‘อินฟลูเอนเซอร์’ อาชีพในฝันคนรุ่นใหม่ที่ต้องแลกด้วยสุขภาพจิต และความหวาดระแวง
หากลองถามเด็กๆ ว่า‘อยากทำอาชีพอะไรในอนาคต?’ เมื่อก่อน ผู้ใหญ่หลายคนอาจได้คำตอบเป็นบรรดาอาชีพที่คุ้นหูทั้งหลาย เช่น หมอ พยาบาล ตำรวจ แต่หากลองถามคนรุ่นใหม่สมัยนี้ แน่นอนว่า อาชีพสุดฮิตอย่าง ‘อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)’ อาจเป็นหนึ่งในคำตอบแรกๆ ที่เรามักได้ยินกันหนาหูเลยทีเดียว
.
อาชีพ ‘อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)’ หรือ ‘ผู้มีอิทธิพล’ ส่วนมากมักมีหน้าที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ๆ แล้วอัปโหลดตามแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อโน้มน้าวใจ ดึงดูดผู้ติดตามให้รู้สึกคล้อยตามและเพิ่มความสนใจเกี่ยวกับหัวข้อคอนเทนต์นั้นๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านแฟชั่น อาหาร หรือการท่องเที่ยว เป็นต้น
.
จากผลการสำรวจโดย Morning Consult แห่งสหรัฐอเมริกา เผยว่า อาชีพอินฟลูเอนเซอร์นั้นได้รับความสนใจจากคนวัยหนุ่ม-สาวเป็นจำนวนมากถึง 86% แม้พวกเขาจะยังไม่รู้แน่ชัดว่า อาชีพนี้ต้องอาศัยทักษะอะไรบ้างที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม แม้อินฟลูเอนเซอร์จะเป็นอาชีพขวัญใจคนรุ่นใหม่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เส้นทางของการเป็นอินฟลูเอนเซอร์นั้น กลับมีราคาที่ต้องจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นสุขภาพจิตเช่นกัน
.
.
เหตุผลของการเป็น ‘อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)’ สู่ปัญหาสุขภาพจิต
.
เหตุผลที่คนรุ่นใหม่อยากทำอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ หลักๆ เนื่องมาจาก อาชีพนี้คือพื้นที่ที่ปลดปล่อยให้คนได้มีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์ สามารถเผยความชอบ ความสนใจ และความเป็นตัวของตัวเองออกมาสู่สาธารณชนได้อย่างอิสระ ทำให้มีแนวโน้มจะพบเจอคนที่มีความชอบตรงกันได้ง่าย เมื่อมีโอกาสสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนกลุ่มเดียวกันแล้ว แน่นอนว่าอาชีพนี้ย่อมสร้างความสนุกสนานได้ไม่น้อย
.
อีกทั้ง รายได้จากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ยังไม่ได้มาจากผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว แต่การช่วยโปรโมตผลิตภัณฑ์หรือสินค้าแบรนด์ต่างๆ จากผู้สนับสนุนที่ติดต่อเข้ามา ก็ยังเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ได้ด้วย ฉะนั้น เหตุผลทั้งหลายเหล่านี้จึงเป็นปัจจัยดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสนใจอาชีพอินฟลูเอนเซอร์กันมากขึ้น
.
ดูเผินๆ อินฟลูเอนเซอร์อาจเป็นอาชีพที่ไร้ซึ่งอุปสรรคขวากหนาม อะไรจะดีไปกว่าการได้ทำในสิ่งที่ชอบและป่าวประกาศให้โลกทราบ จนคนที่ชอบเหมือนกันเข้ามาติดตาม มองไปทางไหนก็มีแต่ความสนุก
.
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการวิจัยโดย ‘เอมิลี่ ฮันด์ (Emily Hund)’ นักวิจัยจาก ‘ศูนย์วัฒนธรรมและสังคมดิจิทัล (The Center on Digital Culture and Society)’ แห่ง ‘โรงเรียนแอนเนนเบิร์กเพื่อการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (Annenberg School for Communication, University of Pennsylvania)’ เผยว่า เส้นทางอาชีพนี้เต็มไปด้วยความเครียดที่มีความรุนแรงสูง
.
โดยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ล้วนต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อมีคนรัก ก็ต้องมีคนเกลียด บางครั้ง คนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดหรือไม่ชอบอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นๆ เป็นทุนเดิม ก็อาจแสดงความคิดเห็น หรือใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อว่าลงบนอินเทอร์เน็ตได้
.
‘ฮันด์’ ที่ได้มีโอกาสศึกษาวัฒนธรรมอินฟลูเอนเซอร์ และลองสัมภาษณ์ผู้คนในวงการนี้เล่าว่า ทุกคนที่เธอคุยด้วยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตัวเองมีอาการทางจิตบางอย่าง เพราะโดยปกติ มนุษย์มักมีแนวโน้มมองเห็นและใส่ใจแต่จุดด่างพร้อย แล้วละเลยจุดดีอื่นๆ ไป ฉะนั้น ปฏิกิริยาบางคนที่ไม่ชอบเนื้อหาที่นำเสนอลงบนสื่อโซเชียล อาจทำให้อินฟลูเอนเซอร์ผู้ผลิตสื่อเหล่านั้นรู้สึกไม่สบายใจได้ง่าย และเริ่มกดดันตัวเองว่าจะต้องทำผลงานให้ออกมาดีขึ้นกว่าเดิม
.
เนื่องจากผลงานของอินฟลูเอนเซอร์มักถูกประเมินค่าภายในชั่วระยะเวลาสั้นๆ พวกเขาจึงสามารถทราบได้แทบจะทันทีผ่านยอดผู้ติดตามและความคิดเห็นว่า ผลงานชิ้นนี้ประสบความสำเร็จหรือไม่
.
หากประสบความสำเร็จดี พวกเขามักคาดหวังว่างานชิ้นต่อไปจะต้องดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้น ด้วยความคาดหวังและผลตอบรับแบบเรียลไทม์ ประกอบกับอุปสรรคที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ความเสถียรของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จึงไม่แปลกเลยถ้าอินฟลูเอนเซอร์จะต้องแบกรับความกดดันจากตัวเองและผู้อื่น จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความกดดัน และการเผลอรับเอาพลังงานลบจากความคิดของผู้อื่นเอาไว้
.
.
สิ่งที่อาชีพ ‘อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)’ มอบให้คนคนหนึ่ง
.
“ฉันมีอาการหวาดระแวง (Paranoia) ขั้นรุนแรง”
.
นี่คือคำพูดของ ‘วิกตอเรีย ปารีส (Victoria Paris)’ หนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์บนโลกอินเทอร์เน็ตอย่าง TikTok ที่มียอดผู้ติดตามเกือบ 2 ล้านคน เธอมักนำเสนอชีวิตของตนเองที่รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาในหลายๆ แง่มุมผ่านรูปถ่ายและคลิปวิดีโอ ซึ่งสิ่งที่เธอทำก็ได้ให้ผลตอบแทนเธอเป็นรายได้อย่างงาม ทว่าในขณะเดียวกัน อีกสิ่งที่ยังได้รับแม้ไม่ต้องการ ก็คือการถูกละเมิดพื้นที่ส่วนตัวและสะกดรอยตามนั่นเอง
.
‘ปารีส’ ต้องเผชิญกับความวิตกกังวล (Anxiety) และอาการหวาดระแวงขั้นรุนแรง ชีวิตในฝันของเธอเหมือนจะไม่ได้สวยงามอย่างที่เคยเข้าใจอีกต่อไป จนกระทั่งในวันหนึ่งที่เธอสะดุ้ง เพราะมีคนตะโกนเรียกชื่อ เธอจึงตระหนักได้ทันทีว่า ตัวเองไม่สามารถอาศัยอยู่ในเมืองได้อีก
.
‘ปารีส’ ได้ย้ายออกมาอยู่ที่เทศมณฑลลอสแอนเจลิส ด้วยหวังว่าการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติจะช่วยเยียวยาเธอได้ แม้การตัดสินใจนี้จะไม่สามารถปกป้องเธอให้รอดพ้นจากคำวิพากษ์วิจารณ์ และความคิดเห็นเชิงลบของผู้คนบนอินเทอร์เน็ตได้หมดก็ตาม แต่อย่างน้อย มันก็คงดีกว่าฝืนอยู่ในเมืองต่อไป โดยเอาสุขภาพจิตเข้าแลก
.
.
ปรับความคิดเพื่อรับมือ ฉบับ ‘อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)’
.
‘เอมิลี่ ฮันด์ (Emily Hund)’ ได้ให้คำแนะนำไว้สำหรับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตดังกล่าวว่า เมื่อไรก็ตามที่พบว่า การที่เรามีตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ตกำลังทำร้ายความรู้สึกเราเสียเอง แม้อาจจะยาก เพราะเดี๋ยวนี้ ชีวิตคนส่วนใหญ่ล้วนผูกติดอยู่กับแพลตฟอร์มเหล่านี้ไปแล้ว แต่ให้พยายามหาวิธีเลิกยุ่งกับมันเท่าที่จะทำได้
.
นอกจากนี้ นักจิตวิทยาคลินิกแห่งรัฐเพนซิลเนเวียอย่าง ‘ดร. เจมี่ ซักเกอร์แมน (Dr. Jaime Zuckerman)’ ยังร่วมมอบแนวทางอีกว่า เมื่อเรารู้ตัวว่า การใช้เวลาไปกับโลกโซเชียลมีเดียนั้นส่งผลต่อสุขภาพจิต ให้เรากำหนดเวลาที่จะใช้ไปกับมันอย่างชัดเจน เช่น เราจะใช้เวลาอ่านความคิดเห็นของผู้คนที่มีต่อผลงานเราแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น หากแบ่งเวลาไว้ชัดเจน เราจะไม่เผลออยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตนานเกิน จนเผลอเอาความรู้สึกไปผูกกับความคิดของผู้คนที่ไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้าด้วยซ้ำได้
.
อนึ่ง คนในชีวิตจริงก็สำคัญ เราควรหาคู่หู เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวที่สามารถช่วยดึงเราออกมาจากความคิดฟุ้งซ่าน หรือความรู้สึกด้านลบ แล้วพากันออกไปทำกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการเล่นโซเชียลมีเดียบ้าง เช่น วาดรูป ออกกำลังกาย ไปเที่ยวสังสรรค์ เป็นต้น
.
ที่สำคัญ เราควรจำไว้ให้ขึ้นใจเสมอๆ ว่า สิ่งที่เราทำในฐานะอินฟลูเอนเซอร์เป็นเพียงการโฆษณารูปแบบหนึ่ง สิ่งที่เราเผยให้สาธารณชนเห็นย่อมไม่ใช่สิ่งที่เราเป็นทั้งหมด ฉะนั้น ให้หมั่นเตือนตัวเองว่า อย่าใส่ใจว่าผู้อื่นจะวิจารณ์หรือตำหนิเราอย่างไร ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างที่คนโพนทะนากัน เราเป็นอย่างไร ตัวเราย่อมรู้ดีที่สุด
.
.
แม้ ‘อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)’ จะเป็นอาชีพยอดฮิตสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ปัญหาสุขภาพจิตก็เป็นปัญหาที่อยู่คู่อาชีพนี้เช่นกัน โดยส่วนมาก สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตมักมีต้นตอจากผู้อื่นเป็นสำคัญ เราอาจบังคับให้ผู้อื่นคล้อยตามหรือคิดตามเราทั้งหมดไม่ได้ เพราะไม่ว่าอย่างไร ในสังคมที่กว้างใหญ่ ก็ต้องมีใครสักคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำหรือความคิดของเราอยู่ดี ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ ควบคุมในสิ่งที่เราควบคุมได้ นั่นก็คือความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของเราเอง หากทำได้ การจะเดินบนเส้นทางอาชีพ ‘อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)’ ในระยะยาวต่อไป ก็จะไม่ใช่เพียงความฝันลมๆ แล้งๆ แน่นอน
.
.
อ้างอิง
- The Influencers Are Not Alright - https://bit.ly/3CdzxdW
- What Are Social Media Influencers (and Why Does Everyone Want to Become One)? - https://bit.ly/3C02aeV
.
.
#Trend
#Worklife
#Psychology
#Society
#Missiontothemoon
#Missiontothemoonpodcast