สตรีมเมอร์บ้านสวนรายงานตัวครับ
นิยาย Dek-D
อัพเดต 21 พ.ค. 2567 เวลา 15.24 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2567 เวลา 15.24 น. • 诗丽 (Lovely Poet)ข้อมูลเบื้องต้น
เจ้าหน้าที่ป่าไม้หนุ่มตายในหน้าที่
ตื่นมาอีกทีดันกลายเป็นใครอีกคนในโลกอนาคต
ชีวิตนึกว่าจะสบาย แต่ดันต้องมาใช้หนี้แทนเจ้าของร่างเดิม
ลองสตรีมตั้งใจจะหาเงิน ก็ไปตกขาทองคำเข้าให้
‘ท่านได้รับโดเนทจักรวาล 100 ชิ้น’ โอ้ เขารวยแล้ว
……………………………………………………………….
น้ำจิ้ม
นอร์ท : ไม่ต้องโดเนทเพิ่มแล้วครับ
ขาทองคำคนนั้น : โดเนท จักรวาล x 100 ให้คุณ
นอร์ท : ดื้อ โอเคงั้นอยากโดเนทเท่าไหร่ก็โดเนทมาเลย
ขาทองคำคนนั้น : โดเนท จักรวาล x 100 ให้คุณ
ขาทองคำคนนั้น : โดเนท จักรวาล x 100 ให้คุณ
ขาทองคำคนนั้น : โดเนท จักรวาล x 100 ให้คุณ
ขาทองคำคนนั้น : โดเนท จักรวาล x 100 ให้คุณ
คนในช่องแชท : ตาจะบอดแล้วจ้า ไปจีบกันที่อื่นได้มั้ย!!!
……………………………………………………………………..
คำเตือน ภาพปกมีลิขสิทธิ์ ผู้เขียนจ้างวาดมาอย่างถูกต้องจากนักวาดโดยตรง ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ทุกกรณี
เครดิต
ภาพปก : Noahcross & MintMichaelis
ภาพอาร์ตตัวอักษร : ปกนิยาย E-book by Nalin x Wynx
คำเตือน
เรื่องนี้ติดเหรียญนะคะ ติด 2 รอบ รอบหลังแพงกว่ารอบแรก สายเปย์แนะนำให้ซื้อตั้งแต่รอบแรก จะได้ประหยัดหน่อยค่า สายฟรีอ่านได้ เพราะจะติดเหรียญให้อ่านล่วงหน้าแล้วค่อยเปิดฟรี ลงจนจบแน่นอน และจะมีอีบุ๊กค่ะ ส่วนเรื่องติดเหรียญไรต์จะประกาศล่วงหน้าอีกครั้งค่ะ
เป็นนิยายสโลว์ไลฟ์ เน้นการบรรยายค่อนข้างเยอะ ถ้าลองอ่านแล้วขัดใจ กดปิดได้นะคะ เนื้อเรื่องจะค่อนข้างเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ พล็อตย่อยง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก เน้นความอ่านสบาย
เนื้อหาด้านในค่อนข้างเว่อร์มาก มากแบบมาก สมองไหลพอสมควร ถ้ารับได้ก็ฝากติดตามด้วยนะคะ แต่ถ้าไม่โอเคก็กดผ่านไป แต่อย่าคอมเมนต์บั่นทอนไรต์เลย ไรต์ใจบางยิ่งกว่าทิชชู่เปียกน้ำ ถ้าเป็นการติเพื่อปรับปรุงงานเขียนก็ยินดีมาก ๆ ค่ะ
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ตัวละครในเรื่อง สถานที่ ทฤษฎีต่าง ๆ ไม่อ้างอิงความเป็นจริง
มีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมของตัวละคร มีการใช้วาจาส่อเสียด ดูหมิ่น คุกคาม ทำร้ายจิตใจและร่างกาย มีการกล่าวถึงการฆ่าตัวตาย มีการกล่าวถึงความตาย มีการกล่าวถึงอาการของโรคซึมเศร้าค่ะ
ผู้เขียนไม่สนับสนุนความรุนแรงในทุกรูปแบบ ขอให้นักอ่านทุกท่านแยกแยะระหว่างเรื่องที่ได้แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงกับความเป็นจริง และโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
©นิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์ ทำซ้ำ ดัดแปลง ห้ามลอกเลียนแบบ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ หรือนำไปสร้างฐานข้อมูลดิจิทัล โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย
บทนำ ชีวิตก่อนก็จน ชีวิตใหม่ก็ยังจน
TW : มีการกล่าวถึงการฆ่าตัวตาย
ตลอดชีวิตการเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของนายเหนือฟ้า มิ่งเรือง ยอมรับเลยว่าเหตุการณ์ที่กำลังเจอตอนนี้ หนักหนาที่สุดในชีวิตแล้ว
เขาไม่ได้เจอแค่แก๊งลักลอบตัดไม้ทั่วไป ทว่าเขาดันมาปะทะกับขบวนการลักลอบตัดไม้ ค้าของป่า ล่าสัตว์ป่าสงวน แถมยังค้ายาเสพติด เต็มรูปแบบครบวงจรจนไม่อาจจะครบวงจรมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เรียกได้ว่าเลวบริสุทธิ์ทุกรูขุมขน
ปัง! ปัง! ปัง!
“บ้าเอ๊ย!” ชายวัย 35 สบถพร้อมวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น ในมือกระชับปืนพก 9 มม. ที่เหลือกระสุนในแม็กกาซีนอีกเพียง 5 นัด รวมกับในรังเพลิงอีก 1 นัดเอาไว้มั่น อาศัยความคุ้นชินในพื้นที่วิ่งหลบหลีกกระสุนที่เฉี่ยวไปมา จนมาจบที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
ปืนลูกซองของเขาที่พกมาด้วยกระสุนหมดไปนานแล้ว พร้อมกับร่างของพวกชั่วที่สังเวยกระสุนของเขาไปหลายคน ตอนนี้มันทำหน้าที่ได้เพียงสะพายหลังเท่ ๆ อยู่แบบนั้น ทิ้งไปไม่ได้เพราะเป็นปืนสวัสดิการที่เขาลงทุนกัดฟันซื้อมา
ยังผ่อนไม่หมดเลยนะ
อาจเพราะกระสุนของเขาคงจัดการพวกมันไปเยอะเกิน จึงอธิบายได้ว่าทำไมเหนือฟ้าถึงได้โดนไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้
อันที่จริงมันควรเป็นการพบเจอ แล้วหลบออกไปรายงานเบาะแสเงียบ ๆ แต่แก๊งของพวกมันดันมีสุนัขล่าเนื้อมาด้วย และพวกมันก็ไวต่อกลิ่นอย่างมาก เขาโดนพบเจออย่างง่ายดาย จึงจำต้องปะทะเพื่อถอยหนี
แต่ดูจากรูปการณ์ในตอนนี้แล้ว คิดว่าอาจจะยากนิดหน่อย
เหนือฟ้านึกในใจว่าอย่างน้อยเขาก็ส่งวิทยุไปแจ้งเหตุได้แล้ว หากเขาต้องตายลงตรงนี้ พวกชั่วนี่ก็หนีไม่รอดแน่
หรือว่าอาจจะ…รอดกันนะ
ทว่าไม่มีใครสามารถตอบคำถามนั้นของเขาได้อีกต่อไป เพราะเสียงกระสุนนัดล่าสุดดังขึ้น มันมาพร้อมกับแรงปะทะที่ทำให้ร่างของเขาเสียหลักไป พร้อมกับความร้อนวูบหนึ่งที่โพรงอก กับอีกสองสามจุดบนร่างกาย จากนั้นจึงแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บชา
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างว่องไว เหนือฟ้ามองพลังชีวิตของตนไหลออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้ามากมายวิ่งเข้ามาหา ทว่าภาพทุกอย่างตรงหน้าของเขาก็ไม่ชัดเจนอีกต่อไปแล้ว
ในห้วงสำนึกสุดท้ายของชีวิต ชายหนุ่มเพียงนึกเสียดาย
เสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสทำตามความฝัน
ร้านอาหารเล็ก ๆ ตำรับคุณย่าของเขาดูท่าคงจะไม่มีโอกาสได้ทำแล้ว แย่จัง เขากำลังจะใช้เงินก้อนสุดท้ายของตัวเองลาออกจากอาชีพนี้ กะว่าจะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ทำมาค้าขายไปวัน ๆ อยู่ในเมืองที่มีแต่คนพลุกพล่านบ้าง ไม่ใช่มองไปซ้ายหรือขวาก็เห็นแต่ต้นไม้ใบหญ้า แต่คงไม่มีโอกาสแล้ว
หรือว่านี่คือการได้พักของจริงกันนะ
เหนือฟ้าไม่อาจรับรู้อะไรได้อีกต่อไป เพราะภาพตรงหน้าของเขามืดดับไปตลอดกาล
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยลืมตาขึ้นฉับพลัน มาพร้อมกับอาการไม่สบายเนื้อตัวขั้นสุดของร่างกายทุกส่วน และเจ็บปวดเป็นพิเศษที่ข้อมือข้างหนึ่ง
ดวงตาของเขากะพริบปริบ ๆ มองเพดานที่เห็นตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคย พยายามจะลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก ข่มความเจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์กาย พยายามยันแขนข้างที่ไม่เจ็บกับพื้นแข็ง ๆ เพื่อลุกขึ้นนั่งด้วยความทุลักทุเล
ในจมูกได้กลิ่นสนิมฉุนและคาว เป็นกลิ่นอันคุ้นเคย หัวคิ้วของเหนือฟ้าขมวดฉับ จนกระทั่งเขาพบต้นตอของกลิ่นแล้ว
มันคือแอ่งเลือดที่แห้งกรังจนเป็นสีน้ำตาลดำไปแล้วแอ่งหนึ่ง
และเขานอนอยู่บนแอ่งนั้น ส่วนที่มาของเลือด ก็คือข้อมือที่รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงไปก่อนหน้านี้นี่เอง มันเป็นแผลรอยกรีดที่ใหญ่มาก และมีเลือดเกรอะกรัง
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไม” เขางุนงงมาก ความรู้สึกหลาย ๆ อย่างประดังประเดเข้ามา สุดท้ายในตอนที่พยายามจะย้อนนึกความทรงจำกลับไป เขากลับรู้สึกได้ถึงความทรงจำจำนวนมหาศาลที่พรั่งพรูเข้ามาในหัว อีกทั้งยังเวียนหัวจากอาการเสียเลือดมากประกอบกันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
“โอ๊ย!!!” เหนือฟ้ากุมศีรษะอย่างเจ็บปวดรวดร้าว รู้สึกได้ว่าเส้นเลือดเต้นตุบ ร่างกายแข็งเกร็งไปทุกส่วน บวกกับความเจ็บปวดที่ข้อมือ ทำให้ในที่สุดร่างกายของเขาก็ทนไม่ไหว สลบไสลไปอีกรอบ
ความหิวปลุกชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเหนือฟ้าเต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ อีกทั้งยังมีความตะลึงตะลานอยู่ในใจ
ไม่สิ ต้องบอกว่า บัดนี้ เขาไม่ใช่นายเหนือฟ้า มิ่งเรืองอีกต่อไป
แต่เขาคือนายนอร์ท หรือลูก้า นอร์ท ชายหนุ่มวัย 22 ปี ที่อาศัยอยู่บนดวงดาวหมายเลข 254845 บนจักรวรรดิเซเว่นสตาร์ ดาวของเขาไม่มีชื่อเรียกด้วยซ้ำ มันมีเพียงหมายเลขที่บ่งบอกว่ามันอยู่ห่างไกลความเจริญมากขนาดไหน
งงล่ะสิ
ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังพยายามทำใจให้ยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่ว่า เขาทะลุมิติมายังโลกอนาคต ที่สุดแสนจะอนาคตมาก ๆ จนไม่สามารถเชื่อมโยงกับโลกสีฟ้าใบเล็ก ๆ ใบเดิมได้เลย มันเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะจินตนาการออกด้วยซ้ำ จากที่เคยเห็นภาพจักรวาล ผ่านทางหนังสือเรียนที่เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียมเท่านั้น บัดนี้เขากลับอยู่ในกลุ่มจักรวาลที่เต็มไปด้วยอารยธรรมล้ำสมัย เป็นยุคดวงดาวที่แท้จริง
นอร์ทพยายามรวบรวมและเรียบเรียงความคิดในหัว เกี่ยวกับจักรวรรดิแห่งนี้ ก็พบว่ามันคือเครือข่ายขนาดมหึมาของดวงดาวกว่าล้านดวง ที่ประกอบเข้าด้วยกันจนเป็นจักรวรรดิขนาดใหญ่ โดยเริ่มต้นจากดวงดาวเจ็ดดวง ของเหล่าบรรพบุรุษทั้งหลาย ที่ช่วยกันบุกเบิกและต่อสู้ เพื่อรวบรวมทุกคนเข้ามารวมกันเป็นหนึ่ง ดังนั้นเพื่อเป็นการให้เกียรติเหล่าผู้ก่อตั้ง จักรวรรดิแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า ‘เซเว่นสตาร์’ นั่นเอง
ปีนี้เป็นสตาร์ศักราชที่ 4024 ที่ซึ่งสิ่งมีชีวิตและอารยธรรมมากมาย กระจายตัวออกไปตามแต่ละดวงดาว สภาพแวดล้อมและปัจจัยที่แตกต่าง ทำให้แต่ละดวงดาวมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนกัน ทว่าทุกคนก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติภายใต้จักรวรรดิ เทคโนโลยีเจริญอย่างถึงที่สุด และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเดินทางข้ามอวกาศเป็นเรื่องที่แม้จะราคาแพง แต่ก็ถือเป็นเรื่องสามัญธรรมดาไปแล้ว
ดวงดาวแต่ละดวงก็มีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันออกไป เพราะการปกครองของจักรวรรดินั้น เน้นการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก โดยทางการจะมีงบสนับสนุนมาให้ในแต่ละปี ตามความเจริญของดาวดวงนั้น ดังนั้นแม้ว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ จะก้าวหน้ามากขนาดไหน แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านฐานะขึ้นมา
คนรวยก็รวยมาก ส่วนคนจน ก็จนขนาดหนักก็มี
แต่ทางรัฐก็ไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนแต่อย่างใด พวกเขาสนับสนุนการใช้ชีวิตและสวัสดิการขั้นพื้นฐานเท่าที่พอจะทำได้ เช่น อาหารฟรี เรียนฟรีจนถึงระดับมหาวิทยาลัย หรือหากอยากจะเรียนสายอาชีพก็ย่อมได้ มีระบบการขนส่งมวลชนพื้นฐานตามสภาพของแต่ละดวงดาว แม้แต่การรักษาพยาบาลเบื้องต้นในราคาถูก
นี่คือสิ่งที่ทางการมอบให้ ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น หลาย ๆ คนก็หนีความยากจนไปไม่พ้นอยู่ดี เพราะการสนับสนุนบางอย่างก็มีจำกัด เช่นอาหารฟรี หรือการรักษาพยาบาลฟรี ที่จะมอบให้จนถึงอายุ 20 ปี เป็นอายุที่ถือว่าคนผู้นั้นบรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น
ทำให้หลายคนต้องหาวิธีหาเลี้ยงตนเอง แต่หากว่าดวงดาวของพวกเขายิ่งล้าหลังมากเท่าไร งานก็ยิ่งหายากมากเท่านั้น เนื่องจากหลาย ๆ ที่ก็ใช้หุ่นยนต์และระบบเอไอเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก เกิดเป็นปัญหาคนว่างงานจำนวนมาก และพวกเขาก็ไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ไหว บางครั้งเพราะความสามารถไม่พอ บางครั้งก็เพราะว่าพวกนายจ้างไม่ต้องการแรงงานคน ที่ต้องมีเวลาพักผ่อน แต่เอไอและหุ่นยนต์ไม่จำเป็นต้องพัก ดังนั้นคนที่เพิ่งจะจบใหม่แม้ว่าจะจบจากมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม แต่ระดับนั้นก็เป็นระดับการศึกษาพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ฟรี มันจึงกลาดเกลื่อนมาก ต่อให้จะมีสำนักงานจัดหางานของรัฐช่วยหางานให้ แต่ค่าแรงก็ถูกมาก สวนกระแสกับค่าครองชีพ
ดูเหมือนนอร์ทกำลังพูดเรื่องไกลตัว ทว่าไม่ใช่เลย เขากำลังจะบอกว่า ตัวเองก็กำลังเผชิญปัญหาความยากจนอยู่
จนมากด้วย
จนแบบที่ว่ามีสตาร์เหลือติดบัญชีเพียงหลักพันเท่านั้น ด้วยสภาพค่าครองชีพในปัจจุบัน มันไม่สามารถทำให้เขามีชีวิตรอดเกินกว่า 5 - 10 วันได้เลย
แน่นอนว่ามันมีปัจจัยอื่นด้วย
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้แล้วนอร์ทก็ได้แต่ถอนหายใจหนัก ๆ พยายามลุกขึ้นอีกครั้ง คราวนี้พบว่าพอจะลุกไหวแล้ว จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่งพิงผนัง จากนั้นเขาฝืนความเจ็บที่ข้อมือที่เจ็บจนสั่นเทาไปหมด พยายามไปเอื้อมแตะไปที่สายรัดข้อมือซึ่งตัววัสดุเป็นวัสดุสังเคราะห์คล้ายยาง แต่มันแนบติดอยู่กับข้อมือของเขาอย่างแนบแน่น ไม่รู้สึกรำคาญหรือหนักเลย ราวกับไม่มีน้ำหนัก เป็นสายรัดข้อมือสีขาวใสที่หากไม่มองดี ๆ ก็คงไม่สังเกตว่ามันอยู่ตรงนั้น
มันอยู่บนข้อมือข้างที่ไม่มีรอยแผล
เมื่อเขาข่มความเจ็บระบมแตะลงไป ก็มีเสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังวิ้งเบา ๆ จากนั้นก็มีไฟสีฟ้าวิ่งวนด้านในสายรัดไปมาหลาบรอบ กะพริบอีกหลายที จากนั้นด้านหน้าของเขาก็มีหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าปรากฏขึ้น
นอร์ทคนก่อนหน้านั้นปิดการทำงานของสายรัดข้อมือเอาไว้ ทำให้ระบบการแจ้งเตือนสัญญาณชีพผิดปกติไม่ทำงาน เพราะว่าเขาหมดหวังกับชีวิตตัวเองจนคิดสั้น
เมื่อสองเดือนก่อน เขาเพิ่งจะสูญเสียพ่อและแม่ของตัวเองไปพร้อมกัน เพราะความยากจน ทำให้ทั้งสองคนสามีภรรยาต้องดิ้นรนเข้าไปในป่าที่ภูเขาด้านหลังบ้าน เพื่อไปหาของป่า หวังจะเอามาประทังชีวิต หรือขายแลกสตาร์ แต่พวกเขากลับประสบอุบัติเหตุ ตกเขาเสียชีวิตทั้งคู่
โลกทั้งใบของนอร์ทคนก่อนก็แหลกสลาย
ด้วยความสิ้นหวังอย่างรุนแรง เจ้าของร่างเดิมจึงคิดสั้น จนมีเหนือฟ้าเข้ามาแทนที่
ไม่นานก็มีเสียงในหัวดังขึ้น นี่คือเสียงของเอไอประจำตัวที่ประชาชนทุกคนต้องมี มันเอาไว้ใช้อำนวยความสะดวกในแง่ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีหลายระดับ แต่ระดับพื้นฐานนั้น ก็จะสามารถแจ้งสภาพอากาศ ค้นหาข้อมูลพื้นฐาน ทำตามคำสั่งง่าย ๆ บางอย่างได้ เช่นการเรียกใช้บริการของรัฐ หรือช่วยส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินได้
อย่างเช่นตอนนี้
“ตรวจพบสัญญาณชีพผิดปกติ พบว่าท่านบาดเจ็บหนัก ต้องการให้เรียกรถพยาบาลหรือไม่”
นอร์ทรอคำถามนี้แหละ เขารีบตอบกลับไปในทันทีว่า “ต้องการ”
“ยืนยันคำตอบ กำลังเรียกรถพยาบาล…เสร็จสิ้น รถพยาบาลจากโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดจะเดินทางมาถึงในอีก 5 นาทีข้างหน้า เปิดระบบอนุญาตฉุกเฉิน เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้ามาภายในบ้านได้”
สิ้นเสียงของเอไอ เขาก็นั่งพิงผนังด้วยท่าทีอ่อนแรงอย่างมาก รอรถพยาบาลมารับตัวไปรักษาอย่างสงบ
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหลับลง คิดในใจว่า
เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยคิด ตอนนี้คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้ไม่ตายซ้ำตายซ้อนอีกรอบเป็นพอ
เพราะไหน ๆ ก็มีชีวิตใหม่ทั้งที เขาก็อยากจะใช้มันให้ดีกว่าเดิม
Writer's talk :
ทักทาย ๆ ค่า เรื่องนี้เป็นเรื่อง 11 ในชีวิตของไรต์ค่ะ แต่เป็นวายเรื่องแรกเลย
ถือว่าเป็นนักเขียนหน้าใหม่ในวงการวายแล้วกันเนาะ 555
อยากให้เรื่องนี้ออกมาดูสบาย ๆ ฟีลกู๊ด แต่ปัญหาที่เปิดมาก็ไม่กู๊ดแล้ว สบายแบบใดห์
เอาเป็นว่า มาเอาใจช่วยน้องนอร์ทด้วยนะคะ
ยังไม่ได้ตรวจคำผิดน้า
รักมาก ๆ ค่ะ
บทที่ 1 จนไม่พอ เป็นหนี้ด้วย
TW : มีการกล่าวถึงการฆ่าตัวตาย
นอร์ทมารู้สึกตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลของรัฐ นอนอยู่ในห้องรวมที่เต็มไปด้วยคนป่วยมากมายหลากหลาย แต่เพราะยุคนี้มีเทคโนโลยีที่ดีพอ ดังนั้นจึงหมดปัญหาของการนั่งมองหน้ากันไปมา เธอมองหน้าฉัน ฉันมองหน้าเธอ หรือต้องมาแชร์โต๊ะข้างเตียงกับเตียงข้าง ๆ ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใครอีกต่อไป
ที่นี่จะมีรางนิรภัยเหนือเตียง ที่จะเลื่อนกระจกนิรภัยที่เป็นฝ้าขาว ๆ หมุนโค้งปิดล้อมรอบ ๆ เตียง เพื่อความเป็นส่วนตัวได้ โดยเว้นพื้นที่รอบเตียงเล็ก ๆ เอาไว้ แค่พอให้คนเฝ้าคนหนึ่งได้นอน ส่วนของอย่างอื่นก็ดูคล้ายโลกเดิมไม่น้อย เขาหันไปมองข้าง ๆ
สวัสดีโต๊ะข้างเตียง
แต่มันก็เป็นโต๊ะข้างเตียงสีขาวบริสุทธิ์แบบล้ำ ๆ ที่ต้องใช้สายรัดข้อมือของคนที่ลงทะเบียนเป็นคนไข้ประจำเตียงนี้เปิดเท่านั้น ด้านในมีของพื้นฐานที่เตรียมเอาไว้ให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ แชมพู ผ้าเช็ดตัวแก้วน้ำ และกะละมังเล็ก ๆ สำหรับเอาไว้เช็ดตัวกรณีไม่สามารถอาบน้ำได้
ดูดีกว่าโรงพยาบาลรัฐที่โลกเดิมมากโข
ราวกับว่าพยาบาลด้านนอกจะรู้ว่าเขาฟื้นแล้ว ดังนั้นกระจกนิรภัยจึงเลื่อนเปิดออกเอง นางพยาบาลสาวหน้าตาน่ารักไม่หยอกเดินเข้ามาด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
“คุณลูก้า นอร์ท คุณฟื้นแล้ว ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงเอื้ออารีย์
เขาสำรวจตัวเองเร็ว ๆ หนึ่งครั้ง พบว่าไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติตรงไหนอีก กำลังวังชาเริ่มกลับมา นอกจากความเจ็บที่ข้อมือและอาการอ่อนแรง ก็ไม่น่าจะมีอะไรร้ายแรง จึงบอกพยาบาลไปตามตรง
พยาบาลคนนั้นพยักหน้าเล็กน้อยแล้วบอกว่า “ฉันแจ้งคุณหมอแล้ว อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงจะมาค่ะ ระหว่างนี้ถ้าต้องการอะไรก็เรียกพยาบาลได้นะคะ แต่ยังไม่แนะนำให้ลุกจากเตียงนะ”
เขาเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายในทันที นอร์ทจึงพยักหน้ารับแล้วยิ้มเซียว ๆ ให้อีกฝ่าย “ขอบคุณมากครับ” ตอนนี้เขาอยู่ในชุดผู้ป่วย มีสายน้ำเกลืออยู่ที่แขนอีกข้างแต่สายค่อนข้างเล็กมาก เขาแทบไม่รู้สึกว่ามีเข็มแทงอยู่ที่มือเลย อีกข้างหนึ่งของเตียงเป็นหน้าจอโฮโลแกรมเล็ก ๆ ที่แสดงสัญญาณชีพของเขา
พยาบาลคนนี้มองบาดแผลที่ข้อมือของชายหนุ่ม ส่งสายตาให้กำลังใจเขา เพราะเธอเองก็เพิ่งจะได้รับรายงานเรื่องครอบครัวของชายหนุ่มมาเช่นกัน ดังนั้นจึงคาดเดาสาเหตุที่อีกฝ่ายคิดสั้นได้ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการตอกย้ำปมเศร้าของอีกฝ่าย จึงไม่ได้พูดถึง เมื่อมองดูจนแน่ใจแล้ว ว่าคนไข้ไม่น่าจะมีแนวโน้มจะคิดสั้นอีกครั้ง เธอจึงกลับออกไป
นอร์ทประทับใจการบริการของที่นี่มากเลย แม้จะเป็นการรักษาแบบที่ถูกที่สุดก็ยังมีคุณภาพ เขาได้รับเกลือแร่และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายทางสายน้ำเกลือ จนมีกำลังวังชาขึ้นมา แผลได้รับการรักษาอย่างดี ทั้ง ๆ รู้เลยว่าตอนที่ร่างเดิมทำร้ายตัวเองนั้น แผลมันหนักหนาขนาดไหน แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงรอยแผลตื้น ๆ ที่กำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็วเท่านั้น
รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ หมอเจ้าของไข้ก็เข้ามาหาเขา ตรวจประเมินอาการด้วยความใจเย็นและเป็นมิตร แถมคำพูดคำจายังระมัดระวังอย่างมาก คงเข้าใจว่าเขาอาจจะมีแผลในใจ และกลัวว่าจะไปกระตุ้นอะไรเข้าก็ได้
“คุณลูก้า อาการโดยรวมของคุณดีขึ้นมากแล้ว หากไม่พบความผิดปกติอะไรเพิ่มเติม หมอสามารถอนุญาตให้คุณออกจากโรงพยาบาลได้วันพรุ่งนี้ คุณอยากให้หมอแนะนำจิตแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาหรือเปล่าครับ แต่หมอแนะนำว่าหลังจากนี้คุณควรจะได้รับคำปรึกษานะครับ หากไม่ให้หมอแนะนำ ก็ควรหาสถานพยาบาลที่สะดวกเข้าไปพบด้วยตัวเองก็ได้” หมอคนนี้อายุประมาณ 30 กว่าปีแล้ว เขาดูสุภาพและใจดีมาก ไม่ได้ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่ากำลังโดนบังคับหรือดูถูกแต่อย่างใด
นอร์ทยิ้ม ตอบกลับแบบแบ่งรับแบ่งสู้ “ขอบคุณมากครับ ผมจะไปเองครับ”
เขาค่อนข้างมั่นใจว่าสุขภาพจิตของตัวเองในตอนนี้เป็นปกติดี อีกอย่างการปรึกษาจิตแพทย์ มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเกินไปสำหรับเขาในตอนนี้ หากว่าอยากจะทำอย่างนั้นจริง ๆ ก็คงจะสู้ราคาไม่ไหว
หมอคนนั้นมองประเมินในเบื้องต้น ไม่พบข้อบ่งชี้ว่าอีกฝ่ายจะมีอารมณ์ดิ่งลง หรือเผยท่าทีสิ้นหวังออกมา สุดท้ายจึงอดไม่ได้ที่จะให้กำลังใจ
“โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้คุณอย่าเพิ่งสิ้นหวังง่าย ๆ นะครับ ชีวิตของคนเรายังอีกยาวไกล มีสิ่งสวยงามข้างนอกอีกมากรอให้ค้นหา ผมเชื่อว่าการมีชีวิตอยู่นั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว เพราะเมื่อมีชีวิตเราก็จะสามารถทำให้ตัวเองค้นหาหนทางที่จะมีความสุขได้” ถึงแม้ระหว่างทางมันอาจจะลำบากขนาดไหนก็ตามที หมอคิดในใจ
นอร์ทได้ฟังแบบนั้น พลันนึกไปถึงเรื่องก่อนที่เขาจะมาที่นี่ ความเจ็บปวดและความเสียดายมากมาย ก่อนที่พลังแห่งชีวิตของตนเองจะดับไป เขาเข้าใจคำพูดที่ว่า ตราบใดที่ยังมีชีวิตก็ยังมีหนทางขึ้นมาในทันใด จึงยิ้มกว้างตอบหมอ ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความหวัง และการไม่ยอมแพ้
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
ทั้งหมอและพยาบาลที่ได้รับรอยยิ้มกว้างแสนจะจริงใจและสดใส ชะงักไปวูบหนึ่ง ที่ตามมาคือความตกตะลึง กลับเป็นหมอที่เบี่ยงหน้าออกไปด้วยความเขินอายแทน ส่วนพยาบาลที่น่ารักคนนั้นก็มองเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ แถมยังมีสายตาชื่นชมมอบให้ พวกเขาต่างคิดเหมือนกันว่า
คนไข้คนนี้หน้าตาดีมาก ๆ เลยน่ะสิ
นอร์ทเป็นชายร่างสูงโปร่ง 185 เซนติเมตร ที่ร่างกายไม่ได้กำยำอะไรมากมาย ออกจะติดไปทางผอม แต่ใบหน้าของเขานั้นมีรูปทรงคมสันที่ชัดเจน แม้ตอนนี้มันจะตอบเพราะความผอม แต่ก็ไม่ได้ลดความไม่น่ามองลงเลย ผมสีน้ำตาลอ่อน เข้ากับสีของดวงตา ที่เป็นรูปทรงอัลมอนด์ที่โตเล็กน้อย จมูกเป็นสันเด่นชัด แม้จะไม่ได้คมเฉี่ยวอะไร แต่มันก็ดูรับกับรูปหน้า และริมฝีปากที่ค่อนข้างจะอวบอิ่ม
ดู ๆ แล้ว ใบหน้าของนอร์ท คือใบหน้าที่หล่อเหลาและออกจะเท่ ปนความอ่อนใสแกมน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ก็เกือบจะหวานนิด ๆ ตอนที่ยิ้มแล้วทำให้ทุกคนสบายใจ รู้สึกว่าโลกสดใสขึ้นทันใด
เมื่อหมอและพยาบาลกลับออกไป ชายหนุ่มที่ได้รับการถอดสายน้ำเกลือออกไปแล้ว ก็ลุกขึ้นจากเตียง แล้วเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ เพราะได้รับอนุญาตแล้ว จึงได้มีโอกาสพิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างมีสติมากยิ่งขึ้น
ใบหน้าที่เห็นในกระจกนั้นไม่คล้ายใบหน้าเดิมของตัวเองที่โลกโน้นเลยแม้แต่น้อย ที่โลกเดิมตัวเขาเองค่อนข้างที่จะมีใบหน้าคมเข้มตามมาตรฐาน ไม่ได้หน้าตาดีโดดเด่นขนาดนี้
“พูดแบบไม่อวย อยู่โลกเดิมนี่เป็นดาราได้เลยนะเนี่ย” เขาพึมพำ พลางเอียงใบหน้าของตัวเองมองส่องในกระจกไปมา
ติดที่ว่าตัวเองแสดงไม่เป็นน่ะสิ อีกอย่างจักรวรรดิใหญ่อย่างเซเว่นสตาร์ที่มีประชากรเป็นล้านล้านล้านคน จะมาสนใจอะไรกับคนบ้านนอกอย่างเขากันเล่า
อีกอย่าง แม้ประชากรที่มีรูปลักษณ์เป็นมนุษย์แบบนี้ จะเป็นประชากรส่วนใหญ่ในจักรวรรดิ แต่ก็มีประชากรเผ่าพันธุ์อื่นอีกมากมาย เช่นประชากรที่มีรูปลักษณ์ของเอลฟ์ นางเงือก หรือ แม้กระทั่งครึ่งคนครึ่งสัตว์ มันคือความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่น่าทึ่งมากจริง ๆ และพวกเขาก็มีรูปลักษณ์ที่งดงามมาก ๆ อย่างกับออกมาจากภาพยนตร์ในโลกก่อนเลย
ส่วนการสื่อสาร ที่นี่ใช้ภาษาที่คล้ายจะเป็นภาษาอังกฤษ เป็นภาษาสากล ซึ่งได้รับการวิวัฒนาการไปแล้ว เขาฟังเข้าใจโดยอัตโนมัติเพราะมันคือภาษาแม่ของร่างเดิม จึงสามารถสื่อสารได้โดยไม่แปลกแยกเท่าใดนัก แต่ยังมีภาษาถิ่นและภาษาเฉพาะอีกมากมายหลากหลายภาษาที่น่าสนใจ เท่าที่ความทรงจำของร่างเดิมมี ดูเหมือนจะยังมีดาวบางดวงที่สื่อสารด้วยภาษาที่คล้ายภาษาไทยอยู่ด้วย แต่ก็เป็นแค่กลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น
นอร์ทจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย ก็ออกจากห้องน้ำรวมที่แสนจะเป็นส่วนตัวนี้ แถมยังสะอาดสะอ้าน แล้วกลับไปที่เตียง นอนพักผ่อน พลางคิดในหัวว่า
‘แน่ล่ะ อุตส่าห์ได้มีชีวิตใหม่ทั้งที ใครจะมายอมตายอีกง่าย ๆ กันเล่า นี่เป็นโอกาสครั้งที่สอง ที่ต้องคว้าเอาไว้ ยากแค่ไหนก็ต้องสู้สิวะ!’
จากนั้นเขาก็ปล่อยให้ความมืดมิดยามราตรี กล่อมให้เขาหลับใหลไป
“ขอบคุณมากนะครับ” นอร์ทยิ้มกว้างให้พยาบาลและคุณหมอ ที่มาตรวจเป็นครั้งสุดท้าย ย้ำเรื่องการดูแลตัวเองแล้วบอกลาจากไป
“เดี๋ยวไปที่แผนกบัญชีได้เลยนะคะ” พยาบาลบอกเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็ลาจากไปเช่นกัน
คำว่าแผนกบัญชีนี้ทำให้รอยยิ้มของเขาชะงักไป จากนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายแล้วจึงเดินไปตามคำแนะนำของเอไอระบบนำทาง จนไม่นานก็มาถึงแผนกบัญชีที่เขาจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลแล้ว
“คุณลูก้า นอร์ท ครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 15,450 สตาร์ค่ะ จะให้หักผ่านบัญชีเลยหรือไม่คะ?” เสียงเอไอถามขึ้น
“ครับ” นอร์ทตอบรับทันที ทว่าในใจของเขาหนักอึ้งมาก เพราะเขารู้ดีว่าในบัญชีมีสตาร์ไม่เพียงพอหรอก
“ตรวจพบยอดคงเหลือในบัญชีไม่เพียงพอ จะตัดเข้าระบบหนี้ส่วนบุคคลในทันที กำหนดชำระโดยไร้ดอกเบี้ยภายใน 30 วัน หากเกินกำหนด จะคิดดอกเบี้ยที่ 2% ต่อปี และหากไม่ชำระภายใน 1 ปี ทางรัฐจำเป็นจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย คุณลูก้ากรุณารับทราบด้วยค่ะ” เสียงของเอไอบอกเขา
นอร์ทยิ้มเจื่อนและยินยอมในทันใด เขาไม่มีทางเลือกเลยสักนิด เพราะอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้หนักหนาเกินกว่าที่จะรักษาด้วยตัวเองได้ เขาจำต้องมารักษาที่โรงพยาบาล และค่ารักษาที่ได้รับแจ้งตอนนี้ก็นับว่าถูกมากแล้วจริง ๆ
นี่คือนโยบายของรัฐบาล พวกเขาจะเลิกสนับสนุนการรักษาฟรีให้แก่ประชาชนของตนในตอนที่อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการสนับสนุนอาหารฟรีนั่นแหละ สามารถพูดได้ว่า ทันทีที่คุณบรรลุนิติภาวะ รัฐบาลก็จะมองว่าคุณจะต้องไปมีชีวิต และดิ้นรนด้วยตัวเองได้แล้ว จึงจะตัดการช่วยเหลือทุกอย่างที่มีออกไป หลังจากนี้ประชาชนจะสามารถเข้าถึงการบริการที่มีราคาถูกจากทางรัฐบาลได้แทน
แน่นอนว่ามันก็มีสวัสดิการอย่างประกันสุขภาพแบบองค์รวมเช่นกัน แต่ประชาชนต้องเสียเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อจ่ายรายปี ในการที่จะได้สิทธิ์เหล่านี้
และแน่นอนว่านอร์ทไม่มีจ่าย
ซึ่งหากเกิดกรณีสำหรับประชาชนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าบริการเหล่านี้แล้วไซร้ ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นก็จะถูกโอนเข้าไปอยู่ในบัญชี ‘หนี้สินส่วนบุคคล’ ซึ่งก็ตามชื่อเลย นี่เป็นบัญชีหนี้ที่ผูกติดกับระบบกลางของรัฐบาล หากคุณเบี้ยวไม่จ่าย นอกจากจะโดนดำเนินคดีแล้ว ยังโดนขึ้นบัญชีดำ ซึ่งหากมีหนี้เป็นจำนวนเงินมากเกินไปและไม่สามารถใช้คืนได้ ทางรัฐบาลก็จะจับคุณไปเป็นแรงงานบนดวงดาวรกร้างห่างไกล หากทนได้ก็ถือว่าทำงานใช้หนี้ มีโอกาสกลับมาเริ่มต้นใหม่ หากทนไม่ไหว ก็นั่นแหละ ตายไปอย่างสงบ รัฐบาลก็จะถือว่าหนี้นั้นจบไป
มันดูเหมือนจะโหดร้าย แต่นโยบายนี้ก็ยังช่วยให้คนที่จนตรอกหลาย ๆ คนรอดชีวิตมาได้ และกลับมาสู้ชีวิตต่อไป
ระยะเวลาการใช้หนี้ก็เป็นปี ถือว่าทางรัฐเขาอะลุ่มอล่วยมากที่สุดแล้ว ซึ่งส่วนตัวนอร์ทก็มองว่ามันก็ค่อนข้างยุติธรรมสำหรับคนที่ไม่มีจริง ๆ
“โปรดระวังด้วย หนี้บุคคลของท่านมีจำนวนสูงมาก ตอนนี้ยอดหนี้คงเหลือทั้งหมดคือ 5,458,123 สตาร์ หากไม่ใช้คืนในเวลาที่กำหนด ท่านอาจจะโดนดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด” เสียงของเอไอยังคงดังต่อไป
ดวงตาของนอร์ทเผยความหนักใจยิ่งยวดออกมา เขาตอบรับแล้วก็ออกจากโรงพยาบาลมาในทันใด
ทำไมในบัญชีถึงมีหนี้ส่วนบุคคลเยอะขนาดนี้น่ะหรือ?
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก แล้วนึกย้อนไปถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เจ้าของร่างคนเดิมตัดสินใจคิดสั้น
นั่นคือชายหนุ่มที่มีชื่อว่า ‘เอ็ดเวิร์ด’ เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีจากหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเพื่อนสมัยเด็กของร่างเดิม ที่สนิทกันมาก เรียนมาด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน มีวีรกรรมต่าง ๆ ร่วมกันมากมาย จนกระทั่งคนทั้งคู่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ความผูกพันตั้งแต่วัยเด็ก ก็เติบโตขึ้นมาเป็นความรัก จนสุดท้าย พวกเขาก็กลายเป็นแฟนกัน
ใช่ ร่างเดิมนั้นชื่นชอบเพศเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ไม่ผิดแปลกอะไร ท่ามกลางหมู่ดาวนับล้าน และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า ความรักจึงไม่มีการจำกัดเพศอีกต่อไป ใครอยากจะรักกับใครก็ได้ทั้งนั้น ขอเพียงไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ผิดต่อผู้อื่น และไม่ผิดต่อตัวเองเป็นพอ
ทั้งสองบ้านเองก็รู้ และยอมรับได้ พวกเขาไม่ได้ขัดขวางอะไร
ทว่าทุกอย่างมันเริ่มจะเปลี่ยนแปลงไป ในตอนที่พวกเขาบรรลุนิติภาวะ
ทั้งสองบ้านนั้นไม่ได้มีฐานะที่ดีมากเท่าไร บ้านครอบครัวลูก้า ที่อาศัยบนบนดวงดาวห่างไกลแห่งนี้ ยังชีพด้วยการปลูกผักขายไปวัน ๆ เท่านั้น เพราะมีต้นทุนไม่สูง ผักที่ได้ก็ไม่ได้มีคุณภาพโดดเด่นมากมายอะไร พอได้ค่าใช้จ่ายให้รอดไปเดือนต่อเดือน เหลือเก็บบ้างเล็กน้อย ส่วนบ้านของเอ็ดเวิร์ดเอง ก็ทำงานเป็นลูกจ้างในบริษัทเล็ก ๆ ในพื้นที่ รับเงินเดือนที่ไม่ได้สูงนัก ถือว่ามีฐานะปานกลาง
แต่เอ็ดเวิร์ดเป็นคนเก่งและค่อนข้างโดดเด่น เขามีความทะเยอทะยานมากกว่านั้น เขาคิดจะเข้าไปดิ้นรนในเมืองใหญ่ หรือแม้แต่ในดวงดาวอื่น ๆ ที่เจริญกว่าดาวดวงนี้ ดังนั้นในวันหนึ่งเขาวิ่งมาบอกนอร์ทว่า
“นอร์ท! ฉันได้งานที่ดาวหลักล่ะ! ถ้าโชคดี ฉันจะได้เข้าไปเป็นเด็กฝึกในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้วยนะ” คนรักของเขาบอกแบบนั้น ด้วยดวงตาสว่างไสวราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
“จริงเหรอ ดีใจด้วยนะ!” ร่างเดิมแม้ในใจจะหวิวและใจหาย ทว่าเขาก็รู้สึกยินดีกับคนรักด้วยใจจริง
“จริงสิ! แต่ว่า…เฮ้อ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าฉันจะได้ไปหรือเปล่า” เอ็ดเวิร์ดทำสีหน้าดีใจสุดขีด ต่อมาก็เผยความเศร้าสุดแสน
เมื่อได้เห็นสีหน้าคนรัก นอร์ทก็ตกใจแล้วรีบถามกลับ “ทำไมล่ะ! นี่เป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ เลยนะ”
“เพราะ…เพราะว่าฉันอาจจะมีเงินไม่พอที่จะไปดาวหลักน่ะ” เอ็ดเวิร์ดมีสีหน้าเศร้าใจราวกับกำลังจะแตกสลาย
นอร์ทเห็นเช่นนี้ก็ปวดใจแทนคนรักมาก เขาพยายามคิดหาทางช่วย “งั้นจะทำยังไงดี ขอร้องให้ทางบริษัทฯโอนสตาร์ค่าเดินทางมาก่อนล่วงหน้าไม่ได้เหรอ”
คนรักส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเขาคงไปหาตัวเลือกอื่น มันไม่ใช่ฉันคนเดียวเสียหน่อยที่ได้โอกาสนี้ ฉันต้องไปแข่งกับคนอีกเป็นร้อยเป็นพันนะ นี่เป็นโอกาสเดียวของฉัน”
นอร์ทหน้าซีดลง สงสารคนรักจับใจ “งั้นทำยังไงดีล่ะ”
“ถ้า…ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องกู้เงิน” เอ็ดเวิร์ดบอก เขามีสีหน้าลังเล
ชายหนุ่มเมื่อได้ยินว่าสามารถกู้เงินได้ก็ดีใจใหญ่ “ก็ดีสิ เท่านี้ก็มีเงินเดินทางไปแล้ว”
“แต่ว่า…” คนรักทำสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะส่งสายตาขอร้องมาที่เขา “ฉันจะต้องใช้เงินจำนวนมาก แล้วกว่าฉันจะฝึกเสร็จ จนประสบความสำเร็จ ฉันก็ไม่รู้เลยว่ามันจะต้องใช้เวลานานมากขนาดไหน หากเป็นแบบนั้นก็คงหาเงินมาใช้คืนไม่ทันเวลาแน่นอน”
นอร์ทขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นสายตาของคนรัก “นายกำลังจะบอกอะไรกันแน่”
“นายช่วยเป็นคนกู้เงินแทนฉันได้มั้ย? คือ ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ใช้คืนนะ ฉันจะใช้คืนแน่ ๆ แต่มันคงไม่ใช่ภายในหนึ่งปี อีกอย่างเมื่อถึงตอนที่ฉันโด่งดังแล้ว ถึงตอนนั้นนอกจากจะใช้หนี้ให้นายแล้ว ฉันก็จะสามารถรับนายไปอยู่ด้วยกันได้ เราไปใช้ชีวิตด้วยกันที่ดาวหลัก พาครอบครัวของเราทุกคนไปด้วยได้ ที่นั่นมีโอกาสและอาชีพมากมายที่นายทำได้ ดีมั้ย?” เอ็ดเวิร์ดพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย สีหน้าชวนฝัน
แน่นอนว่านอร์ทร่างเดิมที่หลงรักคนตรงหน้าจนหมดใจ จะไม่ยินยอมได้อย่างไร เขาเชื่อเต็มหัวใจ และทำการยื่นเรื่องกู้เงิน โดยเอาตำแหน่งงานของตนเองในบริษัทส่งออกแห่งหนึ่งเป็นประกัน จนสามารถกู้เงินออกมาได้มากถึง 8 ล้านสตาร์ ทว่าฝันร้ายของจริงมันเพิ่งจะเริ่ม
“ให้ฉันถอนออกมาเป็นเหรียญเครดิต?” นอร์ทถามคนรักอย่างสงสัย
“ใช่ คืออย่างนี้ ฉันต้องเดินทางไกล แล้วก็ต้องโดนตรวจสอบประวัติทางการเงินแน่นอน ทีนี้หากจู่ ๆ นายโอนมาให้ฉันเลยทีเดียว 8 ล้าน มันดูโจ่งแจ้งเกินไป ออกเป็นเหรียญเครดิตมาให้ฉันจะดีกว่า แล้วฉันจะทยอยเอาไปเข้าบัญชี ทำให้ดูเหมือนว่าฉันทำอาชีพอิสระมาก่อน บริษัทนั้นก็ต้องมองว่าฉันน่าเชื่อถือมากขึ้น จะได้ดูมีภาษีมากกว่าเดิม อีกอย่างเรื่องราวการฝึกก็ไม่ง่าย ฉันอาจจะต้องใช้เหรียญเครดิตพวกนี้ในการอำนวยความสะดวก ติดสินบนอะไรพวกนั้นบ้างเพื่อความก้าวหน้าน่ะ นายก็น่าจะพอเดาออก วงการนี้มันไม่ขาวสะอาดหรอก” เอ็ดเวิร์ดพูดดูเป็นเหตุเป็นผล
เหรียญเครดิตก็เปรียบเสมือนเงินสดในโลกก่อน เมื่อถอนออกมาจากธนาคารแล้ว จะเอาไปใช้ทำอะไรต่อ ก็ไม่สามารถสืบทราบได้แล้ว เพราะไม่มีร่องรอยให้ค้นหา แม้แต่ธนาคาร ก็ไม่สามารถทราบได้ ว่าสตาร์ที่ออกเครดิต จะไปที่ไหนต่อ เป็นวิธีที่แสนจะไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการโดนโกงอย่างมาก
แน่นอนว่านอร์ทคนเดิมก็ยังเชื่ออีก
สุดท้ายเมื่อทำตามทุกอย่างที่คนรักว่าแล้ว เงินก็ไปแล้ว คนก็ไปแล้ว เขาก็ใช้ชีวิตไปตามปกติ เป็นมนุษย์เงินเดือนที่หาเงินมาใช้หนี้แทนคนรักงก ๆ จนเงินเดือนแต่ละเดือนแทบไม่พอกิน ต่อมาในวันหนึ่ง บริษัทของเขาก็ล้มละลาย ฝันร้ายระลอกสองมาเยือนเมื่อชายหนุ่มตกงาน แม้จะได้เงินชดเชยมาตามกฎหมายก้อนหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้เสี้ยวของยอดหนี้ที่เหลือเลย
หนี้ที่ยังใช้ไม่หมดเหลืออีกตั้งมากมาย ฐานะทางบ้านที่เขาไม่เคยแม้แต่จะช่วยจุนเจือก็ย่ำแย่ เงินเก็บก็ไม่เหลือ พยายามจะช่วยพ่อแม่ทำงาน แต่ก็ได้ไม่เท่าไหร่ พยายามหางานใหม่ ก็ยากเหลือเกิน เพราะปัญหาจากภาวะว่างงานทั่วดวงดาว ทำให้ไม่มีตำแหน่งงานที่เหมาะสมเลย สุดท้ายก็ต้องเล่าความจริงเรื่องหนี้ออกไปให้พ่อและแม่ฟัง พวกท่านไม่โกรธเขา ต่างก็เข้ามาให้กำลังใจ
ตลอดเวลาก่อนหน้านี้ เป็นเวลาเกือบสองปี เขายังพอจะติดต่อคนรักได้บ้าง เราคุยกันเป็นเวลาสั้น ๆ แต่หลังจากที่ตกงาน เขาพยายามติดต่อหาคนรักเพื่อถามความคืบหน้า และหวังจะได้เงินคืนกลับมาบ้างสักเล็กน้อย สุดท้ายก็ติดต่อไม่ได้ ความจริงตีแสกหน้าว่าคนรักบล็อกเขาออกจากช่องทางการสื่อสารทุกทาง ในตอนนั้นเอง เป็นตอนที่เขารู้สึกได้เลยว่าทุกอย่างจบแล้ว
พ่อและแม่สงสารลูกชายจับใจ จึงพยายามปลอบใจลูกชายอย่างเต็มที่ สุดท้ายในวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิเมื่อสองเดือนก่อน เนื่องจากอาหารที่บ้านขาดแคลน และเงินที่เหลือน้อยเต็มที ทำให้สองสามีภรรยาลูก้าขึ้นเขาไปหาของป่า เพื่อประทังชีวิต แต่สุดท้ายพวกเขาก็ตกเขาเสียชีวิตทั้งคู่
นั่นจึงเป็นสาเหตุของอาการหมดอาลัยตายอยากของนอร์ท เพราะทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาในทีเดียว จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจจบทุกอย่างลง ก่อนที่จะมีนายเหนือฟ้ามาแทนที่
นอร์ทในปัจจุบันคิดอย่างสงสาร เศร้าสลดแทนเจ้าของร่างเดิม ความรู้สึกยามที่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่าน ทำให้เขาอึดอัดอย่างมาก มันมีแต่ความเสียใจ ทว่าไม่มีความรักอีกแล้ว แถมนึกอยากจะฟ้องเอาผิดทางกฎหมาย เท่าที่คิดดูจากเบาะแสในหัว ก็มีช่องโหว่เต็มไปหมด หลักฐานไม่เพียงพอเลยแม้แต่น้อย กลายเป็นต้องมารับจ่ายหนี้โดยที่ไม่เต็มใจ
เขายกสายรัดข้อมือขึ้นมา แล้วกดดูยอดเครดิตของตัวเองในบัญชี ที่มีตัวเลขแสนจะน่าสงสารแสดงอยู่
‘เครดิตส่วนบุคคล 5,648 สตาร์’
‘หนี้ส่วนบุคคล 5,458,123 สตาร์ กำหนดการใช้คืน ภายใน 30 วัน 1 ยอด จำนวน 15,450 สตาร์ โดยไม่เสียดอกเบี้ย กำหนดการใช้คืนภายใน 15 วันข้างหน้า 1 ยอด จำนวนเต็ม 5,442,673 สตาร์ ยอดค่างวด 35,000 สตาร์’
เขามองดูหนี้สินของตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม ขึ้นรถแท็กซี่โดยสารของโลกอนาคตกลับบ้านเพื่อตั้งหลักก่อน ยอมเสียเงินอีก 500 สตาร์ด้วยความปวดใจ
ในหัวของนอร์ทคิดว่า
“เฮ้อ ชีวิตเก่าก็จน ชีวิตใหม่ก็ยังจน แถมเป็นหนี้อีกต่างหาก เยี่ยมเลย เยี่ยมจริง ๆ”
ละครหลังม่าน
นอร์ทคนใหม่ : ปวดหัวเลย /// กุมขมับ
นอร์ทคนเก่า : แหะ ๆ ฝากด้วยนะ /// ยิ้มแหย ตบบ่า แล้วล่องลอยจากไป
นอร์ทคนใหม่ : แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย /// จู่ ๆ ก็อยากจะร้องเพลง
หมอ : รู้สึกว่าคนไข้ต้องการการรักษาจริง ๆ นะ /// มองคนไข้พูดคนเดียว
Writer's talk :
เอาน่า เรามีชีวิตใหม่แล้ว ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปนะ
การเดินเรื่องจะดูเหมือนยืด ๆ รายละเอียดเยอะนิดนึงนะคะ ไรต์แค่อยากให้เรื่องราวมันดูมีที่มาที่ไป
มันเป็นสไตล์ของไรต์เองค่ะ ใครที่เป็นผู้ติดตามใหม่ ๆ ก็ทำใจหน่อยน้า หรือถ้ามันรำคาญจริง ๆ รู้สึกติดขัดตรงไหนก็ลองเมนต์บอกได้ค่ะ หากว่ามันเป็นประโยชน์ไรต์จะนำไปปรับปรุงตัวเองนะ
ค่อนข้างเกร็งเพราะเป็นวายเรื่องแรกด้วยค่า แนะนำได้เสมอค่ะ
ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ
รักนักอ่านเท่าจักรวาล
บทที่ 2 คิดวิธีหาเงิน
ในที่สุดรถแท็กซี่ก็พานอร์ทกลับมาถึงบ้านอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น แล้วเจ้าระบบเอไอที่เป็นคนขับ ก็ขับรถแหวกอากาศกลับไป นอร์ทเก็บความทึ่งตื่นตะลึงเอาไว้ในใจ จากนั้นก็หันมามองสิ่งปลูกสร้างตรงหน้า นี่เป็นบ้านของครอบครัวลูก้า ที่สืบทอดกันมาหลายรุ่นแล้ว และรุ่นสุดท้ายก็เหลือแค่เขาเท่านั้น ไม่มีญาติทางสายเลือดคนอื่นเหลืออีก
สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าดาวดวงนี้ เป็นดวงดาวที่ 254845 ลำดับของมันก็บอกได้เลยว่าห่างไกลจากดาวหลักมากขนาดไหน ไม่ถึงกับล้าหลังมาก แต่ก็ไม่ได้ล้ำหน้าอย่างดาวหลักเลยแม้แต่น้อย
จากดวงดาวกว่าล้านดวง ก็คิดดูเอาแล้วกัน
แต่บ้านของนอร์ทนั้นเป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สร้างจากอิฐและปูน ฉาบด้วยสีขาว สลับสีงาช้าง มีสองชั้น ค่อนข้างกว้างขวาง แม้จะดูเก่ามากแล้ว แต่ได้รับการดูและทะนุถนอมอย่างดี เท่าที่กำลังของผู้อยู่อาศัยจะทำไหว หลังคาบ้านมุงด้วยกระเบื้องสีแดงเข้ม ให้อารมณ์เหมือนบ้านตามชนบททรงยุโรปที่ดูอบอุ่นไม่น้อยเลย ด้านในมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 450 ตารางเมตร นับว่ากว้างขวางอย่างมาก ถือเป็นบ้านในฝันของนอร์ทเมื่อโลกก่อนได้เลย
หลังจากเข้ามาในตัวบ้าน ที่มีเฟอร์นิเจอร์ที่ค่อนข้างโหรงเหรง แต่มันก็เป็นชิ้นที่จำเป็นและได้รับการดูรักษาอย่างดี ดูน่ารักสบาย ๆ เข้ากับตัวบ้านไม่น้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไม้สีอ่อนสบายตา
เขานอนโรงพยาบาลไปทั้งสิ้น 2 วัน 2 คืนถ้วน บ้านจึงยังไม่สกปรกมากเท่าไหร่ เว้นแต่จุดที่เป็นเหมือนซีนฆาตกรรมตรงผนังด้านหนึ่งทางนั้น
อาศัยความทรงจำของร่างเดิม นอร์ทจึงเริ่มจัดการทำความสะอาดบ้าน จัดการจุดที่เป็นปัญหาออกไป ไม่นานจากนั้นบ้านก็กลับมาสดใสเช่นเดิม นึกขอบคุณที่น้ำยาทำความสะอาดของยุคนี้ มันมีประสิทธิภาพมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถชะคราบเหล่านั้นออกไปได้จนหมดแน่นอน
แต่จากการทำงานเพียงระยะเวลาสั้น ๆ นี้ ก็ทำให้นอร์ทรู้ได้เลยว่าร่างกายนี้อ่อนแอมากขนาดไหน
“เฮ้อ แค่นี้ก็หอบแล้ว แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ต้องขุนกันพักใหญ่เลยสิเนี่ย” ร่างนี้ผอมมาก กล้ามเนื้อก็แทบไม่มี มาจากอาการตรอมใจและงานเดิมที่ร่างนี้ทำ มันเป็นงานออฟฟิศที่นั่งอยู่กับโต๊ะทั้งวัน จึงไม่ได้ออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างที่ควรจะเป็น
แต่ก่อนอื่นเลย
“คิดว่าต้องหาอะไรกินก่อนนะ”
ตอนนี้ท้องของเขาร้องโครกคราก จึงต้องเดินไปเปิดตู้เย็นดูสักหน่อย ว่ามีอะไรกินบ้าง ทว่าเมื่อเปิดออกมาแล้วก็พบเพียงซองสารอาหารหลอดที่แสนจะน่าสงสารวางอยู่เพียงไม่กี่ซองเท่านั้น
นี่คือสารอาหารที่ครบถ้วนต่อมื้อ ในราคาที่ถูกที่สุดที่รัฐบาลจัดจำหน่าย มันมีรสชาติเหลือทนมาก ๆ แต่มันก็เป็นทางรอดของใครหลาย ๆ คนที่ไม่มีเงิน
เพื่อเป็นการไขข้อสงสัย เขาจึงหยิบมันมาลิ้มรสด้วยตัวเอง ถึงแม้ในความทรงจำจะจดจำรสชาติของมันได้ก็ตาม แต่ก็ไม่สู้สัมผัสด้วยตัวเอง
แล้วก็ค้นพบว่าคิดผิดอย่างแรง
“อี๋! อะไรเนี่ย รสชาติโคตรเคมีเลย” รสชาติของสารอาหารแบบหลอดนั้นมีความเป็นเคมีสูงมาก คือมันเป็นรสชาติสังเคราะห์อย่างชัดเจน แม้มันจะเป็นรสผลไม้ แต่มันก็หวานเจี๊ยบ และกลิ่นที่กินแล้วเตะจมูกขึ้นมาในทันที และรู้ว่ามันคือกลิ่นที่สร้างขึ้นมา ไม่ได้มาจากธรรมชาติจริง ๆ
นอร์ทกินเข้าไปได้ครึ่งเดียวเท่านั้นก็จำต้องทิ้ง
พยายามหาอะไรกินเองจะดีกว่า แม้จะหิวแต่เขาไม่สามารถกินเจ้าอาหารหลอดนั้นไปได้อีกเป็นครั้งที่สองจริง ๆ
เคยเผลอเคี้ยวพลาสติก หรือกินน้ำส้มที่ใช้กลิ่นสังเคราะห์ไหมล่ะ
นั่นแหละ ความรู้สึกนั้นเลย ไม่ไหวจริง ๆ ต่อให้เขาเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายขนาดไหนก็ตามที
ชายหนุ่มตัดสินใจเดินไปสำรวจที่ด้านหลังบ้านของตัวเอง ตรงนั้นเป็นพื้นที่เกือบ ๆ 2 ไร่ ที่เป็นที่ดินดั้งเดิมของครอบครัวลูก้า ซึ่งเขาจำได้ว่ามันเป็นสวนผักที่ปลูกโดยสองสามีภรรยา และร่างเดิมก็มีส่วนช่วยบ้างเล็กน้อยในช่วงหลัง ทว่าก็ทำได้ไม่ดีนัก การเพาะปลูกในยุคนี้ เชื่อว่าต้องใช้ปุ๋ยสังเคราะห์จากแล็บเท่านั้น ซึ่งมีราคาแพงมาก พืชถึงจะเติบโตได้ดี การปลูกโดยธรรมชาติ เชื่อกันว่าไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่สามารถทำให้พืชผักงอกงาม โดยมีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ได้
คนที่มาจากดาวโลกอันแสนห่างไกล แม้นึกถึงเรื่องนี้แล้วค่อนข้างงงเล็กน้อย พวกเขาไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าปุ๋ยอินทรีย์หรือไงนะ แต่เมื่อค้นดูในความทรงจำมันก็ไม่มีจริง ๆ
“เดี๋ยวค่อยไปค้นหาเพิ่มเติมทีหลังแล้วกัน ตอนนี้หาอะไรกินก่อน”
เมื่อเดินมาที่สวนด้านหลัง ก็พบว่าพื้นที่ทั้งสองไร่ที่มองออกไปได้ไกล ๆ นั้น เต็มไปด้วยแปลงผักที่ถูกยกขึ้นอย่างง่าย ๆ มันค่อนข้างสะเปะสะปะ ไม่ได้ขนาดตามมาตรฐาน เมื่อเดินดูโดยละเอียด ก็พบว่าดินที่ยกแปลง เต็มไปด้วยหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ปะปนไม่น้อย ไม่มีอินทรียวัตถุ ซากพืชซากสัตว์ แกลบ หรือมีลักษณะดินที่ควรจะเป็นสำหรับการปลูกพืชเลย
“ไม่น่าแปลกใจเลย”
สายตาของเขามองออกไปโดยรอบ ที่ดาวดวงนี้มีภูมิประเทศใกล้เคียงกับโลกที่เขาจากมามาก แต่สิ่งที่แตกต่างก็คืออากาศบริสุทธิ์มากกว่า เย็นกว่า โดยอุณหภูมิตอนนี้ คิดว่าน่าจะสักประมาณ 23-25 องศา สายลมเย็นเอื่อย ๆ ที่พัดมาปะทะหน้า ทำให้เหมือนกับอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา แต่ในหน้าหนาว ที่นี่ก็มีหิมะตก หนาวอย่างมากเช่นกัน
นอร์ททำการสำรวจแปลงผักทั้งสองไร่อย่างรวดเร็ว พบว่ามีผักหลายชนิดอย่างเช่น กะหล่ำดอก บล็อกโคลี่ คะน้า ผักกวางตุ้ง พริก ต้นหอม ผักชี หัวหอม กระเทียม กำลังเติบโตอย่างไร้ชีวิตชีวาอยู่ไม่ไกลออกไปนัก มีค้างผักที่มีต้นไม้เลื้อยไปมา ซึ่งเถาของมันแห้งเหี่ยวจนน่าสงสารอยู่อีกด้านหนึ่ง ในความทรงจำของเขาตรงนั้นคือต้นมะเขือเทศ มีต้นฟักทองด้วย และเลยออกไปอีกหน่อยรู้สึกว่าจะเป็นต้นฟักเขียว
เมื่อเดินมาสำรวจก็พบว่าใช่จริง ๆ ด้วย และแน่นอนว่า เพราะดินนั้นมันแห้งแล้ง จนไม่อาจจะแห้งมากกว่านี้ได้แล้ว ทำให้เจ้าต้นไม้ทั้งหลายใบแห้งเหี่ยว
หากพวกมันพูดได้คงบอกว่า
‘มนุษย์! รดน้ำด่วน! พวกเรากำลังจะตายแล้ว!!!’
นอร์ทเดินไปเปิดระบบสปริงเกอร์ที่ติดตั้งเอาไว้ตามแต่ละจุด ปล่อยให้มันทำงานเพิ่มชีวิตชีวาให้พืชที่น่าสงสารเหล่านั้น เดินไปเก็บผัก ต้นหอม กระเทียม และคะน้า ที่พอจะกินได้มาอย่างละนิดละหน่อย แล้วเดินกลับเข้าบ้านไป
เมื่อตรงมาที่ครัว ก็สำรวจดูว่ามีเครื่องปรุงอะไรบ้าง สุดท้ายจึงค้นพบความจริงว่า มันมีเพียงแค่เกลือ กับน้ำตาลเท่านั้น แม้แต่ซีอิ๊วสักขวดยังไม่มี
เปิดดูตู้เก็บอาหารแห้ง ในนั้นยิ่งแห้งแล้งกว่า เพราะมันไม่มีอะไรเลย
“เอาล่ะ ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก่อน คือต้องหาซื้ออะไรมาทำอาหารกินเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงต้องกลับไปกลืนเจ้านั่น…ไม่ไหว ๆ” นอร์ทพึมพำกับตัวเองพลางทำหน้าขนพองสยองเกล้า
“เปิดร้านค้า” เขาจำได้ว่าระบบเอไอของโลกใหม่ล้ำมาก แม้ที่เขามีจะเป็นเพียงเอไอพื้นฐาน ที่หากไม่เรียกมันจะไม่ตอบสนอง แต่ก็สามารถช่วยเรื่องพื้นฐานได้ดีมากพอสมควร
เมื่อได้รับคำสั่ง ตรงหน้าของเขาก็มีจอโฮโลแกรม ที่มีลักษณะเป็นสีเหลี่ยมผืนผ้า มันมีสีฟ้าอ่อน ๆ ดูสบายตา บนนั้นมีสิ่งที่คล้ายกับหน้าจอสมาร์ทโฟนไม่น้อย มีแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เมื่อเอไอได้ยินคำสั่ง แอปหนึ่งแอปที่มีรูปเหมือนรถเข็นสำหรับช้อปปิ้งก็สว่างวาบ แล้วขยายออกเป็นหน้าจอที่แสดงรายการสินค้ามากมาย
เขาใช้มันเป็นอย่างง่ายดายจากความคุ้นเคยในหัว จึงเอามือแตะที่หน้าจอนั้นแล้วพิมพ์สินค้าที่ต้องการ
“ไหนข้าว ๆ ๆ เจอแล้ว ราคา 500 สตาร์ต่อกิโลฯ เอามาก่อน เนื้อ ๆ เอาเนื้อไก่ก่อนก็ได้ แต่นี่มันเนื้อไก่อะไรหว่า แต่เออ ถูกที่สุดแล้ว เอามาก่อนแล้วกัน 800 สตาร์ต่อกิโลฯ เลยเหรอ ช่างมัน เครื่องปรุง ๆ ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม ซอสถั่วเหลือง…”
นอร์ทใช้เงินไปทั้งสิ้น 2,100 สตาร์ เพื่อซื้อวัตถุดิบในครั้งนี้
เขามองกระเป๋าเงินที่น่าสงสารของตัวเอง แล้วก็เพิ่งจะรู้ว่าทำอะไรลงไป
“เฮ้อ ปากใหญ่กว่าท้องแท้ ๆ”
เพราะความหิวมันไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ สุดท้ายเขาก็ยินยอมจ่ายเงินก้อนสุดท้ายที่เหลือไปกับอาหารที่กินได้อีกไม่กี่มื้อเท่านั้น
ทว่านอร์ทยังคงมีสีหน้าผ่อนคลายอยู่ เขาคิดเพียงว่า ขอเพียงท้องอิ่มก่อน เรื่องที่เหลือค่อยว่ากัน
ยากนักที่จะได้พักอยู่ในบ้านที่กว้างขวาง และสะดวกสบายมากขนาดนี้
ตลอดชีวิตการเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 10 ปีของตน ที่พักของเขา หากไม่ใช่กลางป่า ก็เป็นบ้านพักพนักงานที่คับแคบ พื้นที่จำกัด และไกลปืนเที่ยง
ดูที่นี่สิ น้ำประปาไหลดี ดื่มได้ ไฟฟ้าสว่างสดใส ห้องน้ำสะดวกสบาย แม้ไม่ได้มีระบบอัตโนมัติล้ำ ๆ มากมาย แต่มันก็เพียงพอสำหรับนอร์ทแล้ว
เขาพอใจต่อทุกสิ่งที่มีอย่างง่ายดายเหลือเกิน
รอเพียง 10 นาทีเท่านั้น วัตถุดิบที่สั่งก็มาถึง ด้วยระบบโดรนขนส่งรวดเร็วพิเศษ
เมื่อจ่ายเงินแล้ว เขาก็ขนกล่องวัตถุดิบทั้งหมดมาที่ครัว เริ่มจัดการพวกมันอย่างคุ้นเคย
แม้จะมีแค่ข้าวเจ้ากับเนื้อไก่และเครื่องปรุงอีกไม่กี่อย่าง แต่มันก็กินเงินเกินครึ่งหนึ่งที่เขาเหลืออยู่ไปแล้ว ดูท่าแล้ว ต้องคิดถึงเรื่องอาชีพอย่างจริงจังแล้ว
“ทำอะไรดีล่ะเนี่ย ค้นหาอาชีพแนะนำ” ในขณะที่เริ่มทำอาหาร เขาก็เริ่มค้นหางานที่จะสร้างรายได้ อย่างน้อยมันควรจะครอบคลุมค่าครองชีพและค่างวดที่ต้องจ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนเร่งรัดหนี้สินจากทางรัฐบาล เรื่องทำสวนด้านหลังก็น่าสนใจไม่น้อย แต่มันจะใช้เวลากว่าจะสามารถปลูกผักล็อตใหม่เพื่อขายได้ หนึ่ง เขาจำเป็นต้องปรับปรุงดินและบำรุงพืชผักเหล่านั้นให้ดีเสียก่อน สอง ตอนนี้สภาพร่างกายของตัวเองยังไม่เอื้ออำนวย
หน้าจอโฮโลแกรมขึ้นแอปค้นหาข้อมูล จากนั้นก็แสดงข้อมูลอาชีพที่เหมาะสมกับตัวของเขาขึ้นมา
ในขณะที่รออาหารสุกในกระทะ และรอข้าวหุงสุก เขาก็หันไปอ่านเร็ว ๆ หนึ่งครั้ง แล้วขมวดคิ้วมุ่น มีแต่งานออฟฟิศที่ดูแล้วน่าเบื่อมาก และรายได้ไม่ค่อยดี จึงไม่คิดกลับไปทำอีก จากนั้นก็พูดออกคำสั่งใหม่
“ขออาชีพที่ทำงานอยู่ที่บ้านได้ ที่เหมาะกับฉัน”
เอไอเริ่มคัดกรองใหม่อีกครั้ง จากนั้นก็ผุดอาชีพขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง
“รับจ้างทั่วไปเลยเหรอ อืม เกษตรกร อันนั้นเราก็เป็นอยู่แล้ว แต่มันไม่ทันกินนี่สิ เอ๊ะ สตรีมเมอร์ สตาร์ทูบเบอร์?” เขาสะดุดกับอาชีพอาชีพหนึ่งขึ้นมาในทันใด
นอร์ทนึกถึงชีวิตจากโลกก่อนที่เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั้งหลาย ได้ทำลงบนแพล็ตฟอร์มออนไลน์ หลายคนก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีผู้ติดตามหลายล้านคน ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ บางคอนเทนต์ก็เป็นการกินอาหารโชว์ แค่กินอย่างเอร็ดอร่อย ก็มีผู้เข้าชมมากมายแล้ว มีแม้กระทั่งการเข้าไปใช้ชีวิตในป่า
เขานึกถึงเรื่องราวหญิงสาวนักทำคอนเทนต์ ที่เธออาศัยอยู่ในชนบทของประเทศขนาดใหญ่ประเทศหนึ่ง เป็นครอบครัวใหญ่ในหมู่บ้านที่ห่างไกล โดยเธอมักจะออกไปตามล่าหาวัตถุดิบต่าง ๆ จากในท้องถิ่น หรือในสถานที่ใกล้เคียงบ้านของตัวเอง หรือแม้แต่ปลูกเอง เอามาทำอาหารท้องถิ่น เรียกคนดูได้มากมายทีเดียว
นอร์ทปิดเตา ตักข้าวและตักอาหารที่เพิ่งทำเสร็จ มันคือไก่ทอดเกลือง่าย ๆ และผัดคะน้าน้ำมันหอย กับข้าวสวยร้อน ๆ ที่หุงด้วยวิธีดั้งเดิมสุด ๆ เพราะที่นี่ไม่มีหม้อหุงข้าว!
เขาเศร้ามากเลย ทำไมสิ่งประดิษฐ์แสนจะมหัศจรรย์ อย่างหม้อหุงข้าวถึงไม่มีกันนะ
“กินก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ชายหนุ่มเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวขนาดกลาง ๆ ทำจากไม้สีอ่อนทรงสี่เหลี่ยม และนั่งบนเก้าอี้ไม้บุนวมนั่งสบายสีเดียวกัน โดยใช้ผ้าบุนวมสีงาช้าง
กลิ่นของอาหารฟุ้งไปทั่วบ้าน เรียกเสียงท้องร้องของนอร์ทได้อย่างดี
ตักอาหารคำแรกเข้าปาก รสชาติที่คุ้นเคยและแสนคิดถึงก็อวลในปาก เขาหลับตาพริ้ม บรรจงเคี้ยวและดื่มด่ำกับความสุขเล็ก ๆ ในปัจจุบัน
อาหารแสนจะเรียบง่ายถูกจัดการรวดเดียวภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น เขาถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาเฮือกหนึ่งเพื่อแสดงความพึงพอใจ ด้านหน้าก็ไถดูข้อมูลของการสตรีมและการถ่ายคลิปวิดีโอลงแพล็ตฟอร์มไปด้วย
แพล็ตฟอร์มที่ว่านี้คือสตาร์ซี หรือหากจะแปลก็คือทะเลดวงดาวนั่นแหละ นี่คือแพล็ตฟอร์มสตรีมที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิแล้ว มีฐานผู้ใช้มากถึงแสนล้านล้านคน แต่ถึงจะเป็นตัวเลขเท่านี้ ก็ถือเป็นจำนวนประชากรเพียงแค่ 10% ของประชากรทั้งหมดเท่านั้น!
เป็นเลขศูนย์ที่นอร์ทไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ทำให้เขาตกตะลึงอย่างแท้จริง และเริ่มตัดสินใจที่จะลองทำดู
อย่างน้อยขอเพียงแค่มีคนติดตามเขาสักแสนคน ก็คงจะพอช่วยให้รอดได้แล้วล่ะ มันต้องมีสักคนที่จะชอบคอนเทนต์ของเขาบ้างสิ
แน่นอนว่าหนุ่มน้อยไม่มีทางรู้เลยว่า การตัดสินใจวันนี้ จะนำมาสู่เส้นทางของการเป็นสตรีมเมอร์อันแสนรุ่งโรจน์ในวันหน้า
ทว่าในตอนที่กำลังคิดว่าจะเริ่มอย่างไรดี ความจริงก็ตีแสกหน้าเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ในตอนที่ค้นหาว่าต้องใช้อุปกรณ์เริ่มต้นอะไรบ้าง
‘ชุดอุปกรณ์สตรีมเบื้องต้น ราคา 200,000 สตาร์ ประกอบไปด้วยกล้องสี่มิติขั้นพื้นฐาน’
นอร์ทอยากจะเป็นลม
“โอ๊ยยยยยย! จนโว๊ย”
ละครหลังม่าน
นอร์ท : มันจบแล้ว /// เข่าทรุด
เอไอ : ต้องการให้แนะนำอาชีพอื่นหรือไม่ /// กรองหาคำแนะนำอื่น
นอร์ท : ค้นหาวิธีหาเงินเร่งด่วนมาให้ที /// สิ้นหวัง
เอไอ : …ไม่พบเนื้อหาที่ต้องการค้นหา /// แสดงหน้าจอให้ดู
นอร์ท : แง้ /// ร้องไห้
Writer's talk :
โถ น้อน เป็นเอ็นดู มันต้องมีสักทางแน่ ๆ จ้า
บรรยายเยอะนิดนึงนะคะ ถ้ารู้สึกขัดตาแจ้งในเมนต์ได้น้า ไรต์จะเก็บไปปรับปรุงค่ะ
ยังไม่ได้ตรวจคำผิดจ้า
รักมาก ๆ น้า