โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เบื้องลึก แพทองธาร สั่งถอนวาระ ให้เงิน 10,000 เฟส 2

สยามนิวส์

เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2567 เวลา 02.14 น. • สยามนิวส์
เบื้องลึก แพทองธาร สั่งถอนวาระ ให้เงิน 10,000 เฟส 2

เรียกได้ว่าเกิดเป็นคำถามอยู่ไม่น้อยสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุโดยแจกเงิน 10,000 บาทให้กับผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป 4 ล้านคน หรือโครงการแจกเงิน 10,000 บาทเฟส 2 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีกำหนดที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่เข้า ครม.ไม่ทันในการประชุม ครม.สัญจรที่จ.เชียงใหม่ แต่จนแล้วจนรอดเรื่องนี้ก็ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยวาระถูกถอนออกจากการประชุมไปในนาทีสุดท้ายก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกฯรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.ถึงเรื่องนี้ว่าวันนี้ ครม.ยังไม่อนุมัติโครงการแจกเงิน 10,000 บาทเฟส 2 โดยต้องขอตรวจความรอบคอบในเรื่องกฎหมายก่อน เมื่อถามว่าที่บอกว่าติดเรื่องข้อกฎหมายนั้นติดขัดในส่วนไหน นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า ขอพิจารณาข้อกฎหมายในรายละเอียดเพื่อให้เกิดความรอบคอบไม่ได้ติดเรื่องอะไร แต่เรื่องเนื้อความที่เขียนทางกระทรวงการคลังกำลังดูอยู่

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวว่า เงื่อนไขที่ติดอยู่ไม่ได้ติดขัดเรื่องของข้อกฎหมายแต่เป็นรายละเอียดที่ต้องดูเอกสารให้ครบถ้วน คาดว่าจะสามารถเสนอให้ครม. พิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะแจกเงินได้ทัน 29 ม.ค.2568 แน่นอน

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่าการที่วาระดังกล่าวต้องถอนออกจากที่ประชุมครม. ทั้งที่ถูกบรรจุเป็นวาระเพื่อพิจารณาในที่ประชุมครม.วันที่ 3 ธ.ค.2567 เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากถูกเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาทักท้วงให้ไปตรวจสอบข้อกฎหมายให้ชัดเจนก่อน ซึ่งรัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ก็ฟังแล้วไม่เข้าใจว่าเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นใด

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่วาระดังกล่าวจะถูกถอนออก กระทรวงการคลังได้เตรียมนำข้อเสนอ ให้ ครม.พิจารณา โดยระบุว่า โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ ถือเป็นส่วนหนึ่งของกรอบหลักการในการดำเนินโครงการ Digital Wallet ตามติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2567 โดยให้มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรอบการดำเนินโครงการ เติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet เฉพาะผู้มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จากการสนับสนุนวงเงินสิทธิ์ 10,000 บาท สำหรับซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ Digital Wallet เป็นการจ่ายเงิน 10,000 บาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไขการใช้จ่าย

พร้อมกันนี้ จะขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ ไม่เกิน 40,000 ล้านบาทมาดำเนินการ และให้กรมบังคับคดีกำหนดแนวปฏิบัติเพื่ออนุญาตให้บุคคลล้มละลายหรือถูกพิทักษ์ทรัพย์ เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและถอนเงินเป็นกรณีพิเศษ เพื่อรับเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ และเบิกถอนเงินดังกล่าวเพื่อใช้จ่าย

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่าการทักท้วงข้อกฎหมายให้ ครม.รับทราบนั้นคือเรื่องในกรณีที่กระทรวงการคลังเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดให้โครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกรอบหลักการในการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 และนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ และขอความเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรอบการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet นั้น

เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23เมษายน 2567 ที่ให้ความเห็นชอบหลักการของกรอบหลักการของโครงการเติมเงิน10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดในส่วนส่วนที่เกี่ยวข้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น ยังไม่ปรากฏว่ามีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณารายละเอียดของโครงการตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และโดยที่โครงการฯ นี้มีรายละเอียดบางประการแตกต่างไปจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรอบการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ที่คณะรัฐนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567

นอกจากนี้การขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลางรายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ จำนวนไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท โดยจัดสรรให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังสำหรับการดำเนินโครงการฯ นั้นเป็นการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลางที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ พ.ศ. 2567 ซึ่งข้อ 5 กำหนดให้กระทำได้ในกรณีที่หน่วยรับงบประมาณได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นหน่วยงานดำเนินโครงการ และหน่วยรับงบประมาณต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามโครงการที่ขอรับจัดสรร และเสนอเรื่องให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล หรือผู้ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับดูแลโครงการ แล้วแต่กรณีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งคำขอให้สำนักงบประมาณเพื่อพิจารณาอนุมัติจัดสรรรงบประมาณให้แก่หน่วยรับงบประมาณต่อไป

นอกจากนี้ เนื่องจากกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการดำเนินการจ่ายเงินซ้ำ (Retry) ครั้งที่ 3 ในวันที่ 19 ธ.ค. 2567 ให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่ยังจ่ายเงินไม่สำเร็จตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ ควบคู่กับการดำเนินการแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินตามโครงการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พ.ย.2567 จากการดำเนินโครงการหลายโครงการในช่วงเวลาเดียวกันจึงอาจเกิดความซ้ำซ้อนหรือความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้ จึงเห็นควรมอบหมายกระทรวงการคลังบริหารจัดการกลุ่มเป้าหมายของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอาย เพื่อให้ผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินตามโครงการที่พึงจะได้รับและมีให้เกิดความซ้ำข้อน รวมทั้งให้พิจารณากำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ โดยไม่ขัดกับที่ ครม.ได้เห็นชอบไว้

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เรื่องโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุถูกถอนออกจากวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะมีการพิจารณา เนื่องจากนายกรัฐนตรีได้ให้ข้อสังเกตุการณ์ในข้อกฎหมายบางประการ และเงื่อนไขในการดำเนินการเฟสแรกมีข้อติดขัดใดบ้าง โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำกลับปรับมา มองว่าช้าดีกว่าต้องมาแก้ไขในภายหลัง โดยคาดว่าโครงการนี้จะเสนอครม. ภายในสัปดาห์หน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...