โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตำรวจ ประชุมความคืบหน้านักศึกษา 2 สถาบัน ยกพวกรุมทำร้ายกัน ในห้างดัง

Amarin TV

เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 13.38 น.
ตำรวจ ประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุนักศึกษา 2 สถาบัน ยกพวกรุมทำร้ายกันภายในห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน ขณะตัวแทนห้างเตรียมแจ้งความดำเนินคดี

ตำรวจ ประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุนักศึกษา 2 สถาบัน ยกพวกรุมทำร้ายกันภายในห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน ขณะตัวแทนห้างเตรียมแจ้งความดำเนินคดี

วันนี้ (24 มี.ค. 68) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือกับตัวแทนสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์และปทุมวัน เพื่อแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบัน ที่ ศูนย์ปฏิบัติการ สน.ปทุมวัน

โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ทําการเชิญตัวแทนจาก 3 ห้างสรรพสินค้า เจ้าหน้าที่ รปภ. ของรถไฟฟ้าและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อขอความร่วมมือในการติดต่อประสานงานการแจ้งเหตุรวมตัวของกลุ่มนักศึกษาที่จะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่เสี่ยง เบื้องต้นทาง ผบก.น.6 ได้กําหนดจุดเสี่ยง 13 จุด โดยให้ทางฝ่ายป้องกันปราบปรามและฝ่ายสืบสวนตรวจเข้มขึ้นในการป้องกันเหตุ เนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อประชาชนที่เข้ามาใช้บริการภายในห้างสรรพสินค้าและนักท่องเที่ยวรวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศ ทางกองบัญชาการตํารวจนครบาลจึงเพิ่มมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซํ้าซาก

จากการตรวจสอบกล้อวงจรปิดอย่างละเอียดพบกลุ่มนักศึกษาอุเทนฯ เข้ามาภายในห้างสรรพสินค้า เวลาประมาณ 16.00 น. จํานวน 29 คน ต่อมาเวลาประมาณ 19.00 น. ฝั่งนักศึกษาปทุมวันได้ยกพวกเข้าจํานวน 44 ราย เพื่อออกล่าหาคู่อริก่อนจะก่อเหตุขึ้น

อย่างไรก็ตามได้ส่งภาพให้ทางอาจารย์ฝ่ายปกครองของทั้ง 2 สถาบันไปตรวจสอบว่าปัจจุบันยังเป็นนักศึกษาอยู่หรือพ้นสภาพไปแล้วเพื่อจะดําเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ตํารวจทราบแล้วว่าใครคือผู้ใช้อาวุธมีดในการก่อเหตุ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดําเนินคดี ส่วนนักศึกษา 4 คน จับกุมได้นั้นมีการแจ้งข้อหา "ทะเลาะวิวาท" และปรับ ก่อนปล่อยตัวไป แต่หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุเพิ่มก็จะเรียกเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาและดําเนินคดีเพิ่มเติม

เบื้องต้น ตํารวจยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายไม่ว่าจะเกิดจากการยั่วยุหรือสมัครใจก็ตาม ส่วนการแก้ไข้ปัญหาระยะยาวทางตํารวจจะประสานไปยังกระทรวง อว. เพื่อทํา MOU ระหว่าง 2 สถาบันเพื่อร่วมกันวางมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นปัญหาซํ้าซาก

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวต่ออีกว่า เท่าที่ทราบก่อนหน้านี้ห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุทางนักศึกษาอุเทนฯ สามารถใช้ได้ตามปกติ ส่วนฝั่งโฮมโปร โลตัส จะเป็นนักศึกษาปทุมวันที่เข้าไปใช้บริการ ส่วนสกายวอล์คถือเป็นจุดเซฟโซนจะต้องไม่มีการก่อเหตุ ซึ่งถือเป็นข้อตกลงภายนอกที่รู้ร่วมกันดีของนักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน แต่ปัจจุบันกลับมีเหตุต่างๆ เกิดขึ้น ทําให้ตํารวจต้องเพิ่มมาตรการเพิ่มขึ้นในการนํากําลังเจ้าหน้าที่มากดดันทุกวันประมาณ 30-40 นาย ประกอบกับช่วงนี้ทั้ง 2 สถาบันมีการสั่งหยุดเรียนจนถึงปลายเดือนเมษายน หากตํารวจพบว่ามีนักศึกษาเข้ามาในพื้นที่ลักษณะมั่วสุมจะเข้าค้นอาวุธทันที และหากมีการกระทําผิดก็จะดําเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานไปยังสถาบันพิจารณาลงโทษทางวินัยและปกครอง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีกลุ่มคนที่เคยถูกจับกุมไปแล้วเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้นหริอไม่ ทาง พล.ต.ต.นพศิลป์ ยอมรับว่า มีจริงซึ่งเข้ามาดูแลและปลูกฝังรุ่นน้องในทางที่ผิด จึงขอให้หยุดพฤติกรรมเสียพร้อมฝากถึงผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานของท่าน หากเกิดเรื่องจะต้องติดคุก ติดตารางและหมดอนาคต ส่วนกระแสข่าวว่าจะมีการยกพวกมาเอาคืนกันในวันนี้นั้น ด้านการข่าวยังไม่มีรายงานเข้ามา

ขณะที่ตัวแทนห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ระบุว่า อยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย เบื้องต้น พบมี 5 ร้านค้า ได้รับผลกระทบ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางห้างสรรพสินค้ามีการตรวจอาวุธอยู่ตลอดรวมถึงการปิดประตูป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทไม่ให้เข้ามาภายในพื้นที่ แต่ยืนยันว่าจะมีมาตรการเข้มข้นมากขึ้นหลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ในส่วนของการแจ้งความดําเนินคดีได้มอบหมายให้ทนายความดําเนินการตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายความผิดในข้อหาใดบ้าง คาดจะเดินทางเข้ามาแจ้งความภายในวันพรุ่งนี้ ที่ สน.ปทุมวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...