดยฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่ เทรนด์นี้จะกระตุ้นให้ธุรกิจธนาคารต้องพัฒนาและปรับตัวใน 3 ด้าน ให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปและความต้องการของลูกค้ายุคดิจิทัล

1.ด้านการให้บริการ : Virtual Bank จะเข้ามาให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีความสะดวก รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำ โดยส่วนใหญ่จะออกแบบให้มุ่งเน้นความพึงพอใจสูงสุดของผู้บริโภค เพื่อให้เกิดการ Adoption และการใช้บริการที่ต่อเนื่อง

ดังนั้น ในการแข่งขัน ธนาคารจะต้องทำให้ธุรกรรมทางการเงินสะดวกและรวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้าดิจิทัล และเสริมด้วยข้อได้เปรียบจากการที่ธนาคารยังมีคนในการให้บริการโดยทำให้การทำธุรกรรมในแต่ละช่องทางของลูกค้าทั้ง Physical และ Digital เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อ สร้างประสบการณ์การให้บริการที่ Personal มากกว่า มี Human Touch มากกว่าที่ Virtual Bank ให้ไม่ได้

2.ด้านเทคโนโลยี/นวัตกรรม : ธนาคารต้องพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI และ Data Analytics ทั้งในระบบของธนาคารและการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงความต้องการและมีความรวดเร็ว

3.ด้านต้นทุน : จากการที่ Virtual Bank มีต้นทุนที่ต่ำกว่า มีแนวโน้มทำให้สามารถเสนอผลิตภัณฑ์และบริการได้ถูกกว่า ธนาคารจึงต้องพยายามปรับลดต้นทุนการดำเนินงานในส่วนที่ไม่จำเป็น ควบคู่การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อให้มีโครงสร้างต้นทุนที่แข่งขันได้

เดินหน้า ESG อย่างต่อเนื่อง

ด้วยแนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน”

นายกฤษณ์กล่าวด้วยว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ยังคงเดินหน้าเรื่อง ESG ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” โดยธนาคารเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน ที่ต้องร่วมกันตั้งเป้าหมาย สร้างแรงกระเพื่อม ประสานความร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตให้เราทุกคนได้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน ซึ่งธนาคารมีบทบาทการสนับสนุนความยั่งยืนด้วยการจัดสรรเงินทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) ให้แก่ลูกค้า กำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) พร้อมนำความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของธนาคารเข้าสนับสนุนการดำเนินงานความยั่งยืนทุกมิติ

+โดยวางเป้าหมายสู่ความยั่งยืนใน 3 ระยะ ได้แก่ +

1.สนับสนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้วยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนจำนวน 150,000 ล้านบาท ภายใน 2025

2.ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของธนาคารให้เป็น Net Zero ภายในปี 2030

และ 3.ตั้งเป้า Net Zero 2050 จากการให้สินเชื่อและการลงทุนตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ หรือ Science-Based Targets Initiative (SBTi) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรความยั่งยืนนำพาลูกค้าในพอร์ตสินเชื่อทั้ง 2.3 ล้านล้านบาท สู่เป้าหมาย Net Zero

ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายข้างต้น ธนาคารได้วางกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลัก S-C-B ได้แก่

  • Sustainable Banking : การสนับสนุนการเงินที่ยั่งยืน ช่วยลูกค้าทุกกลุ่มให้สามารถเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืนด้วยโซลูชั่นทางการเงินที่ยั่งยืน
    • Corporate Practice Excellence : สร้างองค์กรต้นแบบแห่งความยั่งยืน โดยดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล สร้างวัฒนธรรมองค์กร พร้อมปลูกฝัง DNA ความยั่งยืนให้พนักงาน
    • Better Society : ยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อสังคมที่ยั่งยืน สนับสนุนการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้สังคม สร้างพลังคนรุ่นใหม่เพื่ออนาคต และปลูกฝังองค์ความรู้ด้านการเงินและดิจิทัล

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมกราคม 2568 ฉบับที่ 513 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...