โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครม.อนุมัติ กู้เงิน 13,891 ล้าน จาก AIIB พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา-เมืองการบินภาคตะวันออก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 14.06 น.

ครม.อนุมัติ กู้เงิน 13,891 ล้าน จาก AIIB พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา-เมืองการบินภาคตะวันออก

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้

1. อนุมัติให้ กค. กู้เงินในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย จากธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank : AIIB) วงเงิน 423.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 13,891.75 ล้านบาท)

2. เห็นชอบร่างสัญญาเงินกู้และเอกสารที่เกี่ยวข้องของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (ก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2) (โครงการฯ) และเห็นชอบในการระบุให้ใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารเงื่อนไขทั่วไปสำหรับเงินกู้รัฐบาล (General Conditions for Sovereign – Backed Loans) ฉบับวันที่ 22 ตุลาคม 2564 ของ AIIB

3. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายเป็นผู้ลงนามในสัญญาเงินกู้ และจดหมายการยืนยันข้อผูกพันและการให้ข้อมูลทางการเงินของโครงการฯ

4. มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) จัดทำคำรับรองทางกฎหมาย (Legal Opinion) สำหรับสัญญาเงินกู้ของโครงการฯ ในโอกาสแรก ภายหลังจากที่ได้มีการลงนามในสัญญาเงินกู้ดังกล่าวแล้ว

5. มอบหมายให้กองทัพเรือ (ทร.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ถูกระบุไว้ในคู่มือการปฏิบัติงาน สัญญาเงินกู้ กฎข้อบังคับต่าง ๆ ของ AIIB และเอกสารแนบท้ายสัญญาที่เกี่ยวข้องของโครงการฯ ตามข้อสังเกตของสำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) รวมทั้งข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ขอให้ ทร. คำนึงถึงผลกระทบการระงับวงเงินกู้หรือสิทธิในการเรียกให้ชำระคืนเงินกู้ได้ทันทีตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ของ AIIB หากจะมีการแก้ไขสัญญาการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ร่วมกันระหว่าง ทร. และบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (Joint Use Agreement : JUA) ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญหรือการกระทำผิดเงื่อนไขตามสัญญาเงินกู้

ทั้งนี้ เดิมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 และ 1 พฤศจิกายน 2565 อนุมัติในหลักการโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ) ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และกองทัพเรือ (ทร.) เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ กำกับและติดตามแผนการบูรณาการในภาพรวมและการประสานงานกับหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ สอดคล้องตามเงื่อนไขของ PPP รวมถึงอนุมัติกรอบวงเงิน จำนวน 17,768 ล้านบาท ให้กับ ทร. เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (ก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2) (โครงการฯ)

โดยให้กระทรวงการคลัง (กค.) จัดหาเงินกู้ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในกรอบวงเงิน 16,210 ล้านบาท ให้กับ ทร. และให้ สงป. จัดสรรงบประมาณสมทบในอัตราส่วนของแหล่งเงินกู้และเงินงบประมาณเป็นไปตามที่ กค. ตกลงกับแหล่งเงินกู้ ต่อมา กค. โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เจรจากับคณะผู้แทนธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank : AIIB) เพื่อขอรับการสนับสนุนเงินกู้สำหรับโครงการฯ จำนวน 13,891.75 ล้านบาท หรือ 423.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนได้ข้อยุติร่วมกัน

ซึ่ง ทร. จะใช้งบประมาณสมทบจากภาครัฐอีก 2,480.53 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนเงินกู้ต่องบประมาณ ประมาณร้อยละ 85: 15 ของกรอบวงเงินสำหรับการก่อสร้างโครงการฯ จากนั้น กค. ได้ส่งร่างสัญญาเงินกู้โครงการฯ และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) ตรวจพิจารณา ซึ่ง อส. ได้ให้ข้อสังเกตบางประการเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการของ สบน. แล้ว โดย สบน. ได้ประสานกับหน่วยงานดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องรวมทั้ง AIIB เพื่อทบทวนและปรับปรุงรายละเอียดของสัญญาเงินกู้และเอกสาร ที่เกี่ยวข้องตามข้อสังเกตในประเด็นข้อกฎหมายของ อส. เรียบร้อยแล้ว

กค. จึงขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างสัญญาเงินกู้โครงการฯ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีกรอบวงเงินกู้จำนวน 423.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขอให้ใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทตามที่กำหนดในร่างสัญญาเงินกู้โครงการฯ รวมทั้งอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายเป็นผู้ลงนามในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยในสัญญาเงินกู้โครงการฯ

ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย เป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีที่มีภารกิจในการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนเป็นหลัก ซึ่ง AIIB เริ่มดำเนินการในปี 2559 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และได้ขยายการดำเนินงานจนมีประเทศสมาชิกทั้งในและนอกภูมิภาค จำนวน 110 ราย ทั่วโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครม.อนุมัติ กู้เงิน 13,891 ล้าน จาก AIIB พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา-เมืองการบินภาคตะวันออก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...