โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดเหตุผล ศาลสั่งจำคุก 2 อัยการ กดดันเปลี่ยนความเร็วรถเฟอร์รารี่ บอส อยู่วิทยา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 08.07 น.

เปิดเหตุผล ศาลสั่งจำคุก 2 อัยการ กดดันเปลี่ยนความเร็วรถเฟอร์รารี่ บอส อยู่วิทยา

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเรียบทางรถไฟ ห้องพิจารณาคดี 303 ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบหมายเลขดำ อท 131/2567 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุดกับพวกรวม 8 คนเป็นจำเลย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 200, 83, 86 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172,192

กรณีที่พวกจำเลยทั้งหมด ร่วมกันกระทำผิดเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐานในคดี คำให้การพยาน ความเร็วรถยนต์ฯ เพื่อช่วยเหลือนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหา เพื่อให้พ้นผิด หรือรับโทษน้อยลง ที่นายวรยุทธขับรถสปอร์ตหรูเฟอร์รารี่ เฉี่ยวชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 กันยายน 2555

โดยจำเลยทั้ง 8 คนให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี และได้รับการประกันตัวคนละ 2 แสนบาท

สำหรับรายชื่อจำเลยทั้ง 8 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. จำเลยที่ 1, พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข อดีต ผบก.กองพิสูจน์หลักฐาน จำเลยที่ 2, พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี อดีตพนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ทองหล่อ จำเลยที่ 3, นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส จำเลยที่ 4, นายธนิต บัวเขียว จำเลยที่ 5, นายชูชัย หรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จำเลยที่ 6, รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักฟิสิกส์ อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ ม.เทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำเลยที่ 7 และนายเนตร นาคสุข อดีตรอง อสส. จำเลยที่ 8

ต่อมาศาลออกบังลังก์อ่านคำพิพากษา โดยพิเคราะห์ว่า ปัญหาว่าจำเลยที่ 4 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ดำรงตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 โดยสำนักงานดังกล่าวนี้ไม่ได้รับผิดชอบคดีที่เกิดพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ อันเป็นสถานที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 4 ไม่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้เป็นพนักงานอัยการผู้รับชอบสำนวนคดีนี้ และไม่ได้หน้าที่พิเศษตามที่ทางราชการมอบหมายในคดีนี้แต่อย่างใด ทั้งจำเลยที่ 4 ไม่ได้เป็นตัวแทนโดยปริยาย ไม่ได้เป็นพยานหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ จำเลยที่ 4 ไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะเข้าไปร่วมประชุมเพื่ออธิบายข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้แก่พนักงานสอบสวน พ.ต.อ. ธ หรือบุคคลอื่น แสดงถึงมูลเหตุจูงใจของจำเลยที่ 4 ที่จะเข้าไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด จำเลยที่ 4 ได้อ้างสถานะว่าตนเป็นอัยการ รู้จักกับบุคคลต่างๆ ทั้งฝ่ายตำรวจและพนักงานอัยการชั้นผู้ใหญ่ เพื่อให้ พ.ต.อ. ธ เกิดความน่าเชื่อถือ เพื่อโน้มน้าวให้ พ.ต.อ. ธ คล้อยตามความเห็นของตน แสดงให้เห็นถึงแรงจูงใจพิเศษที่ต้องการที่จะช่วยให้นายวรยุทธไม่ต้องรับโทษ

ยิ่งเมื่อพิเคราะห์ถึงถ้อยคำของจำเลยที่ 4 ที่ว่า “อยากให้ขอให้เป็น 79.22 ตามที่อาจารย์สายประสิทธิคำนวณ”, “คือตามกฎหมายห้ามขับเกิน 80 อยากจะขอความกรุณาให้มันอยู่ range ตรงนั้น”, “อันนี้ขอความกรุณาท่านผู้การ ทางอัยการเขาสั่งมาอย่างนี้ คือเขาก็มองว่าเขาจะช่วยนะ คือก็อยากให้เขาสบายใจนิดนึงใช่ไหมฮะ เวลาเขาจะสั่ง คือเขาสั่งมาเนี่ย เขาตั้งใจจะช่วยเต็มที่ แล้วก็อยากจะขอความกรุณานะฮะ เรียนตรงๆ เลยฮะ”, “ไม่เกิน 80” แม้ พ.ต.อ. ว ถามจำเลยที่ 4 ว่า “เอ้อ ท่านอัยการกองคดีอาญา 6 ครับ ความเร็วมันกำหนดไว้เท่าไหร่ 80” และจำเลยที่ 4 ตอบว่า “ไม่เกิน 80” จำเลยที่ 3 พูดว่า “ในกรุงเทพฯ ในเขตเทศบาล ไม่เกิน 80 นอกเขตเทศบาล” เมื่อ พ.ต.อ.ว ทักท้วงว่า “ผมพยายามคิดตัวเลขในใจของผมได้ประมาณ 88 ผมยังไม่ได้คำนวณแต่ใช้ความทรงจำอย่างเดียว ผมได้ประมาณ 88” แต่จำเลยที่ พูดขอร้องโน้มน้าวแสดงความต้องการว่า “เรียนตรงๆ เลยครับ ขอความกรุณานะฮะ” ข้อความทั้งหมดดังกล่าวเป็นบ่งชี้ว่าจำเลยที่ ประสงค์จะให้ความเร็วกำหนดเฉพาะเจาะจงต้องไม่เกิน 80 กม./ชม. เท่านั้น เพื่อจะให้อยู่ในขอบของกฎหมายกำหนด

การกระทำของจำเลยที่ 4 มีลักษณะการแทรกแซง โน้มน้าว กดดัน โดยใช้สถานะอิทธิพลของตนให้การคำนวณความเร็วของ พ.ต.อ. ธ ไม่เป็นอิสระ เพื่อให้ พ.ต.อ. ธ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีเจตนาเพื่อในชั้นต่อไปให้พนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดีที่จะมีความเห็นหรือสังคดีสำนวนของนาย ว. ที่ตกเป็นผู้ต้องหา นำผลการคำนวณความเร็วไปใช้ประกอบดุลพินิจในทางเฉพาะที่เป็นคุณแก่นาย ว. เท่านั้น เพื่อประสงค์ต่อผลจะช่วยนาย ว. ผู้ต้องหามิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษ น้อยลง การกระทำของจำเลยที่ 4 จึงเป็นความผิดตามฟ้อง เมื่อจำเลยที่ 4 กระทำผิดส่วนตัว ไม่ได้กระทำในอำนาจและหน้าที่ จึงเป็นเพียงฐานผู้สนับสนุนการกระทำผิด แม้การกระทำของจำเลยที่ 4 อันเป็นการช่วยเหลือผู้ที่กระทำผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด และผู้ที่กระทำผิดจะมิได้รู้ถึงการ ช่วยเหลือหรือไม่นั้นก็ตาม

และปัญหาสุดท้ายว่า การที่จำเลยที่ 8 ใช้อำนาจวินิจฉัยสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธเป็นไปโดยชอบหรือไม่ เห็นว่า คำสั่งไม่ฟ้อง ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมุ่งเน้นประเด็นเกี่ยวกับการคำนวณความเร็วของรถยนต์ และใช้ดุลพินิจรับฟัง ข้อเท็จจริงความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับขี่ที่ยึดความเร็วตาม พยานสองปากที่เพิ่งปรากฏในการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 8 และครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 7 ต.ค.62 หลังเกิดเหตุการณ์กว่า 7 ปี พยาน 2 ปาก กับระบุความเร็วของรถยนต์ที่พยานทั้งสองขับ และความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับได้อย่างชัดเจนว่าขับมาด้วยความเร็วประมาณ 50 ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผิดวิสัยของบุคคลในเรื่องความทรงจำตามธรรมชาติ มีลักษณะที่จะช่วยเหลือหรือให้การเป็นประโยชน์กับผู้ต้องหาพยานทั้งสองปากไม่น่าเชื่อถือ และมีคุณค่าแก่การรับฟังในประเด็นนี้จำเลยที่ 8 ควรชั่งน้ำหนักพยานเช่นพนักงานอัยการทั่วไป

การที่จำเลยที่ 8 ให้เหตุผลว่าไม่มีข้อพิรุธสงสัยใดๆ แม้พยานทั้งสองเคยถูกสอบสวนไปแล้ว โดยอ้างว่าเป็นประเด็นสำคัญแก่คดีและมีน้ำหนักมาก ให้เป็นข้อสนับสนุนการหยิบยกพยานหลักฐานขึ้นอ้างประกอบการพิจารณาทั้งที่จำเลยที่ 8 เป็นพนักงานอัยการระดับสูง ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุดอาวุโสระดับที่ 1 ยังต้องมีประสบการณ์สั่งสมในการพิจารณาสั่งสำนวนคดีอาญาที่มีฐานความผิดและพฤติกรรมแห่งคดี ยุ่งยากสลับซับซ้อนไปจำนวนมาก ย่อมจะต้องมีมาตรฐานในการปฏิบัติงานที่สูงมากกว่าพนักงานอัยการทั่วไป และต้องใช้ความระมัดระวังรอบคอบในการพิจารณาสั่งสำนวน ซึ่งปรากฏแพร่หลายในสื่อสาธารณะชนทั่วประเทศและนอกประเทศ ทั้งจำเลยที่ 8 ย่อมทราบอยู่แล้วว่าองค์ประกอบความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายความเร็วของรถยนต์ ขณะที่การเกิดการชนนั้น แม้อัตราจะต่ำมากกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากผู้ขับขี่กระทำไม่ได้ใช้ความระมัดระวัง ทั้งๆ ที่นายวรยุทธสามารถใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้ตามวิสัยและพฤติการณ์ แต่ไม่ได้ใช้ บุคคลนั้นก็มีความผิดฐานขับรถโดยประมาทได้

แต่จำเลยที่ 8 เลือกหยิบยกพยานหลักฐานเฉพาะ เพื่อสนับสนุนการสั่งคดีโดยมุ่งเน้นความเร็วรถยนต์ของนายวรยุทธเป็นหลักให้ความสำคัญส่วนนี้เพื่อให้เจือสมว่าความประมาทเกิดขึ้นจากผู้ตายแต่เพียงฝ่ายเดียว เพื่อสนับสนุนความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา และความเชื่อว่านายวรยุทธไม่ได้กระทำโดยประมาท เป็นการใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน อยู่บนรากฐานความสมเหตุและผล

การที่จำเลยที่ 8 อ้างว่าการร้องขอความเป็นธรรมก็ต้องพิจารณาใหม่เป็นครั้งๆ เพื่อให้ความเป็นธรรมไม่มีผลผูกพันให้จำเลยที่ 8 จำต้องถือและปฏิบัติความเห็นและโดยเฉพาะดังกล่าว เพราะไม่มีกฎหมายระเบียบกำหนดให้ต้องสืบและปฏิบัติตาม เพื่อให้มีการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมใหม่หลายครั้งหลายประเด็นโดยไม่จำเป็น จนหาข้อยุติไม่ได้ ส่งเสริมให้สอบปากคำพยานคนเดิมซ้ำแล้วให้การกลับหรือเปลี่ยนแปลงคำให้การใหม่ โดยการอ้างข้อมูลใหม่หรือพยานหลักฐานใหม่ หรือความทรงจำใหม่ของพยาน

โดยพนักงานอัยการก็จะอ้างเหตุผลดังกล่าวนำมาประกอบดุลพินิจเพื่อมีคำสั่งอย่างใดๆ ก็ตาม ที่อยากให้เป็นในลักษณะสมคบคิดกันเป็นขั้นตอนกับผู้ที่ไม่สุจริต เพื่อให้เอื้อสมประโยชน์ในทิศทางที่จะสั่งคดีทางใดได้โดยง่าย ส่งผลกระทบกระเทือนต่อกระบวนการยุติธรรมโดยรวม การสั่งคดีของจำเลยที่ 8 เป็นข้อบ่งชี้ว่าไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มีเหตุผลอันสมควรมิได้ใช้เกณฑ์วินิจฉัยมูลความผิดอย่างที่พนักงานอัยการพึงใช้เป็นการวินิจฉัยมูลความผิด โดยใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจและด่วนวินิจฉัยคดีเสียเอง

การกระทำของจำเลยที่ 8 จึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความจึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญากระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการไม่ชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งคนใดมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง โดยมีจำเลยที่ 4 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวด้วย

พิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา86 จำเลยที่ 8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 และมาตรา200 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 การกระทำของจำเลยที่ 4, 8 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ซึ่งเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยที่ ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จำเลยที่ 8 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด

จำคุกจำเลยที่ 4 กำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 8 กำหนด 3 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1-3, 5-7 แต่ให้หมายขังจำเลยที่ 1-3, 5-7 ไว้ระหว่างอุทธรณ์ เว้นแต่จะมีประกัน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเหตุผล ศาลสั่งจำคุก 2 อัยการ กดดันเปลี่ยนความเร็วรถเฟอร์รารี่ บอส อยู่วิทยา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...