จีนปล้นจีนรีดเงิน 10 ล้าน ตำรวจเจอน้องสาวมีพิรุธ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 01.53 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 01.53 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(18 ก.ค. 67) เวลา 00.58 น. ร.ต.อ.ดำฉลวย สำคัญยิ่ง รอง.สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ ได้รับแจ้งเหตุปล้นทรัพย์ภายในบ้านนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในพื้นที่ ต.หนองปรือ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และพร้อมด้วยเจ้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.หนองปรือ, สืบสวนตำรวจท่องเที่ยว, และตำรวจสืบ ตรวจคนเข้าเมือง รีบรุดไปทำการทำการตรวจสอบ
ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีเนื้อที่ประมาณ 60 - 80 ตารางวา ตั้งอยู่ในหมู่บ้านหรู บริเวณหน้าบ้านพบนายเฉียน อายุ 34 ปี ชาวจีนซึ่งเป็นเจ้าของบ้านยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายเฉียนอยู่ในอาการตกใจกลัว ที่ข้อมือและข้อเท้ามีร่องรอยการถูกรัด ด้วยสายเคเบิลไทร์ ภายในบ้านพบร่องรอยการถูกรื้อค้นทรัพย์สินทั้งชั้นล่างและชั้น 2 ภายในห้องโถงของบ้านพบสายเคเบิลไทร์ ตกอยู่เกลื่อนพื้นห้องครัว ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
นายเฉียน เล่าให้ฟังว่า เดินทางมาอยู่ประเทศไทยได้ประมาณ 1 ปี โดยหวังจะสร้างครอบครัวและจะลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย โดยก่อนเกิดช่วงประมาณ 21.00 น. ของเมื่อคืนนี้(17 ก.ค.) คนร้ายเป็นชายชาวจีนประมาณ 2-3 คน บุกเข้ามาในบ้าน ซึ่งในขณะนั้นตนเองกำลังนั่งเล่นเกมอยู่ในส่วนชั้นลอยของบ้าน โดย 1 ใน 3 ได้ชักอาวุธปืนออกมาจ่อ และบังคับพาเข้าไปภายในห้องนอน จากนั้นใช้สายเคเบิลไทร์จับมัดมือมัดเท้า ใช้ผ้าอุดปาก และใช้ผ้าเทปพ้นรอบศีรษะ แล้วจับตัวกดลงไปนอนกับเตียง พร้อมทั้งขู่บังคับ ให้โอนเงินเข้าบัญชี จำนวน 10 ล้านบาท หากไม่ทำตามจะฆ่าน้องสาว ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของตนเอง ชื่อว่า น.ส.ถู อายุ 33 ปี ซึ่งน้องสาวนอนอยู่ที่บริเวณห้องพักชั้น 2 ของบ้าน จากนั้นคนร้ายก็พากันเดินออกจากห้องนอนเหมือนกับออกไปรื้อค้นทรัพย์สิน
จนเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง คนร้ายก็ยังพยายามจะมาบังคับให้ตนเองโอนเงินเข้าบัญชีก่อน 3 ล้านบาท แต่ตนไม่ยอมทำตาม และอาศัยจังหวะ ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุเผลอ พยายามดิ้นสุดแรง จนสายเคเบิลไทร์ เกิดการคลายตัว แล้ววิ่งหนีออกจากบ้าน โดยปล่อยให้น้องสาวอยู่ภายในบ้านลำพัง แล้วไปแอบซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆบ้าน ระหว่างที่ตนเองซ่อนตัว เห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุ พากันเดินออกจากบ้าน และพาน้องสาวของตนขึ้นรถไปด้วย
ตนจึงรีบติดต่อหาคนไว้ใจ แล้วพาเข้าแจ้งความ เบื้องต้นพบว่ามีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และไอแพด 1 เครื่อง ได้หายไป อีกทั้งตนเองรู้สึกเป็นห่วงน้องสาวอย่างมาก จึงอยากวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามพาน้องสาวกลับมาให้ได้
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเก็บหลักฐาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในรอบรอบจุดเกิดเหตุ ในเบื้องต้นเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จริงแต่ก็พบข้อพิรุธหลายอย่าง เนื่องจากการตรวจสอบพบว่ามีชื่อของ น.ส.ถู ลูกพี่ลูกน้องที่ผู้เสียหายอ้างว่าเห็นกลุ่มคนร้ายลักพาตัวไป เดินทางออกนอกประเทศไทยไปเมื่อช่วงเวลาประมาณตี 1 ของวันที่ 18 ก.ค. จึงทำให้คดีนี้ ต้องมีการสืบสวนสอบสวน อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยข้อมูลเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป