ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงทะลุ 4% ในวันนี้ (31 มี.ค.) หลุดระดับ 36,000 จุด ต้อนรับวันสุดท้ายของปีงบประมาณ 2567 ของญี่ปุ่น ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 35,617.56 จุด ร่วงลง 1,502.77 จุด หรือ -4.05% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลง 11.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 เม.ย. นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เตรียมใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ในวันที่ 2 เม.ย.เช่นกัน
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบในวันนี้ (31 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะประกาศใช้ในวันที่ 2 เม.ย.นี้
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,335.75 จุด ลดลง 15.56 จุด หรือ -0.46%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มพลังงานร่วงลงนำตลาด
อย่างไรก็ดี ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในวันนี้ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.5 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 50.2 ในเดือนก.พ. โดยดัชนี PMI เดือนมี.ค.ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 1 ปี ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเพิ่มขึ้นแตะระดับ 50.8 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 50.4 ในเดือนก.พ.
ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่า ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของจีนยังคงมีการขยายตัว ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว
ด้านไฉซิน/เอสแอนด์พี โกลบอล มีกำหนดเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมี.ค.ของจีนในวันพรุ่งนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี PMI จะดีดตัวขึ้นแตะระดับ 51.1 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 50.8 ในเดือนก.พ.
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดร่วงลงในวันนี้ (31 มี.ค.) ขณะที่มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศใช้ในวันที่ 2 เม.ย.นี้
ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 23,119.58 จุด ลดลง 307.02 จุด หรือ -1.31%
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดร่วงลง 3% ในวันนี้ (31 มี.ค.) แตะระดับต่ำสุดในรอบสองเดือน ก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ การยกเลิกคำสั่งห้ามขายชอร์ตหุ้นทุกตัวยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดด้วย
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,481.12 จุด ลดลง 76.86 จุด หรือ -3%
นักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า นักลงทุนวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะประกาศในวันพุธ (2 เม.ย.) ตามเวลาสหรัฐฯ อาจก่อให้เกิดสงครามการค้าระหว่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งยืนยันว่าจะเก็บภาษีรถยนต์นำเข้าทุกคันในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลในวันเดียวกัน
ขณะเดียวกันในวันนี้ คณะกรรมการบริการการเงิน (FSC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านตลาดทุนของเกาหลีใต้ ได้ยกเลิกคำสั่งการห้ามการขายชอร์ต (short-selling) แล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าความเคลื่อนไหวนี้จะเพิ่มความผันผวนในระยะสั้น แต่จะช่วยเสริมสภาพคล่องในระยะยาว
หุ้นตัวใหญ่ร่วงลง โดยหุ้น Samsung Electronics ร่วงลง 3.99% และหุ้น SK Hynix ลดลง 4.32%
ขณะที่หุ้นกลุ่มยานยนต์ร่วงหนักสุด นำโดย Hyundai Motor ที่ร่วงลง 3.8% และหุ้น Hyundai Mobis ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในเครือ ลดลง 2.62%