โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไขปริศนาผีน้อย ปมร้อนกระทบคนไทยไปเกาหลีใต้ เปิดทุกปัจจัย-ข้อเท็จจริง (1)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 ม.ค. 2567 เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2567 เวลา 23.07 น.

ไขปริศนาผีน้อย
ปมร้อนกระทบคนไทยไปเกาหลีใต้
เปิดทุกปัจจัย-ข้อเท็จจริง (1)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรื่องราวเกี่ยวกับ “ผีน้อย” ซึ่งเป็นคำเรียกขานคนไทยที่เข้าไปทำงานในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย กลายเป็นประเด็นที่สังคมไทยรับรู้และได้ยินอยู่อย่างสม่ำเสมอ เรามักได้ยินข่าวเกี่ยวกับคนไทยหนีทัวร์ในเกาหลีใต้ ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เกาหลีใต้ปฏิเสธไม่ให้เข้าเมือง ลามไปถึงการติดแฮชแท็ก #แบนเที่ยวเกาหลี ทั้งหมดนี้เป็นคนละเรื่องเดียวกัน ที่จะพาไปดูค้นต้นตอ หาคำตอบ และมองปัญหาที่เกิดขึ้นในหลากหลายมิติ

๐ต้นตอปัญหาผีน้อย
สาเหตุของปรากฎการณ์“ผีน้อย” มาจากหลายปัจจัย ปัจจัยแรกคือมีความแตกต่างของค่าแรงที่มากกว่า 5 เท่า โดยค่าแรงขั้นต่ำสำหรับคนงานที่ไม่มีทักษะในเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นคนเกาหลีใต้หรือคนต่างชาติ เป็นแรงงานผิดกฎหมายหรือทำงานอย่างถูกกฎหมายก็ได้เท่ากันคือราว 2 ล้านกว่าวอน หรือขั้นต่ำคือ 54,000-57,000 บาทต่อเดือน แต่แรงงานผิดกฎหมายจะไม่สามารถสมัครเข้าระบบประกันสุขภาพของทางการเกาหลีใต้ โดยค่าแรงที่สูงได้เป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดให้คนไปเป็นผีน้อย ซึ่งไม่ได้มีแค่ไทยเท่านั้น แต่มีอีกหลายชาติ ซึ่งนัยหนึ่งก็สะท้อนถึงการปรับตัวจากการที่เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้คนต้องดิ้นรนไปหางานทำในต่างประเทศมากขึ้น

ปัจจัยที่ 2 คือไทยมีช่องทางในการเดินทางเข้าเกาหลีใต้ที่สะดวก ภายใต้ข้อตกลงยกเว้นการตรวจลงตรา หรือยกเว้นวีซ่ากับเกาหลีใต้ โดยให้แต่ละฝ่ายอยู่ในฐานะนักท่องเที่ยวได้นาน 90 วัน ทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคนไทยที่จะเข้าไปยังเกาหลีใต้ แม้ว่าขณะนี้การเข้าเมืองของเกาหลีใต้จะยากขึ้นก็ตามเพราะต้องขอ K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization ) ที่มีลักษณะคล้ายวีซ่า ทางระบบออนไลน์ จึงจะสามารถขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปเกาหลีใต้ได้ โดยจากจำนวนคนไทยในเกาหลีใต้ทั้งหมดราว 2 แสนนิดๆ แต่ที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผีน้อยจะอยู่ที่ราว 1.5 แสนคน หรือราว 75% ของคนไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้คือผู้ที่อยู่แบบผิดกฎหมาย ทำให้คนไทยเป็นที่เพ่งเล็ง

ถ้าดูในจำนวนแรงงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ทุกชาติมารวมกัน ไทยเป็นแรงงานผิดกฎหมายที่มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ทั้งจำนวนและสัดส่วน คือถ้าเจอแรงงานผิดกฎหมายเกาหลีใต้ 100 คน จะเป็นคนไทย 35 คน หรือ 1 ใน 3 นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนไทยถึงกลายเป็นเป้าของการตรวจคนเข้าเมือง และจำนวนแรงงานผิดกฎหมายไทย 1.5 แสนคน ประมาณ 95% เข้าไปโดยใช้ช่องทางของการเป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งอาศัยยกเว้นวีซ่า ที่เหลืออีกประมาณ 5 % เป็นแรงงานที่เข้าไปแบบถูกต้องตามกฎหมาย จากนั้นก็อยู่ในเกาหลีใต้ต่อแบบผิดกฎหมาย ทั้งนี้ แรงงานต่างชาติที่เข้าไปพำนักและทำงานในเกาหลีใต้ (รวมทุกประเภทวีซ่า) กลุ่มใหญ่ที่สุดคือคนจีนเชื้อสายเกาหลี รองลงมาคือ เวียดนาม ไทย อุซเบกิสถาน ฟิลิปปินส์ ฯลฯ

ปัจจัยที่ 3 คือ มีเฟซบุ๊กที่มีโฆษณาที่จะพาไปพบชีวิตที่ดีกว่า หรือบอกว่ามีโอกาสในการหางานทำในเกาหลีใต้ ซึ่งอาจจะบอกหรือไม่ได้บอกว่าจะพาไปเป็นผีน้อย พูดอีกอย่างคือมี “โบรกเกอร์” ที่รับพาไปลักลอบหางานทำแบบผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยเองก็พยายามปราบปรามโบรกเกอร์เหล่านี้ แต่ก็ยังปราบปรามไม่หมด ซึ่งหากจัดการกับโบรกเกอร์ได้ ก็อาจจะปราบปรามผีน้อยไปได้ส่วนหนึ่ง

ขณะเดียวกันก็มีผีน้อยบางส่วนที่เข้าไปอยู่เกาหลีใต้แบบที่อาศัยเวลา 90 วันทำงาน จากนั้นก็กลับออกไป แล้วกลับเข้าไปเกาหลีใต้ใหม่เพื่อหางานทำต่อ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่ถูกเพ่งเล็ง เพราะนำไปสู่โอกาสที่จะลักลอบพำนักอยู่ในเกาหลีใต้ต่อไปได้ เนื่องจากได้ไปทำความรู้จักกับพื้นที่ต่างๆ แล้ว จึงเห็นได้ว่า ผีน้อยในเกาหลีใต้ค่อนข้างมีความซับซ้อนและมีที่มาที่หลากหลาย

๐เกาหลีใต้หลับตาข้างหนึ่งหรือไม่

เกาหลีใต้เองก็มีปัจจัยที่เกื้อหนุน ปรากฎการณ์ผีน้อยเช่นกัน

ปัจจัยแรกคือเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ประชากรกำลังลดลงอย่างมาก อัตราการเกิดต่ำเพียงราว 0.7 % จึงจะเป็นสังคมผู้สูงวัยเร็วกว่าไทยที่มีอัตราการเกิดราว 1% แต่ก็ยังเป็นสังคมผู้สูงวัยไปแล้ว เกาหลีใต้จึงต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติมาก มีการเปิดรับและพยายามให้โควต้ากับแต่ละประเทศ แต่ในภาพรวมก็ยังไม่เพียงพอ เพราะคนเกาหลีใต้ก็ไม่ทำงาน 3D หรืองานสกปรก อันตราย และลำบาก แรงงานต่างชาติจึงมีโอกาสและช่องทางมากในประเทศนี้

ปัจจัยที่ 2 คือเรื่องการบริหารจัดการของทางการเกาหลีใต้ และความต้องการของภาคเอกชนเกาหลีใต้เอง เนื่องจากแรงงานที่เข้ามาทำงานภายใต้โควต้าของรัฐ มักจะเป็นแรงงานที่ส่งไปยังบริษัทขนาดใหญ่ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือภาคเกษตรที่ต้องการคนอาจไม่ได้รับโควต้าจากรัฐบาลเพียงพอ นอกจากนี้ ภาคเอกชนบางรายอาจจงใจจ้างผีน้อยเข้าทำงานเพราะต้นทุนถูกกว่า เนื่องจากไม่ต้องรับผิดชอบจ่ายเงินสมทบเข้าระบบประกันสังคมใดๆ จึงเป็นเหตุให้รับแรงงานผิดกฎหมายเข้าไปทำงาน

ขณะเดียวกัน การกำหนดโควต้าแรงงานที่เกาหลีใต้จัดสรรให้แต่ละประเทศมีดัชนีใหญ่ๆ หลายประการประกอบกัน โดยสองเรื่องหลักคือการประเมินของนายจ้างว่าแรงงานทำงานดีหรือไม่ และอีกเรื่องหนึ่งคือจำนวนผีน้อยของประเทศนั้นๆ ในเกาหลีใต้ หากประเทศใดมีแรงงานผิดกฎหมายเยอะ ทางการเขาก็จะไม่เพิ่มโควต้าแรงงานให้

เนื่องจากเกาหลีใต้เป็นสังคมที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว หากมีใครตั้งคำถามว่าบางทีเจ้าหน้าที่รัฐก็อาจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่หรือไม่ ก็คงต้องขึ้นกับนโยบายรัฐบาลในเวลานั้นๆ ถ้ารัฐบาลมีนโยบายกวาดล้างก็จะมีการตรวจสอบเข้ม แน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา อีกทั้งเกาหลีใต้มีการประกาศอภัยโทษแรงงานต่างด้าวเป็นระยะ โดยเปิดให้ผู้ที่อยู่แบบผิดกฎหมายมารายงานตัว จากนั้นจะถูกส่งกลับโดยกล่าวว่าไม่ถูกขึ้นบัญชีดำและไม่ถูกเรียกเก็บค่าปรับ ก็ทำให้ผีน้อยบางส่วนรู้สึกว่าพวกเขาสามารถอยู่ต่อ แล้วก็รอการอภัยโทษครั้งต่อไปได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี หากมีคนชวนเข้าไปทำงานบางประเภทในเกาหลีใต้ อาทิ งานนวดให้ตระหนักได้ทันทีว่าเป็นงานผิดกฎหมาย เพราะเกาหลีใต้ไม่ได้เปิดให้คนไทยเข้าไปทำ เพราะงานนวด เป็นอาชีพที่เกาหลีใต้สงวนไว้ให้กับคนตาบอดของเขาเท่านั้น

เพียงแค่ปัจจัยพื้นฐานทั้งในส่วนของไทยและเกาหลีใต้เอง ก็น่าจะทำให้เห็นถึงองค์ประกอบมากมายที่สะท้อนถึงสาเหตุและต้นตอของปรากฎการณ์ “ผีน้อย” ในเกาหลีใต้จากทั้งสองฟากฝั่ง ที่มีรากของปัญหาหลากหลายกว่าที่คิด

สัปดาห์หน้าจะเล่าให้ฟังถึงการใช้ชีวิตของพวกเขาและความทุกข์ที่ต้องเผชิญ รวมถึงความเสี่ยงของคนไทยที่จะเดินทางไปเกาหลีใต้ และวิธีการรับมือกับความยุ่งยากที่อาจต้องเจอ แม้ว่าจะตั้งใจเดินทางเข้าไปในฐานะนักท่องเที่ยวก็ตามที

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไขปริศนาผีน้อย ปมร้อนกระทบคนไทยไปเกาหลีใต้ เปิดทุกปัจจัย-ข้อเท็จจริง (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...