โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จักนาฬิกาชีวิต หนึ่งในเคล็ดลับปรับสมดุลร่างกาย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 04 พ.ค. 2567 เวลา 08.47 น.

รู้หรือไม่คะว่า ทุกคนไม่ได้มีนาฬิกาบอกเวลาอยู่แค่บนข้อมือเท่านั้น แต่ทุกคนยังมีนาฬิกาชีวิตที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด ที่คอยเป็นเครื่องบอกเวลาให้ร่างกายทำสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นการตื่นนอน รับประทานอาหาร หรือนอนหลับพักผ่อน นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายอีกด้วย วันนี้เราจึงอยากจะชวนคุณผู้อ่านทุกคนมาทำความรู้จักกับนาฬิกาชีวิตให้มากขึ้นไปด้วยกันค่ะ

ทำความรู้จักกับนาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิต (Body Clock) คือนาฬิกาของร่างกายที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ อย่างการตื่นนอน การรับประทานอาหาร การนอนหลับพักผ่อน การขับถ่าย พฤติกรรมต่าง ๆ การหลั่งฮอร์โมน การเผาผลาญพลังงาน ระบบภูมิคุ้มกัน โดยนาฬิกานี้ถูกควบคุมด้วยแสงสว่างและอุณหภูมิ

การทำงานของนาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิตของเราโดยทั่วไปมีรอบเวลา 24 ชั่วโมงโดยประมาณ และอย่างที่ทราบจากข้างต้นว่ามีการควบคุมจากแสงและความร้อน เมื่อสองสิ่งนี้คงอยู่ในระดับที่เหมาะสม ร่างกายจะเริ่มทำงานตามวงจรในแต่ละวัน โดยวงจรนี้มีชื่อเรียกว่าจังหวะเซอร์คาเดียน (Circadian Rhythms)

การที่นาฬิกาชีวิตถูกควบคุมด้วยแสงและอุณหภูมิ เกิดจากการทำงานของกลุ่มเซลล์ชื่อว่า นิวเคลียสซูพราไคแอสมาติก (Suprachiasmatic Nucleus) ที่อยู่ในสมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของยีนเวลา (Clock Genes) โดยจะส่งสัญญาณอันเกิดจากการตอบสนองของแสงสว่างหรือความมืดไปสู่ระบบประสาทของดวงตา จากนั้นกลุ่มเซลล์นี้จะแปรสัญญาณไปยังสมองที่ควบคุมระบบต่าง ๆ เช่น การหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ลดลงเมื่อร่างกายมีความร้อนสูงขึ้น ทำให้เราตื่นจากการนอนหลับ หรือในทางตรงกันข้ามฮอร์โมนดังกล่าวจะหลั่งออกมามากเมื่อร่างกายสัมผัสกับความมืด ทำให้เราง่วงนอนในช่วงเวลากลางคืน

แต่บางคนอาจมีความสงสัยว่า ทำไมมีคนบางกลุ่มที่ชอบนอนดึกตื่นสาย หรือนอนผิดเวลา นั่นก็เป็นเพราะว่ายีนเวลาเกิดการกลายพันธุ์นั่นเอง ซึ่งเกิดจากการตอบสนองต่อปัจจัยภายนอกผิดเพี้ยนไป เช่น ในเวลากลางคืนไม่ควรมีแสงสว่าง แต่ระบบประสาทของดวงตากลับตอบสนองกับแสงสว่างจากดวงไฟหรือจอมือถือ เป็นต้น โดยเราสามารถปรับการกลายพันธุ์ของยีนให้กลับมาเป็นปกติได้ เพียงแค่ ปรับนาฬิกาชีวิต ปรับสมดุลร่างกาย

อะไรบ้างที่ส่งผลให้นาฬิกาชีวิตของเราแปรปรวน

· เป็นอายุ

· ความเสื่อมของอวัยวะและระบบต่าง ๆ

· การนอนผิดเวลา

· การเลื่อนเวลานอน การทำงานในเวลากลางคืนของบางอาชีพ

· อาการเจ็ตแล็ก

· การมีปัญหาสุขภาพ หรือโรคบางชนิด

นอกจากนี้ยังมีการใช้ชีวิตแบบ New Normal ที่ส่งให้นาฬิกาชีวิตแปรปรวนเช่นกัน เช่น การทำงานที่บ้าน (Work From Home) การทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือ การใช้เวลากับการเล่มเกม หรือแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งต่าง ๆ

ปรับนาฬิกาชีวิต ปรับสมดุลร่างกาย

การใช้ชีวิตให้สอดคล้องไปกับเวลาของนาฬิกาชีวิต มีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของร่างกาย และส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใครเป็นเจ้าของนาฬิกาชีวิตที่ผิดเพี้ยนไป ควรหันกลับมาปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต หากปรับให้ตรงเสียทีเดียวไม่ได้ ก็ขอให้มีความใกล้เคียงมากขึ้น

เริ่มจากการปรับเวลาการนอนให้ตรงเวลา สำหรับคนที่มีปัญหานอนหลับยาก แนะนำให้ปิดโทรศัพท์มือถือก่อนเข้านอน 90 นาที ทำห้องนอนให้มืดสนิท สร้างบรรยากาศด้วยเสียงเพลงที่ผ่อนคลาย หรือใช้เครื่องหอมที่ช่วยให้หลับสบาย และหลีกเลี่ยงการงีบหลับระหว่างวัน จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายและมีคุณภาพมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือการรับประทานอาหาร ควรปรับให้มื้อสุดท้ายไม่เกิน 2 ทุ่ม สำหรับการออกกำลังกายควรทำในช่วงกลางวัน เพราะการออกกำลังกายในเวลากลางคืน ร่างกายจะอยู่ในสภาวะตื่นตัว และไม่พร้อมสำหรับการนอนหลับให้มีคุณภาพ

สำหรับคนที่มีความจำเป็นที่จะต้องทำงานในช่วงเวลากลางคืนหรือมีการเปลี่ยนช่วงเวลาบ่อยครั้ง อย่างคนที่ทำงานเป็นกะ เช่น คนที่ทำงานที่สนามบิน ร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชั่วโมง เป็นต้น คนกลุ่มนี้จะต้องมีการปรับตัวเพิ่มเติมจากคนทั่วไป โดยในช่วงที่ไม่ได้ทำงานในช่วงกลางคืนนั้นควรจะนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ช่วงที่ต้องเปลี่ยนกะควรเลื่อนเวลาให้ห่างออกไปเสมอ ไม่ควรเปลี่ยนย้อนหลัง เพราะจะทำให้เราอดนอนและเหนื่อยล้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ควรเว้นระยะห่างในการเปลี่ยนกะอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ไม่ควรเปลี่ยนทุกสัปดาห์เนื่องจากร่างกายจะเริ่มชินกับเวลานั้นแล้ว หรือถ้าหากต้องเปลี่ยนบ่อยก็ควรจะเปลี่ยนทุก 2-3 วัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...