โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาราสาว วัย 45 สูญเสียครั้งใหญ่จนเป็นซึมเศร้า ติสท์หนักถึงขั้นไปดูศพเพื่อปลง!

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 พ.ย. 2566 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2566 เวลา 06.04 น. • The Bangkok Insight

น้ำผึ้ง ณัฐริกา ดาราสาว วัย 45 สูญเสียครั้งใหญ่จนเป็นซึมเศร้า ติสท์หนักถึงขั้นไปดูศพเพื่อปลง!

ฝีมือการแสดงไม่เคยเป็นสองรองใครอยู่แล้ว สำหรับดาราสาวรุ่นใหญ่น้ำผึ้ง ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ ที่โลดแล่นในวงการบันเทิงมายาวนานมากกว่า 20 ปี เธอคนนี้ทั้งสวย ทั้งเก่ง มีความสามารถมากมาย มีผลงานให้แฟน ๆ ได้ติดตามมาโดยตลอด แถมเรื่องความสวยก็ยังคงเป๊ะเหมือนในวันวานมาเสมอ

น้ำผึ้ง ณัฐริกา ดาราสาว วัย 45 สูญเสียครั้งใหญ่จนเป็นซึมเศร้า ติสท์หนักถึงขั้นไปดูศพเพื่อปลง!

ล่าสุดน้ำผึ้ง ณัฐริกา ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการ WOODY INTERVIEW ถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยติสท์หนักถึงขั้นนั่งรถเมล์ไปดูศพเพื่อปลงชีวิตที่ศิริราช และเคยสูญเสียครั้งใหญ่เป็นซึมเศร้าจนต้องพบจิตแพทย์ แต่ก็ผ่านมาทุกอย่างมาได้เพราะใช้ธรรมะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

ชีวิตเป็นยังไงบ้างตอนนี้?

น้ำผึ้ง : ตอนนี้ดีนะ มันลงตัว เหมือนแก่ขึ้นแล้วจิตวิญญาณมันเติบโตขึ้น สบายตัวขึ้น

แต่ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่าน้ำผึ้งมีความสบายตัวในการใช้ชีวิตมาเป็น 10 ปีแล้วนะ อยากทำอะไรก็ได้ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำ เหมือนชีวิตเลือกได้?

น้ำผึ้ง : ใช่ แต่มันเจอวิกฤตไง สัตว์ที่เราเลี้ยงถึงช่วงแก่แล้วมันจะตายเรื่อย ๆ เลยได้เจอกับความเกิดแก่เจ็บตาย ได้เจอมาในช่วงอายุ 40 กว่า เรียงกันเลย เราก็เลยมีความทุกข์

ไม่มีอะไรแน่นอน เราเองก็ไปได้ทุกเมื่อ ดังนั้นกับคนที่ยังเหลืออยู่ในชีวิตเราก็ต้องให้เวลากับเขามากขึ้น?

น้ำผึ้ง : จริง อยู่ดี ๆ เดินไปกราบเท้าคุณแม่ แม่ตกใจเลยอ่ะ แบบว่าไม่เคยเจอแบบนี้ แต่เรารู้ว่ามันไม่แน่นอนจริง ๆ ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ ก็เลยกล้าทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน

สิ่งที่หลายคนไม่ทราบก็คือน้ำผึ้งมีการสูญเสียครั้งใหญ่ติดต่อกัน ทำให้เกิดเป็นซึมเศร้าไปเลย?

น้ำผึ้ง : ใช่ค่ะ ลูกรักจากไปทีละตัว ๆ รวมกัน 6-7 ตัว ทั้งแมว ทั้งหมา ทั้งกระต่าย ต้องปรึกษานักจิตวิทยา แล้วเราบอกเขาว่าเราจะต้องเข้มแข็ง เขาก็บอกว่าคุณน้ำผึ้งพูดคำว่าเข้มแข็งบ่อยมาก แต่เขาบอกว่าบางทีไม่ต้องเข้มแข็ง อ่อนแอบ้างก็ได้ ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้างก็ได้ เราก็เลยหายเข้มแข็ง เริ่มขี้อ้อน ขอความช่วยเหลือคนอื่นว่าช่วยปลอบใจเราหน่อยนะเรากำลังเศร้า แล้วเขาก็บอกว่าให้เราอยู่กับปัจจุบัน แล้วไปทำสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข

น้ำผึ้งก็เห็นว่าสิ่งที่มีคุณค่าก็คือไปช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่เขาไม่ได้กลิ่นอีกแล้วในชีวิต เพราะว่าเขาตัดกล่องเสียงไปทำให้พูดไม่ได้และไม่ได้กลิ่น น้ำผึ้งไปช่วยกองทุนของผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียง ทำให้เขากลับมาได้กลิ่นอีกครั้งทั้งกลุ่มเลย ไปทำกับคุณหมอ รพ.ศรีนครินทร์ ซึ่งยังทำต่อเนื่องทุกปีค่ะ

ถือว่าเป็นบุญที่ใหญ่หลวงมาก

น้ำผึ้ง : โชคดีมากเลย เหมือนเราจะช่วยเขานะ แต่จริง ๆ เขาช่วยเรา เขาช่วยให้เรารู้สึกแบบน้ำผึ้งร้องไห้เลย รู้สึกว่าตายได้แล้วอ่ะ นี่แหล่ะคุณค่าของชีวิตที่เราทำมากที่สุดในศักยภาพที่เรามี

เริ่มจากการที่เราสูญเสียสัตว์เลี้ยง แล้วมีปัญหาทางจิตเวชตามมา เท่าที่คุยกับนักจิตแพทย์มันเกิดขึ้นได้ยังไง?

น้ำผึ้ง : มันก็คืออุปทานการยึดติด มองเห็นว่าเขาเป็นลูกคิดว่าเขาเป็นลูกขึ้นมาจริง ๆ มันจะต้องไม่ตาย ต้องได้รับการรักษาอย่างดี แต่เราไม่รู้ว่าทุกอย่างมันเกิดแก่เจ็บตาย แล้วมันก็ทยอยตาย เราก็เลยรับไม่ได้ ก็เลยเป็นซึมเศร้า เวลามาทำงานจะไม่มีใครรู้เลย เหมือนในใจมันร้องไห้ตลอดเวลา แต่ว่าข้างนอกเราแฮปปี้ สักพักหนึ่งมันก็จะทนไม่ได้เพราะว่าเราไม่ได้เข้มแข็งตลอดเวลา จะเป็นเก็บกด ก็เลยต้องไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ยังเลี้ยงสัตว์อยู่ไหม?

น้ำผึ้ง : ก็ยังเลี้ยงอยู่ค่ะ แต่ว่าทุกวันนี้บางตัวที่ป่วยมาก ๆ เหมือนจะ ICU แบบนี้เราก็ทำใจได้แล้ว อยู่ด้วยกันไปก็พยายามอุ้มเขาบ่อย ๆ วันที่เขาไม่อยู่เราจะได้ไม่ต้องเสียใจ

เราได้เรียนรู้และได้เตรียมใจไว้ไหมสำหรับมนุษย์ ที่จะจากชีวิตเราไป?

น้ำผึ้ง : โอ้โห! คือก็เตรียมใจเพราะคุณพ่อคุณแม่ก็แก่มากแล้ว แล้ววันหนึ่งก็คงจะตาย คือไม่ได้แช่งนะคะ เราคงจะต้องได้รับโทรศัพท์อะไรที่เป็นข่าวร้ายสักวันหนึ่ง แต่ว่าอันนี้เป็นสอบใหญ่ของน้ำผึ้ง ต้องฟังท่านพระพุทธทาสให้เยอะกว่านี้ ช่วงนี้ก็ต้องนั่งสมาธิมากขึ้นค่ะ

ตอนแรกมันจะเป็นทฤษฎีที่เราฟังแต่ตอนหลังก็ต้องจิตว่าง แล้วเวลาที่เกิดการสูญเสียขึ้นมาจริง ๆ เราจะได้ไม่ต้องเอาตัวเราไปผูกอะไรมาก ๆ ขนาดนั้น แต่ว่าเราก็ยังรักนะเพียงแต่ว่าเห็นเกิดแก่เจ็บตาย แล้วก็ปล่อยวางมีความสุขต่อได้ง่ายขึ้น

ใช้ธรรมะกับความสัมพันธ์และความรักด้วยไหมครับ?

น้ำผึ้ง : ด้วยค่ะ ใช้ในชีวิตด้วยค่ะ เหมือนอย่างตอนแรกพี่เป้กลับบ้านช้า เราก็แบบทำไมกลับบ้านช้า เราก็เตรียมอาหารไว้ให้นั่นโน้นนี่ สักพักหนึ่งเราก็คิดว่า อ๋อ! ในใจคิดไปแล้วเราอยากให้เขามา ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันไม่แน่เขาอาจจะติดธุระ เราก็เลยหายตรงนั้นไป พอใจเริ่มคิดเราก็ตัดตรงนั้น ช่างมันเดี๋ยวเขาก็มา แล้วทุกอย่างมันก็ไม่โกรธ กลายเป็นเราไม่ค่อยโกรธคนอื่น จะเป็นอะไรที่ดีมากๆถ้าเราไม่โกรธ

อยากมีลูกไหม?

น้ำผึ้ง : เคยอยากนะคะ แต่ว่าตอนนี้ไม่มีก็ดี ไม่มีก็สบายตัวไปอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน

ทุกครั้งที่พูดถึงน้ำผึ้งทุกคนจะบอกว่าเขาเป็นคนติสท์นะ ทุกวันนี้ยังติสท์อยู่ไหม และสมัยก่อนคุณติสท์ขนาดไหน?

น้ำผึ้ง : (หัวเราะ) ก็ยอมรับว่าติสท์นะคะ แต่ว่าไม่ติสท์แตกนะ เวลาทำงานก็ทำงานให้เต็มที่ เวลาที่ทำงานเสร็จเราจะลอกคราบนักแสดงออกไปเลย แล้วเคยรู้ว่าไอน์สไตน์มีเสื้อแค่ 7-8 ตัวที่เป็นชุดเดียวกันเพราะว่าเขาจะได้มีสมองไว้คิดเรื่องปรัชญาอะไรของเขา เราก็เลยเป็นแบบอย่างนั้นเราก็ต้องใส่ชุดเดียวกันเลียนแบบเขา มีเสื้อแบบเดียวกัน 8 ตัว รองเท้าแบบเดียวกัน วัน ๆ ก็ใส่แบบนั้นไปกองถ่าย จนคนเขาก็แบบน้ำผึ้งมีชุดเดียวเหรอ

แล้วเวลาไปงานบางทีมันก็มากเกินไป น้ำผึ้งก็เริ่มไม่ใส่ส้นสูง เริ่มใส่แตะแต่ไม่ใช่แตะคีบขนาดนั้นนะคะ ไม่ค่อยเอาชุดที่มันเป็นดารามาก เริ่มทำอะไรที่มันไปนั่งรถเมล์อะไรแบบนี้ มีคนขับรถให้นั่งก็ไม่นั่ง ไปนั่งวิน เอาให้มันเต็มที่เพราะว่าเคยได้ยินท่านพุทธทาสพูดว่า "เป็นอยู่อย่างต่ำ มุ่งกระทําอย่างสูง" เราก็เลยเอาให้มันติดดินที่สุด

แล้วก็นั่งรถเมล์ไปดูศพที่ศิริราชด้วยเพื่อที่จะปลง ตอนนั้นเป็นช่วงที่อ่านปรัชญาเยอะมาก แล้วก็หมกตัวเองอยู่ในห้อง ไปดูชีวิตจริงหลังจากทำงานมันคนละขั้วกันไปเลย ก็เลยถือว่าตรงนั้นแหล่ะคงเป็นติสท์ อยากทำอะไรก็ทำจริง ๆ

แต่ว่ามนุษย์เรามีหลายมิตินะในความเป็นจริง เราสามารถสวมบทบาทได้อีกมากมาย เพราะชีวิตก็คือการละคร?

น้ำผึ้ง : ไม่จำเป็นต้องกระทำเป็นอยู่อย่างต่ำตลอดนะ จะเป็นอย่างกลาง อย่างสูง เราก็ทำอย่างสูงได้ รูปแบบกับสาระ รูปแบบมันก็เป็นแค่รูปแบบแหล่ะจะรวยจนหรืออะไร แต่ว่าข้างในสาระมันคืออะไร ก็ทำให้เราอยู่เหนือรูปแบบไปเลย เป็นอะไรก็ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...