โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เส้นแกนกลางกรุงปักกิ่ง’เก่าแก่กว่า 700 ปี ขึ้นแท่นมรดกโลกยูเนสโก

Xinhua

อัพเดต 27 ก.ค. 2567 เวลา 19.10 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2567 เวลา 12.02 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

ปักกิ่ง, 27 ก.ค. (ซินหัว) — เส้นแกนกลางปักกิ่ง (Beijing Central Axis) หรือเส้นแกนกลางแนวเหนือ-ใต้ของกรุงปักกิ่งของจีน อันเป็นแนวแกนหลักในการวางผังเมืองตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ในวันเสาร์ (27 ก.ค.)

“เส้นแกนกลางปักกิ่ง” ซึ่งมีความเป็นมากว่า 700 ปี ทอดยาวในพื้นที่ใจกลางกรุงปักกิ่งในแนว-เหนือใต้ เป็นระยะทางยาว 7.8 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่เมืองเก่าของปักกิ่ง กล่าวได้ว่าเป็นภูมิปัญญาอันมหัศจรรย์ในด้านการวางผังและการสร้างเมืองของชาวจีน โดยตลอดแนวเส้นแกนทั้งสองฝั่งประกอบด้วยสถาปัตยกรรมอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม 15 แห่ง

เหลียงซือเฉิง สถาปนิกชาวจีนชื่อดัง เคยกล่าวไว้ว่า “ความงดงามและความยิ่งใหญ่อันเป็นระเบียบของปักกิ่ง ถือกำเนิดขึ้นจากเส้นแกนกลางนี้”

เมื่อปี 2012 เส้นแกนกลางปักกิ่งเคยถูกจัดให้อยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของโลก

หลังผ่านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เส้นแกนกลางปักกิ่งที่ทั้งยิ่งใหญ่และสง่างามได้ถูกนำเสนอสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง โดยที่ยังคงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์และความงดงามอันทรงพลังที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา

หมู่อาคารตามแนวเส้นแกนกลางดังกล่าว ประกอบด้วยพระราชวัง พระอารามหลวง หอบูชาของจักรพรรดิ รวมไปถึงสถาปัตยกรรมด้านการจัดการเมืองในสมัยโบราณ อาคารสำหรับประกอบรัฐพิธีและอาคารสาธารณะระดับชาติ รวมไปถึงถนนโบราณ

สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ก่อเกิดเป็นภูมิทัศน์ที่มีความเป็นระเบียบและสง่างามของปักกิ่ง โดยฝั่งซ้ายขวามีความสมมาตร ขณะที่ด้านหน้าและหลังก็มีการเล่นระดับอย่างลงตัว

เส้นแกนกลางปักกิ่งถือเป็นต้นแบบของการต่อยอดพัฒนาเส้นแกนกลางเมืองจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่สะท้อนถึงเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมจีน ขณะเดียวกันก็ยังเป็นเครื่องแสดงถึงภูมิปัญญาอันรุ่มรวยของชาวจีน

(แฟ้มภาพซินหัว : พลับพลาเทียนอันเหมินและสะพานข้ามคลองจินสุ่ย ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 17 ก.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : ถนนโบราณที่สวนหย่งติ้งเหมิน ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 16 ก.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : สะพานว่านหนิง สะพานหินซึ่งอยู่ในแนวเส้นแกนกลางปักกิ่ง ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 16 ก.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : ตำหนักฉีเหนียน หรือ ตำหนักสักการะ ที่หอบูชาฟ้าเทียนถาน ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 17 ก.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : พระราชวังต้องห้าม หรือ พิพิธภัณฑ์พระราชวัง ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 16 ก.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : ไท่เมี่ยว หรือศาลบูรพกษัตริย์ (The Imperial Ancestral Temple) ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 16 ก.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : หอกลองในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 16 ก.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวบริเวณศาลาว่านชุน จุดชมวิวบนยอดเขาในสวนจิ่งซาน สวนซึ่งอยู่ด้านหลังของพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 16 ก.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : ประตูตวน หรือทางเข้าพระราชวังต้องห้ามทางฝั่งเหนือ ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 17 ก.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : หอระฆังในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 16 ก.ค. 2024)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...