ฝากขัง “ผัว” หลังเตะเมียไม่ยั้งจดับคาบาทา ร่ำไห้ขอโทษทุกอย่าง
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 14 เม.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(14 เม.ย.68) ความคืบหน้าคดีสะเทือนใจซึ่งเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา บริเวณห้องพักแห่งหนึ่งใกล้ซอยธณิตย์ธุรกิจ ถนนศักดิเดช ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต หลัง นายโทน อายุประมาณ 30 ปี ก่อเหตุทำร้ายร่างกายภรรยาอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต ล่าสุด ตำรวจ สภ.วิชิต ได้ยื่นฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ตแล้วในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย”
ขณะที่ตำรวจคุมตัว นายโทน ร่ำไห้ บอกว่าปมก่อเหตุมาจากหึงหวง ขอโทษทุกอย่าง
ล่าสุด นางสาวมิ้ว (นามสมมุติ) น้องสาวลูกพี่ลูกน้องของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ตนเคยพูดคุยกับนายโทนผู้ก่อเหตุผ่านข้อความแชตมาก่อนหน้านี้ ซึ่งนายโทนเคยกล่าวหาว่า พี่สาวของตนเคยหนีออกจากบ้านไปอยู่กับเพื่อนชื่อ “ฝ้าย” และเชื่อว่าเป็น “คนพาไปทำเรื่องเลวด้วยกัน” อย่างไรก็ตาม นางสาวมิ้วยืนยันว่า ตนไม่ทราบเรื่องและไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้ในช่วงนั้น
ส่วนประเด็นเรื่องสร้อยทองคำ นายโทนเคยซื้อทองให้พี่สาวตน ทั้งสร้อยข้อมือและสร้อยคอ ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นของที่ทั้งสองคนออกเงินร่วมกัน แต่ไม่ทราบน้ำหนักแน่ชัด โดยเส้นแรกน่าจะมีน้ำหนักประมาณ 1 สลึง ทั้งนี้ นางสาวมิ้วระบุว่า ในข้อความแชต นายโทนเคยบอกว่า “ขอแค่ทองคืนอย่างเดียว แล้วจะเลิกกัน ต่างคนต่างอยู่” และยังฝากให้นางสาวมิ้วไปบอกพี่สาวให้ช่วยส่งเสื้อผ้าซึ่งเก็บไว้ในถุงดำ 2 ถุงหน้าบ้านให้ด้วย
นางสาวมิ้วยังกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า พี่สาวของตนมีความหวังและฝันถึงการมีครอบครัวที่อบอุ่น โดยช่วงหนึ่งได้พูดถึงความดีของ “ฝ้าย” เพื่อนสนิทที่เคยชวนกันทำมาหากิน และยังเคยเป็นที่พักพิงเมื่อพี่สาวหนีออกจากบ้านมา “พี่เคยบอกว่าอยากมีลูก อยากได้หลานสาว เพราะตอนนั้นพี่รู้ว่าตัวเองกำลังตั้งท้อง และพี่ก็อาสาเลี้ยงลูกของหนูเองด้วย หนูไม่คิดเลยว่าสุดท้ายต้องมารับศพพี่กลับบ้านแทนแบบนี้”
นายเบส อายุ 15 ปี ยังเล่าเพิ่มเติมว่า พี่สาวของตนเคย หนีออกจากบ้านที่อยู่กับนายโทนมาแล้วหนึ่งครั้ง และไปพักอาศัยกับเพื่อนสนิทชื่อ “ฝ้าย” ที่หอพักอีกแห่งหนึ่ง ก่อนที่นายโทนจะตามไปรับตัวกลับมาอยู่ด้วยอีกครั้ง และในเวลาต่อมาก็เกิดเหตุสลดขึ้นจนถึงขั้นเสียชีวิต
ด้าน นางจอย (นามสมมุติ) แม่เลี้ยงของนายโทน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่ได้อยู่ร่วมกันกับนายโทน และ ไม่เคยมีการติดต่อกันมาก่อน จึงเพิ่งทราบข่าวจากสื่อเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ว่าลูกเลี้ยงของตนก่อเหตุรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
ขณะนี้ศพของผู้เสียชีวิตถูกเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต รอให้แม่และพี่ชายของผู้เสียชีวิตเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางครอบครัวยังประสบปัญหาเรื่องพาหนะในการเดินทาง และอยู่ระหว่างการหารถเดินทางลงใต้ในคืนนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง