โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผ่านมาเกือบ 2 ปี คดี Zipmex ไปถึงไหน? เคสแรกๆ ศาลยกฟ้อง ผู้เสียหายเดินหน้าฟ้องคดีกลุ่ม

Thairath Money

อัพเดต 02 ก.ค. 2567 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 10.16 น.
ภาพไฮไลต์

ผ่านมาแล้วเกือบ 2 ปี กับคดีสะเทือนวงการคริปโตฯ อย่าง Zipmex อดีตกระดานเทรดคริปโตฯ ที่เคยได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ต่อมาประสบปัญหาสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนอย่างมหาศาลจนนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตฯ และคดีฟ้องร้องมากมาย

Thairath Money จะพาไปย้อนรอยเส้นทางของ Zipmex ก่อนที่จะถูกถอนใบอนุญาต และอัปเดตสถานะปัจจุบันผู้เสียหายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง?

ย้อนรอย Zipmex ก่อนเป็นคดี

บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด Zipmex ผู้ให้บริการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลและแพลตฟอร์มซื้อ-ขายคริปโตเคอร์เรนซี จากสิงคโปร์ ที่ได้เข้ามาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยด้วยทุนจดทะเบียน 112 ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการศูนย์ซื้อขายและรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อปี 2561 โดยมี นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ซีอีโอ ถือครองสัดส่วน 51% มี Zipmex Asia Pte Ltd. ถือครองอยู่ 49% และมี มาร์คัส ลิม ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Zipmex Asia ถือสัดส่วนอยู่ 1%

ต่อมาในช่วงปี 2564-2565 ทาง Zipmex ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (หรือ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ทำให้นักลงทุนหลายคนเชื่อใจและดำเนินการซื้อ-ขายต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์ม Zipmex

ก่อนที่จะมาพบว่ามีการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์จำนวนหลายล้านดอลลาร์สหรัฐของ Zipmex Thailand ไปฝากไว้ใน Zipmex Asia ที่สิงคโปร์ ก่อนจะนำไปลงทุนต่อใน Celsius Network และ Babel Finance และเมื่อเกิดการล่มสลายของ Terra ส่งผลให้ต่อมาในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 ทาง Zipmex เกิดขาดสภาพคล่อง เป็นเหตุให้ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ทางนายเอกลาภ ยิ้มวิไล ที่ตอนนั้นรับตำแหน่ง ซีอีโอของ Zipmex Thailand ได้ออกมาแถลงระงับการถอนเงินบาทและคริปโตเคอร์เรนซีชั่วคราวจากแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Zipmex

คลัง สั่ง ถอนใบอนุญาตฯ

ก่อนหน้านี้ทาง Zipmex ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ZipUp+ เพื่อมาใช้งานแทนที่ ZipUp โดย ZipUp+ จะดูแลโดย Zipmex Asia และมีการโยกย้ายสินทรัพย์ของลูกค้าไปเก็บไว้บน ZipUp+ แทน โดยไม่มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ

และต่อมาเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ทางลูกค้าของ Zipmex จึงเกิดความไม่พอใจและเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนมีการฟ้องร้องกันขึ้นมา

ด้านของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. หลังจากได้รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานที่ชัดเจน ก็ได้มีการกล่าวโทษ Zipmex Thailand ว่าได้กระทำการหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ลูกค้า และได้โอนสินทรัพย์ดิจิทัลออกเพื่อใช้หาผลประโยชน์ที่อื่น ทำให้ลูกค้าใช้บริการ ZipUp และ ZipUp+ ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ การที่ Zipmex Thailand ซึ่งมีหน้าที่นำส่งรายงานข้อมูลทรัพย์สินของลูกค้าตามประกาศของ ก.ล.ต. ได้นำส่งรายงานข้อมูลทรัพย์สินของลูกค้าด้วยข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ ก.ล.ต. ตรวจสอบพบ จึงพิจารณาได้ว่า เข้าข่ายเป็นความผิดกรณีลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของนิติบุคคลหรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้น โดย ก.ล.ต.ได้ยื่นกล่าวโทษ ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำสำนวนเพื่อส่งให้พนักงานอัยการต่อไป

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ Zipmex ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เนื่องจากมีฐานะทางการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ลูกค้า และโครงสร้างการบริหารจัดการและบุคลากรที่ไม่เหมาะสมและเพียงพอที่จะทำให้การประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เคสแรกๆ ศาลยกฟ้อง ผู้เสียหาย เร่งรวมพยานหลักฐาน เดินหน้าฟ้องคดีกลุ่ม

ตั้งแต่ช่วงปี 2565 เป็นต้นมา ผู้เสียหายหลายรายได้มีการฟ้องร้องเพื่อเอาผิดต่อ บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด และนายเอกลาภ ยิ้มวิไล และล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 กลุ่มผู้เสียหายจากกรณี Zipmex รวมตัวกัน ณ ศาลอาญา เพื่อร่วมฟังคำตัดสินคดีโดยมีโจทก์เป็น นายปมุข ศิริอังกุล และมีจำเลยที่ 1 เป็น ในฐานร่วมกันยักยอกฉ้อโกงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ สืบเนื่องจากกรณีปัญหาการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ Zipmex ที่มีกลุ่มผู้เสียหายหลายหมื่นราย และมูลค่ารวมหลายพันล้านบาท

นายปมุข ศิริอังกุล เป็นผู้เสียหายรายแรกๆ ที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลตั้งแต่ปี 2565 และล่าสุด ศาลชั้นต้นมีนัดฟังคำพิพากษา โดยมีคำสั่งยกฟ้องจำเลยทั้งสอง ประกอบไปด้วย บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด และนายเอกลาภ ยิ้มวิไล ไม่ได้มีความผิดฐานยักยอกฉ้อโกงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจากหลักฐานของโจทก์ยังไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มผู้เสียหาย หรือ “กลุ่มร่วมสู้ Zipmex” ที่มีทั้งประชาชนและนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเกือบ 500 ราย เสียหายรวมกันกว่า 1,400 ล้านบาท จะมอบหมายให้ นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ที่ปรึกษาสำนักกฎหมาย VLA รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายจาก Zipmex ในการยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคแบบกลุ่ม (Consumer Class Action) เพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้เกี่ยวข้องในศาลไทย และกลุ่มร่วมสู้ Zipmex จะเดินหน้าประสานภาครัฐต่อเพื่อทำคดีอาญา นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังได้มีการว่าจ้างนักกฎหมายในต่างประเทศเพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในต่างประเทศด้วย

ทั้งนี้ ผู้ที่ตกเป็นผู้เสียหายจากกรณี Zipmex สามารถเข้าร่วมกลุ่มและติดตามข่าวสารของกลุ่มได้ทาง ไลน์ทางการ “ร่วมสู้ Zipmex” เพิ่มเพื่อนที่ @suzipmex หรือคลิก https://bit.ly/SUZIPMEX

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่านมาเกือบ 2 ปี คดี Zipmex ไปถึงไหน? เคสแรกๆ ศาลยกฟ้อง ผู้เสียหายเดินหน้าฟ้องคดีกลุ่ม

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...