โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ ชี้แจก ‘เงินหมื่น’ อายุ 16-20 ปีมุ่งให้ใช้ผ่านแอปทางรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 05.15 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 04.59 น.

นายกฯ ชี้บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจเคาะจ่ายเงิน 1 หมื่นเฟส 3 คนอายุ 16-20 ปี มุ่งกลุ่มเป้าหมายใช้ใช้ผ่านแอปทางรัฐ ‘ผอ.สำนักงบฯ‘ ชี้เฟส 4 มีหรือไม่ รอฟังนโยบาย

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568 ว่า “ด้วยเศรษฐกิจในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มฟื้นตัวตามลำดับ โดยมีการบริโภค การส่งออก และการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ

โดยในปีนี้กระทรวงการคลังประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะเติบโตได้ 3% แต่รัฐบาลเชื่อว่า ด้วยศักยภาพเศรษฐกิจไทย การร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ตัวเลขเศรษฐกิจน่าจะเติบโตได้มากกว่า 3%

นายกฯ ระบุอีกว่า วงประชุมวันนี้จึงเป็นวงที่เรามาร่วมกันคิด เสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ และอยู่ในกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และร่วมกันวางโครงสร้างในระยะยาวไปพร้อม ๆ กัน

ซึ่งในวันนี้ที่ประชุมได้มีการเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท ระยะที่สาม เพื่อเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล และต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ที่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในประเทศ โดยที่กลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้ลงทะเบียนผ่าแอปพลิเคชั่นทางรัฐ มีอายุตั้งแต่ 16-20 ปี และจะต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐ เพื่อสแกน QR code ณ ร้านค้าในพื้นที่เขตหรืออำเภอที่ประชาชนมีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน

โดยดิฉันได้เน้นย้ำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเครื่องยนต์สำคัญอย่างการท่องเที่ยว ที่จะต้องดำเนินต่อไปตามแผนงาน และมีแผนงานใหม่ที่มุ่งไปยังกลุ่ม Luxury เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อหัวมากขึ้น อีกเรื่องที่สำคัญคือกลุ่มการเกษตร ที่จะต้องพัฒนากระบวนการเกษตรทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การส่งออกสินค้าเกษตร และดูแลราคาสินค้าเกษตรให้เป็นธรรมหรือสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องเกษตรกร และทำให้รายได้ประเทศสูงขึ้นด้วย

ขณะที่นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ถึงโครงการดังกล่าว จะมีเฟสอื่นต่อไปหรือไม่ หลังดำเนินการเฟส 3 ว่า แล้วแต่นโยบาย“

เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 เคาะวันแจกแล้ว

ขณะที่ ข่าวสด รายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง แถลงภายหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เป็นประธาน

นายพิชัยระบุว่ามีเรื่องใหญ่ 3 เรื่อง

1.การขับเคลื่อนหรือกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกินร้อยละ 3

2.การแจกเงินดิจิทัล เฟสที่ 1 โครงการ 10,000 บาทในการจ่ายด้วยดิจิทัลวอลเลต ซึ่งระบบอาจจะลำบากในการสร้าง แต่ถ้าเทียบกับการให้เงินอุดหนุนอื่น ๆ ซึ่งดิจิทัลวอลเลตเราสามารถกำหนดได้

ทั้งเรื่องร้านค้า พื้นที่ ทำให้การเติมเงินสู่ระบบเป็นไปตามที่เราต้องการ ทำให้เรารู้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศนี้เป็นอย่างไร นำไปวางแผนอื่น ๆ ได้อีก ถือเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล

ส่วนความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการจ่ายเงินครั้งนี้ เชื่อว่าไม่ว่าจะทำให้จีดีพีขึ้นมาเท่าไหร่ แต่เราได้การกระจายทั่วถึง และมีข้อมูลหนี้ครัวเรือน ซึ่งถือว่าดีขึ้น ช่วยบรรเทาภาระหนี้ เราจึงวางเงื่อนไขเป็นเฟส ครอบคลุมกลุ่มที่ลงทะเบียนไว้แล้ว 16-20 ปี 2.7 ล้านคน เป็นกลุ่มในวัยเรียน นำไปใช้จ่ายช่วยเหลือพ่อแม่ได้

กลุ่มที่เกิน 20-60 ปี ขอเราไปพิจารณาก่อน ว่าแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไร เราจะใช้ประโยชน์ของดิจิทัลวอลเลต วันนี้เราได้รับความเห็นชอบในหลักการ เราเชื่อมั่นว่าความผิดพลาดในอดีตที่เกิดขึ้น การจ่ายด้วยดิจิทัลจะช่วยลดลงได้ นายกฯ กำชับให้ดูเรื่องระบบด้วย

ส่วนการจ่ายนั้น เราดูให้ดีที่สุด จ่ายประมาณปลายไตรมาส 2 ต้นไตรมาส 3 เราค่อย ๆ ดูความเรียบร้อยทั้งหมด ดูความคุ้มค่าในอนาคต ปัจจุบันและวินัยการเงินการคลัง การทำจึงต้องละเอียด

3.อยากให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ใครไม่มีโมบาย เราจะจัดกลุ่มนี้ในการช่วยเหลือ ทั้งนี้ คณะกรรมการอยากเน้นว่าการใช้ดิจิทัลเพื่อวางรากฐานในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ ชี้แจก ‘เงินหมื่น’ อายุ 16-20 ปีมุ่งให้ใช้ผ่านแอปทางรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...