โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ผลิตชิ้นส่วนหันซบไฮบริด ไม่ง้อ EV ชี้เป้า 30@30 ยังอีกไกล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2567 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 03.37 น.
วรวรรณ ชิตอรุณ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดผลสำรวจเบื้องต้นกับกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) เตรียมตัวสู่การไปอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แค่ 10% ดีมานพุ่งไม่แรงยังมีเวลาปรับตัว หันซบป้อนให้ไฮบริดแทน เป้า 30@30 ยังอีกไกล คาดอีก 2 เดือนจะเห็นมาตรการช่วยเหลือผู้ผลิตชิ้นส่วนรถสันดาปออกมาชัดเจน

นางวรวรรณ ชิตอรุณ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการสำรวจและหารือกับกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สันดาป (ICE) ถึงความพร้อมในการปรับตัวเพื่อเดินหน้าไปสู่ ภาคการผลิตสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเบื้องต้นได้แบ่งกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มที่ต้องการเพิ่มผลิตภาพ 2.กลุ่มที่พร้อมผลิตชิ้นส่วน EV และ 3.กลุ่มที่จะปรับเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมอื่น เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ ชิ้นส่วนอากาศยาน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดรน เครื่องจักรทางการเกษตร เป็นต้น ซึ่งโดยรวมแล้วยังมีผู้ที่พร้อมไปสู่ EV เพียง 10% เท่านั้น และส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีเทคโนโลยีอยู่แล้ว มีเงินทุน มีองค์ความรู้ที่พร้อม และมีตลาด เช่น บริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สามารถผลิตชิ้นส่วน EV ป้อนได้ทันที

ในขณะที่รายเล็กยังไม่มีความพร้อม โดยเฉพาะเรื่องของเงินทุน และเทคโนโลยี ดังนั้นมาตรการที่เข้ามาช่วยในเรื่องของผู้ผลิตชิ้นส่วนรถสันดาปนั้น จำเป็นที่ต้องมุ่งไปเรื่องของการเพิ่มทักษะ และเงินทุนก่อน

ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรม ได้หารือกับทาง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ถึงการดึงเงินจากกองทุนส่งเสริมเอสเอ็มอี วงเงิน 2,000 ล้านบาท เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนผ่านจากรถสันดาปไปสู่ EV แต่จะไม่มีการสนับสนุนในเรื่องของมาตรการทางภาษี อย่างที่บีโอไอมีให้ เนื่องจากไม่ใช่การลงทุนใหม่ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนและปรับปรุงเพื่อไปสู่ภาคการผลิตใหม่มากกว่า โดยคาดว่าอีกประมาณ 2 เดือนจะเห็นมาตรการช่วยเหลือผู้ผลิตชิ้นส่วนรถสันดาปออกมาชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ตามสัดส่วนที่ 10% นั้นถือว่าแป็นส่วนน้อย ส่วนทีเหลืออีกว่า 90% หรือกลุ่มที่ 1 กับกลุ่มที่ 3 ยังมองว่านโยบาย 30@30 นั้นยังมีเวลา หากนับจากปี 2567 ก็ยังเหลืออีกกว่า 6 ปี ที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถสันดาปจะค่อย ๆ ปรับตัว และอีกส่วนหนึ่งยังมองว่าต่อให้ผลิตได้ก็ไม่สามารถสู้ผู้ผลิตจากจีนได้ เพราะค่ายรถจีนใช้วิธีสั่งซื้อนำเข้ามามีต้นทุนที่ถูกกว่า นอกจากนี้ความกังวลมากที่สุดคือเรื่องของการที่ผู้ผลิตชิ้นสว่นของไทยไม่สามารถเข้าสู่การเป็นซัพพลายเชนของ EV ได้

“ตอนนี้เราคุยกันตลอดและค่อนข้างถี่ ต้องถามให้ชัดและละเอียดว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนว่าต้องการที่จะอยู่กลุ่มไหน ใครต้องการที่จะทำอะไร เพราะเขาก็มองว่าถ้าเขาไม่ผลิตให้ EV เขาก็ยังมีรถที่เป็นไฮบริดอยู่ ดังนั้นเขามองว่าเขายังอยู่ได้ อย่างที่โตโยต้าประกาศชัดว่าจะมุ่งทำไฮบริดด้วยมันยังมีตลาดอยู่ แต่ EV ดีมานยังยังไม่ถึงขนาดว่าถ้าไม่ผลิต EV ให้เขาตายแน่ ยอมรับว่าตอนนี้ผู้ผลิตคนไทยกินบุญเก่าอยู่ แต่เราก็ยังต้องประคับประคองกันอยู่ให้ได้ให้เขามีทางเลือก ไม่ได้ปล่อยให้ล้มหายตายจาก แต่การไปเป็น EV มันก็เป็นโอกาสใหม่ ในอนาคตดีมานด์มันเกิดแน่เพียงแค่มันจะค่อย ๆ เริ่มไม่ได้พุ่งทีเดียวตอนนี้จนปรับตัวกันไม่ทัน”

ทั้งนี้ สำหรับนโยบาย 30@30 นั้น คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ได้ออกแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) คือ การตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี 2030 หรือปี 2573 ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) ในอนาคตแบบเต็มรูปแบบ

และหากดูสถิติการจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 30 เมษายน 2567 จาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 167,334 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 187.38% แบ่งประเภทได้ ดังนี้ รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 115,901 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 ถึง 260.32% รถยนต์นั่งมีจำนวน 114,251 คัน เพิ่มขึ้น 258.38% รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนมีจำนวน 1,255 คัน เพิ่มขึ้น 425.10%

รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 62 คัน เพิ่มขึ้น 463.64% รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 93 คัน เพิ่มขึ้น 1,450% รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 240 คัน เพิ่มขึ้น 700% รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 434 คัน เพิ่มขึ้น 366.67% รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 921 คัน เพิ่มขึ้น 53.50% รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 88 คัน เพิ่มขึ้น 31.34% รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 833 คัน เพิ่มขึ้น 56.29% รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 47,116 คัน เพิ่มขึ้น 101.57%

รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 46,986 คัน เพิ่มขึ้น 101.82% รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 130 คัน เพิ่มขึ้น 38.30% รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2,527 คัน เพิ่มขึ้น 31.96% รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 435 คัน เพิ่มขึ้น 450.63%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ผลิตชิ้นส่วนหันซบไฮบริด ไม่ง้อ EV ชี้เป้า 30@30 ยังอีกไกล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...