วิกฤตการณ์บ้านโป่ง : เกือบจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว (2)
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2485 ที่บ้านโป่ง ราชบุรี ได้เกิดเหตุทหารญี่ปุ่นตบหน้าพระเพิ่ม สิริพิบูล แห่งวัดดอนตูม จนนำไปสู่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับทหารญี่ปุ่นลุกลามบานปลายจนเป็น “วิกฤตการณ์บ้านโป่ง” ที่น่าตื่นตระหนกให้กับรัฐบาลและกองทัพญี่ปุ่นเป็นอันมาก
(โยชิกาวา โทชิฮารุ, 2539, 144)
ยามดึกของวันที่ 18 ธันวาคม
เกิด “วิกฤตการณ์บ้านโป่ง”
ดูเหมือนว่าเหตุการณ์การต่อสู้กันระหว่างกรรมกรไทยและทหารญี่ปุ่นที่วัดดอนตูมในช่วงหัวค่ำของวันที่ 18 ธันวาคม น่าจะสงบลง หลังจากที่คณะข้าราชการในท้องที่และนายทหารญี่ปุ่นได้ระงับเหตุลง
แต่ในยามดึก เวลา 23.00 น. เมื่อฝ่ายไทยกำลังจะกลับจากการระงับเหตุแล้ว แต่พลันเมื่อบรรจง เสาวพฤกษ์ ล่ามภาษาญี่ปุ่นชาวไทยได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้น ทหารญี่ปุ่นสวมหมวกเหล็กต่างวิ่งเข้าจับปืนพร้อมมีเสียงติดดาบปลายปืนพากันวิ่งตรูออกไปนอกหน่วยมุ่งไปยังที่ตั้งที่วัดดอนตูม ด้วยมีข่าวมาว่า มีเหตุทหารไทยยิงปืนมาจากสถานีบ้านโป่ง บ้างก็ว่า ทหารไทยเคลื่อนขบวนมายังสถานีบ้านโป่งแล้ว จากนั้น ทั้งฝ่ายไทยและญี่ปุ่นออกไประงับเหตุที่สถานีตำรวจบ้านโป่งที่มีข่าวว่ามีเหตุยิงต่อสู้กันแล้ว
เมื่อคณะข้าราชการไทยและนายทหารญี่ปุ่นไปถึงสถานีตำรวจบ้านโป่ง บรรจงรายงานต่อว่า ภาพที่ปรากฏคือ ทหารญี่ปุ่นสวมหมวกเหล็กราว 10 คนถือปืนติดดาบปลายปืนนอนขยายแถวตั้งท่าหันกระบอกปืนเล็งไปยังสถานีตำรวจ ฝ่ายไทยจึงร้องตะโกนบอกตำรวจที่อยู่บนสถานีว่า “อย่ายิง” ส่วน พ.อ.โยชิดะ สั่งการระงับการยิงของทหารด้วย
จากนั้น ทหารญี่ปุ่นได้ลากเพื่อนทหารที่บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสนามระหว่างที่เหตุการณ์ที่สถานีตำรวจสงบลง
ในช่วงนั้น มีข่าวเกิดเหตุการณ์เผชิญหน้ากันอีกที่โรงไฟฟ้า ทหารญี่ปุ่นแจ้งว่า มีเสียงปืนยิงมาจากโรงไฟฟ้าอีก ฝ่ายไทยแจ้งว่า ไม่มีคนไทยที่โรงไฟฟ้า เสียงปืนที่ได้ยินอาจมาจากสถานีตำรวจก็ได้ จากนั้น พ.อ.โยชิดะจึงสั่งให้ทหารญี่ปุ่น 20 คนหน้าสถานีตำรวจเดินทางกลับค่ายทหาร (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, 2553, 452-466)
โยชิกาวา โทชิฮารุ สรุปเหตุการณ์ในคืนนั้นไว้ว่า ในราวเที่ยงคืน ทหารญี่ปุ่นมาพร้อมกัน 4-5 คันรถ แล่นไปหยุดที่สถานีตำรวจ ทหารส่วนหนึ่งถือปืนไปยังสถานีตำรวจ อีกส่วนขยายแถวยึดคันถนนหน้าสถานีตำรวจ ทหารญี่ปุ่นได้ระดมยิงใส่สถานีตำรวจ มีการต่อสู้กัน 2-3 นาที มีทหารญี่ปุ่นบาดเจ็บและเสียชีวิต จากนั้น ทหารญี่ปุ่นจับกุมคนไทยทั้งชายหญิงและเด็กไปราว 30 คน อีกทั้งจำกุมพระภิกษุสามเณรทั้งวัดไปสอบสวนจนถึงราวตีสาม และปล่อยตัวในยามเช้า เหลือแต่พระเพิ่ม สิริไพบูลย์ ผู้ให้บุหรี่แก่เชลยศึกชาวตะวันตก ทำให้ทหารญี่ปุ่นตบพระเพิ่ม เป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งลุกลามที่เรียกว่า “วิกฤตการณ์บ้านโป่ง”
(โทชิฮารุ, 145-146)
ในเช้าวันรุ่งขึ้น (19 ธันวาคม) เมื่อคนไทยที่อาศัยแถวนั้นทราบข่าวว่า ทหารญี่ปุ่นได้จับพระครูปัญญาธิการ (เต่า) เจ้าอาวาสวัดดอนตูมที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือไปและลงโทษเจ้าอาวาสด้วยการให้ท่านนั่งตากแดดทำโทษฐานไม่ควบคุมดูแลลูกวัดให้ดีจนเกิดเหตุวุ่นวาย
พระสมศักดิ์ ยโสธโร จันทร์เปรม พระลูกวัดดอนตูม เล่าเรื่องราวที่เขาทราบเมื่อครั้งเป็นทหารในครั้งนั้นให้ฟังว่า “ตอนนั้นอาตมาเป็นพลทหารสังกัดกรมการทหารช่าง ราชบุรี…เรื่องจับเจ้าอาวาสไปนั่งตากแดดนั้นคนไทยโกรธแค้นกันมาก ตอนนั้น พ.อ.ม.ล.โอสถ ทินกร เจ้ากรมทหารช่าง กับ พ.ท.เสถียร พจนานนท์ รองเจ้ากรม ได้นำทหารมาซุ่มอยู่ที่หมู่บ้านหลังวัด ใช้คันทางรถไฟเป็นแนวกำบัง ตั้งปืนกลหนักกันเลย กะถล่มค่ายญี่ปุ่นที่วัดดอนตูม อาตมาเป็นทหารที่มาด้วย จำได้ว่ามานอนอยู่ 2 คืน อาหารการกินของพวกทหารสมบูรณ์มาก ชาวบ้านเลี้ยงกันไม่อั้น” (โรม บุนนาค, 2551, 138-139)
ผลจากความขัดแย้งระหว่างกรรมกรไทย-ทหารญี่ปุ่นส่งผลให้เกิดเกิดความหวาดกลัว ไม่ไว้วางใจระหว่างกัน และเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม กรรมกรไทยที่ทำงานสร้างทางรถไฟ หลบหนีไปราว 500 คน พวกเขาหนีกลับบ้านเกิดของพวกเขาที่นครปฐม นนทบุรี และสุพรรณบุรี ด้วยเหตุที่พวกเขาไม่พอใจในเรื่องนี้มาก อีกทั้งมีการชุมนุมกันอยู่หลายแห่ง แถวนครปฐมและโพธาราม มีข่าวว่า มีการเตรียมถล่มทหารญี่ปุ่นกลับคืน (โทชิฮารุ, 145-146)
**จอมพล ป.
สั่งการให้ใช้นโยบายผ่อนปรน**
ในสมุดสั่งการ จอมพล ป. สั่งการเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ว่า ให้หน่วยทหารในพื้นที่รักษาความสงบ อย่าปล่อยทหารที่ลาพักไปแถบบ้านโป่งหรือแถบที่ตั้งของทหารญี่ปุ่นชั่วคราวก่อน “รอให้สงบ และอย่าพูดเรื่องนี้ให้มากต่อไป จะเป็นภัยแก่ชาติ ขอให้เชื่อฉันเด็ดขาด เหตุใหญ่จะตามมาถ้าไม่ช่วยกันรักษาความสงบ และให้ถอนทหารจากบ้านโป่งให้หมดจนกว่าจะสั่งเปลี่ยนแปลง อนึ่ง ในเวลานี้ให้ถือการจะให้ทั้งสองฝ่ายคืนดีต่อกันเป็นสำคัญ อย่าไปค้นว่าใครเป็นฝ่ายผิดต่อไปเลย ขอให้มีความอดทนไว้ เราเป็นประเทศเล็ก หวังว่าจะฟังที่ฉันสั่งนี้และชี้แจงให้ทราบทั่วกัน” (อนันต์ พิบูลสงคราม, เล่ม 1, 2540, 294)
เมื่อญี่ปุ่นทราบข่าวการชุมนุมของคนไทย พ.ต.อิริเอะ นายทหารญี่ปุ่นได้ถาม พ.ท.ม.จ.พิสิฐดิสพงศ์ ดิสกุล ผู้อำนวยการคณะกรรมการผสมว่า ไทยต้องการรบกับญี่ปุ่นหรือ ถ้าประสงค์เช่นนั้นฝ่ายญี่ปุ่นก็จะได้เตรียมรบกัน
ทาง ม.จ.พิสิฐดิสพงศ์ได้ใช้นโยบายของจอมพล ป. ตอบกลับทหารญี่ปุ่นไปอย่างนุ่มนวลว่า “ไทยไม่มีความประสงค์เช่นนั้น ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก มีกำลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะไปสู้รบกับญี่ปุ่นอันเป็นเสมือนพี่ชายได้อย่างไร เพื่อให้เป็นที่บริสุทธิ์ใจ อยากจะไปดูด้วยกันก็ไม่ขัดข้อง” ฝ่ายญี่ปุ่นได้ส่งทหาร 2 คนร่วมไปดูการชุมนุมพลของคนไทย และพบว่าข่าวลือไม่เป็นความจริง (โทชิฮารุ, 145-146)
พระสมศักดิ์ได้เล่าเสริมต่อไปอีกว่า “พอมีข่าวว่าคนไทยไม่พอใจเรื่องนี้มาก ก็มีนายทหารใหญ่ของญี่ปุ่นคนหนึ่งมาที่ค่ายวัดดอนตูม คนนี้คงจะระดับนายพล อาตมายังจำได้ดี รูปร่างเตี้ยล่ำเป็นมะขามข้อเดียว พอมาถึงก็เรียกทหารทั้งค่ายมาเข้าแถวแล้วถามหาคนที่จับพระไปนั่งตากแดด พอได้ตัวก็ตรงเข้าไปหาทหารคนนั้นตบคว่ำ แล้วเข้าไปกราบขอโทษเจ้าอาวาส ตอนนั้น ท่านกำลังจะออกไปเทศน์ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขาก็ขอตามไปด้วยทั้งๆ ที่พูดภาษาไทยได้ไม่กี่คำ เข้าไปคุยกับชาวบ้าน เป็นที่หัวเราะกันสนุกสนาน เรื่องก็เลยคลี่คลายไปด้วยดี” (โรม, 139-140)
แม้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นคลี่คลายลงแล้วก็ตาม แต่ความโกรธเคืองเคียดแค้นทหารญี่ปุ่นได้กระจายไปทั่วชุมชนคนไทย โดยเฉพาะที่กาญจนบุรีและบ้านโป่ง ซึ่งเป็นฐานกำลังในการสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่านั้น พบว่า กรรมกรไทยราว 500 คนซึ่งส่วนใหญ่มาจากนครปฐมและราชบุรีได้หนีกลับบ้านกันหมด อีกทั้งน็อตยึดหัวรางรถไฟถูกมือดีแอบถอดไปเกือบพันตัว เมื่อญี่ปุ่นเข้าไปซื้ออาหารในตลาดก็ถูกชาวบ้านตะโกนด่าว่าต่างๆ นานา ตำรวจไทยเมื่อพบทหารญี่ปุ่นก็เอาปืนจี้ทหารญี่ปุ่นขอค้นตัว (โทชิฮารุ, 146) ความโกรธแค้นกระจายไปทั่วในหมู่คนไทย แม้กระทั่ง “ทหารญี่ปุ่นที่ไปเดินตรวจการณ์คนเดียวในที่เปลี่ยวๆ ถูกแอบตีหัวเอาปืนไปก็มี” พระสมศักดิ์เล่าเสริมถึงความรู้สึกของคนไทยในช่วงนั้น (โรม, 140)
การเผชิญหน้าระหว่างไทยกับกองทัพญี่ปุ่นจากวิกฤตการณ์บ้านโป่งกำลังก่อตัวขึ้นลุกลามไปถึงพระนครในช่วงของการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์แห่งการร่วมเป็นพันธมิตร รัฐบาลไทยกับกองทัพญี่ปุ่นจะระงับความร้าวฉานนี้ได้อย่างไร
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤตการณ์บ้านโป่ง : เกือบจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว (2)
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com