โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตการณ์บ้านโป่ง : เกือบจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว (2)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 พ.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2567 เวลา 02.47 น.

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2485 ที่บ้านโป่ง ราชบุรี ได้เกิดเหตุทหารญี่ปุ่นตบหน้าพระเพิ่ม สิริพิบูล แห่งวัดดอนตูม จนนำไปสู่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับทหารญี่ปุ่นลุกลามบานปลายจนเป็น “วิกฤตการณ์บ้านโป่ง” ที่น่าตื่นตระหนกให้กับรัฐบาลและกองทัพญี่ปุ่นเป็นอันมาก

(โยชิกาวา โทชิฮารุ, 2539, 144)

ยามดึกของวันที่ 18 ธันวาคม

เกิด “วิกฤตการณ์บ้านโป่ง”

ดูเหมือนว่าเหตุการณ์การต่อสู้กันระหว่างกรรมกรไทยและทหารญี่ปุ่นที่วัดดอนตูมในช่วงหัวค่ำของวันที่ 18 ธันวาคม น่าจะสงบลง หลังจากที่คณะข้าราชการในท้องที่และนายทหารญี่ปุ่นได้ระงับเหตุลง

แต่ในยามดึก เวลา 23.00 น. เมื่อฝ่ายไทยกำลังจะกลับจากการระงับเหตุแล้ว แต่พลันเมื่อบรรจง เสาวพฤกษ์ ล่ามภาษาญี่ปุ่นชาวไทยได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้น ทหารญี่ปุ่นสวมหมวกเหล็กต่างวิ่งเข้าจับปืนพร้อมมีเสียงติดดาบปลายปืนพากันวิ่งตรูออกไปนอกหน่วยมุ่งไปยังที่ตั้งที่วัดดอนตูม ด้วยมีข่าวมาว่า มีเหตุทหารไทยยิงปืนมาจากสถานีบ้านโป่ง บ้างก็ว่า ทหารไทยเคลื่อนขบวนมายังสถานีบ้านโป่งแล้ว จากนั้น ทั้งฝ่ายไทยและญี่ปุ่นออกไประงับเหตุที่สถานีตำรวจบ้านโป่งที่มีข่าวว่ามีเหตุยิงต่อสู้กันแล้ว

เมื่อคณะข้าราชการไทยและนายทหารญี่ปุ่นไปถึงสถานีตำรวจบ้านโป่ง บรรจงรายงานต่อว่า ภาพที่ปรากฏคือ ทหารญี่ปุ่นสวมหมวกเหล็กราว 10 คนถือปืนติดดาบปลายปืนนอนขยายแถวตั้งท่าหันกระบอกปืนเล็งไปยังสถานีตำรวจ ฝ่ายไทยจึงร้องตะโกนบอกตำรวจที่อยู่บนสถานีว่า “อย่ายิง” ส่วน พ.อ.โยชิดะ สั่งการระงับการยิงของทหารด้วย

จากนั้น ทหารญี่ปุ่นได้ลากเพื่อนทหารที่บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสนามระหว่างที่เหตุการณ์ที่สถานีตำรวจสงบลง

ในช่วงนั้น มีข่าวเกิดเหตุการณ์เผชิญหน้ากันอีกที่โรงไฟฟ้า ทหารญี่ปุ่นแจ้งว่า มีเสียงปืนยิงมาจากโรงไฟฟ้าอีก ฝ่ายไทยแจ้งว่า ไม่มีคนไทยที่โรงไฟฟ้า เสียงปืนที่ได้ยินอาจมาจากสถานีตำรวจก็ได้ จากนั้น พ.อ.โยชิดะจึงสั่งให้ทหารญี่ปุ่น 20 คนหน้าสถานีตำรวจเดินทางกลับค่ายทหาร (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, 2553, 452-466)

โยชิกาวา โทชิฮารุ สรุปเหตุการณ์ในคืนนั้นไว้ว่า ในราวเที่ยงคืน ทหารญี่ปุ่นมาพร้อมกัน 4-5 คันรถ แล่นไปหยุดที่สถานีตำรวจ ทหารส่วนหนึ่งถือปืนไปยังสถานีตำรวจ อีกส่วนขยายแถวยึดคันถนนหน้าสถานีตำรวจ ทหารญี่ปุ่นได้ระดมยิงใส่สถานีตำรวจ มีการต่อสู้กัน 2-3 นาที มีทหารญี่ปุ่นบาดเจ็บและเสียชีวิต จากนั้น ทหารญี่ปุ่นจับกุมคนไทยทั้งชายหญิงและเด็กไปราว 30 คน อีกทั้งจำกุมพระภิกษุสามเณรทั้งวัดไปสอบสวนจนถึงราวตีสาม และปล่อยตัวในยามเช้า เหลือแต่พระเพิ่ม สิริไพบูลย์ ผู้ให้บุหรี่แก่เชลยศึกชาวตะวันตก ทำให้ทหารญี่ปุ่นตบพระเพิ่ม เป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งลุกลามที่เรียกว่า “วิกฤตการณ์บ้านโป่ง”

(โทชิฮารุ, 145-146)

ในเช้าวันรุ่งขึ้น (19 ธันวาคม) เมื่อคนไทยที่อาศัยแถวนั้นทราบข่าวว่า ทหารญี่ปุ่นได้จับพระครูปัญญาธิการ (เต่า) เจ้าอาวาสวัดดอนตูมที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือไปและลงโทษเจ้าอาวาสด้วยการให้ท่านนั่งตากแดดทำโทษฐานไม่ควบคุมดูแลลูกวัดให้ดีจนเกิดเหตุวุ่นวาย

พระสมศักดิ์ ยโสธโร จันทร์เปรม พระลูกวัดดอนตูม เล่าเรื่องราวที่เขาทราบเมื่อครั้งเป็นทหารในครั้งนั้นให้ฟังว่า “ตอนนั้นอาตมาเป็นพลทหารสังกัดกรมการทหารช่าง ราชบุรี…เรื่องจับเจ้าอาวาสไปนั่งตากแดดนั้นคนไทยโกรธแค้นกันมาก ตอนนั้น พ.อ.ม.ล.โอสถ ทินกร เจ้ากรมทหารช่าง กับ พ.ท.เสถียร พจนานนท์ รองเจ้ากรม ได้นำทหารมาซุ่มอยู่ที่หมู่บ้านหลังวัด ใช้คันทางรถไฟเป็นแนวกำบัง ตั้งปืนกลหนักกันเลย กะถล่มค่ายญี่ปุ่นที่วัดดอนตูม อาตมาเป็นทหารที่มาด้วย จำได้ว่ามานอนอยู่ 2 คืน อาหารการกินของพวกทหารสมบูรณ์มาก ชาวบ้านเลี้ยงกันไม่อั้น” (โรม บุนนาค, 2551, 138-139)

ผลจากความขัดแย้งระหว่างกรรมกรไทย-ทหารญี่ปุ่นส่งผลให้เกิดเกิดความหวาดกลัว ไม่ไว้วางใจระหว่างกัน และเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม กรรมกรไทยที่ทำงานสร้างทางรถไฟ หลบหนีไปราว 500 คน พวกเขาหนีกลับบ้านเกิดของพวกเขาที่นครปฐม นนทบุรี และสุพรรณบุรี ด้วยเหตุที่พวกเขาไม่พอใจในเรื่องนี้มาก อีกทั้งมีการชุมนุมกันอยู่หลายแห่ง แถวนครปฐมและโพธาราม มีข่าวว่า มีการเตรียมถล่มทหารญี่ปุ่นกลับคืน (โทชิฮารุ, 145-146)

**จอมพล ป.

สั่งการให้ใช้นโยบายผ่อนปรน**

ในสมุดสั่งการ จอมพล ป. สั่งการเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ว่า ให้หน่วยทหารในพื้นที่รักษาความสงบ อย่าปล่อยทหารที่ลาพักไปแถบบ้านโป่งหรือแถบที่ตั้งของทหารญี่ปุ่นชั่วคราวก่อน “รอให้สงบ และอย่าพูดเรื่องนี้ให้มากต่อไป จะเป็นภัยแก่ชาติ ขอให้เชื่อฉันเด็ดขาด เหตุใหญ่จะตามมาถ้าไม่ช่วยกันรักษาความสงบ และให้ถอนทหารจากบ้านโป่งให้หมดจนกว่าจะสั่งเปลี่ยนแปลง อนึ่ง ในเวลานี้ให้ถือการจะให้ทั้งสองฝ่ายคืนดีต่อกันเป็นสำคัญ อย่าไปค้นว่าใครเป็นฝ่ายผิดต่อไปเลย ขอให้มีความอดทนไว้ เราเป็นประเทศเล็ก หวังว่าจะฟังที่ฉันสั่งนี้และชี้แจงให้ทราบทั่วกัน” (อนันต์ พิบูลสงคราม, เล่ม 1, 2540, 294)

เมื่อญี่ปุ่นทราบข่าวการชุมนุมของคนไทย พ.ต.อิริเอะ นายทหารญี่ปุ่นได้ถาม พ.ท.ม.จ.พิสิฐดิสพงศ์ ดิสกุล ผู้อำนวยการคณะกรรมการผสมว่า ไทยต้องการรบกับญี่ปุ่นหรือ ถ้าประสงค์เช่นนั้นฝ่ายญี่ปุ่นก็จะได้เตรียมรบกัน

ทาง ม.จ.พิสิฐดิสพงศ์ได้ใช้นโยบายของจอมพล ป. ตอบกลับทหารญี่ปุ่นไปอย่างนุ่มนวลว่า “ไทยไม่มีความประสงค์เช่นนั้น ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก มีกำลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะไปสู้รบกับญี่ปุ่นอันเป็นเสมือนพี่ชายได้อย่างไร เพื่อให้เป็นที่บริสุทธิ์ใจ อยากจะไปดูด้วยกันก็ไม่ขัดข้อง” ฝ่ายญี่ปุ่นได้ส่งทหาร 2 คนร่วมไปดูการชุมนุมพลของคนไทย และพบว่าข่าวลือไม่เป็นความจริง (โทชิฮารุ, 145-146)

พระสมศักดิ์ได้เล่าเสริมต่อไปอีกว่า “พอมีข่าวว่าคนไทยไม่พอใจเรื่องนี้มาก ก็มีนายทหารใหญ่ของญี่ปุ่นคนหนึ่งมาที่ค่ายวัดดอนตูม คนนี้คงจะระดับนายพล อาตมายังจำได้ดี รูปร่างเตี้ยล่ำเป็นมะขามข้อเดียว พอมาถึงก็เรียกทหารทั้งค่ายมาเข้าแถวแล้วถามหาคนที่จับพระไปนั่งตากแดด พอได้ตัวก็ตรงเข้าไปหาทหารคนนั้นตบคว่ำ แล้วเข้าไปกราบขอโทษเจ้าอาวาส ตอนนั้น ท่านกำลังจะออกไปเทศน์ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขาก็ขอตามไปด้วยทั้งๆ ที่พูดภาษาไทยได้ไม่กี่คำ เข้าไปคุยกับชาวบ้าน เป็นที่หัวเราะกันสนุกสนาน เรื่องก็เลยคลี่คลายไปด้วยดี” (โรม, 139-140)

แม้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นคลี่คลายลงแล้วก็ตาม แต่ความโกรธเคืองเคียดแค้นทหารญี่ปุ่นได้กระจายไปทั่วชุมชนคนไทย โดยเฉพาะที่กาญจนบุรีและบ้านโป่ง ซึ่งเป็นฐานกำลังในการสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่านั้น พบว่า กรรมกรไทยราว 500 คนซึ่งส่วนใหญ่มาจากนครปฐมและราชบุรีได้หนีกลับบ้านกันหมด อีกทั้งน็อตยึดหัวรางรถไฟถูกมือดีแอบถอดไปเกือบพันตัว เมื่อญี่ปุ่นเข้าไปซื้ออาหารในตลาดก็ถูกชาวบ้านตะโกนด่าว่าต่างๆ นานา ตำรวจไทยเมื่อพบทหารญี่ปุ่นก็เอาปืนจี้ทหารญี่ปุ่นขอค้นตัว (โทชิฮารุ, 146) ความโกรธแค้นกระจายไปทั่วในหมู่คนไทย แม้กระทั่ง “ทหารญี่ปุ่นที่ไปเดินตรวจการณ์คนเดียวในที่เปลี่ยวๆ ถูกแอบตีหัวเอาปืนไปก็มี” พระสมศักดิ์เล่าเสริมถึงความรู้สึกของคนไทยในช่วงนั้น (โรม, 140)

การเผชิญหน้าระหว่างไทยกับกองทัพญี่ปุ่นจากวิกฤตการณ์บ้านโป่งกำลังก่อตัวขึ้นลุกลามไปถึงพระนครในช่วงของการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์แห่งการร่วมเป็นพันธมิตร รัฐบาลไทยกับกองทัพญี่ปุ่นจะระงับความร้าวฉานนี้ได้อย่างไร

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤตการณ์บ้านโป่ง : เกือบจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว (2)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...