โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาชิกพุ่ง แต่ทำกำไรไม่ได้เลย Apple TV+ ขาดทุนหนักกว่าพันล้าน แม้จะดันออริจินัลคอนเทนต์

Thairath Money

อัพเดต 21 มี.ค. 2568 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 09.42 น.
ภาพไฮไลต์

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสตรีมมิ่ง Apple TV+ ยังคงพยายามหาที่ทางของตัวเอง แม้ว่าจะมีเนื้อหาคุณภาพสูงและฐานสมาชิกที่เติบโตขึ้น แต่บริการนี้ยังคงขาดทุนอย่างหนัก ทำให้เกิดคำถามว่า Apple จะสามารถทำให้แพลตฟอร์มนี้ประสบความสำเร็จได้หรือไม่

Apple TV+ ขาดทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แม้ว่าจะมีสมาชิกถึง 45 ล้านคนในปี 2024 และนี่เป็นบริการสมัครสมาชิกเพียงอย่างเดียวของ Apple ที่ยังไม่สามารถทำกำไรได้

และเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้เข้มงวดขึ้น Apple ได้ลดงบประมาณการผลิตเนื้อหาสำหรับ Apple TV+ จากเดิม 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงมาประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ Apple TV+ ยังคงมีส่วนแบ่งการรับชมในตลาดสตรีมมิ่งรายเดือนต่ำกว่า 1% ของจำนวนผู้ชมทั้งหมดต่อเดือน ขณะที่ Netflix มีส่วนแบ่ง 8.2%

การแข่งขันในตลาดสตรีมมิ่ง

Apple TV+ เผชิญกับการแข่งขันจากผู้ให้บริการสตรีมมิ่งรายใหญ่ เช่น Netflix, Disney+, Amazon Prime Video และ Max (HBO) ซึ่งต่างก็มีคลังคอนเทนต์ขนาดใหญ่และโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะ Netflix และ Disney+ ที่เริ่มใช้โมเดล Ad-Supported เพื่อเพิ่มรายได้จากโฆษณา ในขณะที่ Apple TV+ ยังไม่มีแผนเพิ่มระดับการสมัครสมาชิกแบบมีโฆษณา ซึ่งอาจเป็นข้อเสียเปรียบในเชิงกลยุทธ์

อย่างไรก็ตาม Apple TV+ ถูกสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาผู้ใช้ให้อยู่ในระบบนิเวศของ Apple มากกว่าที่จะเป็นธุรกิจที่ต้องการสร้างรายได้หลัก โดย Ted Sarandos ซีอีโอร่วมของ Netflix ได้กล่าวถึงกลยุทธ์ของ Apple TV+ ในการสัมภาษณ์กับ Variety ว่า “ผมไม่เข้าใจมันมากไปกว่าการเป็นเครื่องมือทางการตลาด แต่พวกเขาเป็นคนที่ฉลาดมาก บางทีพวกเขาอาจเห็นอะไรบางอย่างที่เราไม่เห็น”

อย่างไรก็ตาม Apple อาจต้องพิจารณาปรับกลยุทธ์เพิ่มเติม เช่น การขยายตลาดไปยังผู้ชมในภูมิภาคเอเชียและยุโรปมากขึ้น หรือการเพิ่มจำนวนรายการที่สามารถดึงดูดผู้ใช้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการสมัครสมาชิกของ Apple One

ปัจจัยที่ทำให้ Apple TV+ ขาดทุน

นอกจากต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ที่สูงแล้ว Apple TV+ ยังมีข้อจำกัดอื่น ๆ ที่ทำให้ยังไม่สามารถทำกำไรได้ เช่น

  • คลังเนื้อหาที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งเน้นเฉพาะคอนเทนต์ต้นฉบับเป็นหลัก โดยไม่มีภาพยนตร์และซีรีส์ยอดนิยมจากค่ายอื่น ๆ มาเสริม
  • การโปรโมตที่อาจไม่เด่นชัดเท่ากับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของ Apple
  • การตั้งราคาสมาชิกที่ไม่จูงใจเทียบกับคู่แข่งที่เสนอแพ็กเกจราคาถูกกว่าพร้อมโฆษณา

บริการอื่น ๆ ของ Apple และอนาคตของ Apple TV Plus

Apple TV+ เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจบริการที่ใหญ่ขึ้นของ Apple ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลให้กับบริษัทผ่าน iCloud Plus, การซื้อแอปผ่าน App Store และโฆษณาบนระบบค้นหา นอกจากนี้ Apple Music ซึ่งมีผู้ใช้งานแบบสมัครสมาชิกและทดลองใช้ฟรีรวมกันถึง 100 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว กำลังประสบปัญหาการเติบโตที่ชะลอตัว

ในขณะเดียวกัน บริการอื่น ๆ ของ Apple เช่น Apple News+, Fitness+ และ Apple Arcade ก็เผชิญกับปัญหาด้านจำนวนผู้ใช้งานต่ำและทำกำไรได้น้อยเช่นกัน ยอดขายหนังสือดิจิทัลเองก็ลดลง หากบริการเหล่านี้ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในแพ็กเกจ Apple One ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่ซื้อเพราะต้องการ iCloud Plus บริการเหล่านี้อาจไม่สามารถทำกำไรได้เลย นอกจากนี้ Apple ยังมีการเลิกจ้างพนักงานประมาณ 100 คน ในแผนกข่าวและหนังสือเมื่อปีที่แล้วอีกด้วย

แม้ว่า Apple TV+ จะยังไม่สามารถทำกำไรได้ในปัจจุบัน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของระบบนิเวศ Apple และศักยภาพในการลงทุนด้านคอนเทนต์คุณภาพสูง บริษัทอาจมีแผนพัฒนาปรับโมเดลธุรกิจ เช่น การเพิ่มโฆษณาหรือการร่วมมือกับสตูดิโอภายนอกเพื่อสร้างความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทาย Apple ยังคงมีความสามารถในการปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญคือ บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ต่อไป หรือเลือกเปลี่ยนแนวทางไปสู่กลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในอนาคต

ที่มา: The Verge

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาชิกพุ่ง แต่ทำกำไรไม่ได้เลย Apple TV+ ขาดทุนหนักกว่าพันล้าน แม้จะดันออริจินัลคอนเทนต์

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...