โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อวสานอำนาจพรรค 3 ป. ประวิตร-ประยุทธ์ แพ้เลือกตั้งย่อยยับ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 พ.ค. 2566 เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2566 เวลา 09.49 น.

และแล้วอำนาจ 3 ป.ก็เดินมาถึงจุดจบ-อวสานจากความพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ถูกฝังกลบ

3,277 วัน นับตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ 3 ป. สืบทอดอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่าน “นั่งร้าน” 2 พรรคการเมือง

พรรคแรก-พรรคพลังประชารัฐ นำโดยกลุ่มสี่กุมาร ปักธงชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ด้วยคะแนนเสียง 116 ที่นั่ง ผนึกกับเสียง ส.ว. 250 คน ส่ง พล.อ.ประยุทธ์ เข้าทำเนียบรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง

ทว่าแรงกระเพื่อมภายในพรรค กลายเป็นชนวนจุดระเบิดให้ต้องแยก 2 ป.-แยก ส.ส.ออกเป็น 2 พรรค

รวมไทยสร้างชาติ “พรรคแตก”

ทว่าผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พรรค “นั่งร้านแห่งที่สอง” ของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างรวมไทยสร้างชาติ ไม่สามารถแจ้งเกิดจาก “พรรคใหม่” เป็น “พรรคใหญ่” ได้ เพราะตัวเลข ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการ 36 ที่นั่ง ประกอบด้วย

ส.ส.เขต 23 ที่นั่ง นราธิวาส นายวัชระ ยาวอหะซัน เขต 1 สงขลา นายศาสตรา ศรีปาน เขต 2 พัทลุง นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร เขต 2 ตรัง นายถนอมพงศ์ หลีกภัย เขต 1

นครศรีธรรมราช น.ส.พิมพ์ภัทราวิชัยกุล เขต 10 สุราษฎร์ธานี น.ส.กานสินี โอภาสรังค์ เขต 1 นายพิพิธ รัตนรักษ์ เขต 2 น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ เขต 3 นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน เขต 4 นายปรเมษฐ์ จินา เขต 5 นายธานินท์ นวลวัฒน์ เขต 7

ชุมพร นายวิชัย สุดสวาสดิ์ เขต 1 นายสันต์ แซ่ตั้ง เขต 2 นายสุพล จุลใส เขต 3 เพชรบุรี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เขต 1 จ่าอากาศเอกอภิชาต แก้วโกศล เขต 3 ราชบุรี น.ส.กุลวลี นพอมรบดี เขต 1 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เขต 4

ชลบุรี นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง เขต 4 นครปฐม พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร เขต 2 ชัยนาท นายอนุชา นาคาศัย เขต 1 นครสวรรค์ นายสัญญา นิลสุพรรณ เขต 3 พิษณุโลก นายพงษ์มนู ทองหนัก เขต 3

ขณะที่คะแนนบัญชีรายชื่อ 4,671,202 คะแนน คิดเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 13 คน ลำดับที่ 1 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลำดับที่ 2 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ลำดับที่ 3 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ลำดับที่ 4 ม.ล.ชโยทิต กฤดากร

ลำดับที่ 5 นายสุชาติ ชมกลิ่น ลำดับที่ 6 นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ลำดับที่ 7 นายวิทยา แก้วภราดัย ลำดับที่ 8 นายชัชวาลล์ คงอุดม ลำดับที่ 9 นายจุติ ไกรฤกษ์ ลำดับที่ 10 นายธนกร วังบุญคงชนะ ลำดับที่ 11 นายเกรียงยศ สุดลาภา ลำดับที่ 12 นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง และลำดับที่ 13 นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์

ก่อนเลือกตั้ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งเป้าหลอก 80-100 ที่นั่ง เป้าจริง 30-40 ที่นั่ง ขณะที่ “พื้นที่ปลอดภัย” ลำดับ 1-12 แม้ “พีระพันธุ์” จะแถลงข่าวว่า เนื่องจากเป็น “พรรคใหม่” ทุกคะแนนถือว่าเป็นความสำเร็จ

แต่ผลที่ออกมาอาจส่งผล พล.อ.ประยุทธ์ เปล่งวาจา “ผมพอแล้ว” อาจจะทำให้ “พรรคแตก” เลยก็เป็นได้

พปชร.“ขาใหญ่แยกย้าย”

ขณะที่ “พรรค ป.ผู้พี่” อย่างพลังประชารัฐที่เคยสร้างสถิติลงเลือกตั้งครั้งแรกกวาดเก้าอี้ ส.ส.ทะลุ 3 หลัก แต่เอฟเฟ็กต์จาก 2 ป.แยกพรรค การเลือกตั้ง 66 ตัวเลข ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการเหลือเพียง 40-41 ที่นั่ง ประกอบด้วย

ส.ส.เขต 39 ที่นั่ง นราธิวาส นายมินทร์ มะยูโซ๊ะ เขต 2 นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เขต 3 สงขลา นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว เขต 4 ปัตตานี นายคอซีย์ มามุ เขต 2 ตรัง นายทวี สุระบาล เขต 2 นครศรีธรรมราช นายสุธรรม จริตงาม เขต 6

พังงา นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ เขต 2 ชลบุรี นายสะถิระ เผือกพันธุ์ เขต 10 ฉะเชิงเทรา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เขต 2 ราชบุรี นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา เขต 2 นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ เขต 3 นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เขต 5 สระแก้ว นางขวัญเรือน เทียนทอง เขต 1 นางตรีนุช เทียนทอง เขต 2

สระบุรี นายองอาจ วงษ์ประยูร เขต 4 สิงห์บุรี นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เขต 1 ร้อยเอ็ด นางรัชนี พลซื่อ เขต 3 มุกดาหาร นายวิริยะ ทองผา เขต 1 กาฬสินธุ์ นายจำลอง ภูนวนทา เขต 3

ชัยภูมิ น.ส.กาญจนา จังหวะ เขต 4 นายอัครแสนคีรี โลห์วีระ เขต 7 สกลนคร นายชัยมงคล ไชยรบ เขต 5 หนองคาย เขต 1 นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ เขต 1

เพชรบูรณ์ น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ เขต 1 นายจักรัตน์ พั้วช่วย เขต 2 นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เขต 3 นายวรโชติ สุคนธ์ขจร เขต 4 นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เขต 5 นายอัคร ทองใจสด เขต 6

กำแพงเพชร นายไผ่ ลิกค์ เขต 1 นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ เขต 2 นายอนันต์ ผลอำนวย เขต 3 นายปริญญา ฤกษ์หร่าย เขต 4 ตาก นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข เขต 3

เชียงใหม่ นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ เขต 9 แม่ฮ่องสอน นายปกรณ์ จีนาคำ เขต 1 พะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เขต 1 นายอนุรัตน์ ตันบรรจง เขต 2 นายจีรเดช ศรีวิราช เขต 3

ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พล.อ.ประวิตร ได้เป็น ส.ส.เพียงคนเดียว

ก่อนเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรตั้งเป้าหมาย 150 ที่นั่ง โดยเป็นพื้นที่เซฟโซน 6 ล้านคะแนน หรือ 12 ที่นั่ง แต่ผลที่ออกมาอาจจะส่งพรรคพลังประชารัฐลงสู่ “จุดต่ำสุด” เป็นครั้งแรกนับจากตั้งพรรค

เมื่อพรรคเพื่อไทย-พรรคก้าวไกลประกาศ “มีเรา ไม่มีลุง” และ “ไม่จับมือ” พรรคพลังประชารัฐ-พรรครวมไทยสร้างชาติ หากไม่มีอะไร “พลิกล็อก” พรรค “นั่งร้าน 3 ป.” จะกลายเป็น “พรรคฝ่ายค้าน” ไปโดยอัตโนมัติ

และต้องจับตาว่า หาก พล.อ.ประวิตร “วางมือ” หัวหน้ากลุ่ม-หัวหน้าก๊วนขาใหญ่อาจจะ “หนีตาย” แยกย้ายคืนรังพรรคเก่า โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ไปเป็นพรรครัฐบาลดีกว่าเป็นพรรคฝ่ายค้าน

บ้านใหญ่ล้ม-องครักษ์ตู่สอบตก

พล.อ.ประยุทธ์ ที่มี “สุชาติ ชมกลิ่น” แห่งบ้านใหม่ชมกลิ่น เป็น “ลมใต้ปีก” ได้ “จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” ชลบุรี เขต 4 มาเพียงที่นั่งเดียว จากทั้งหมด 10 เก้าอี้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ที่มี “วิรัช รัตนเศรษฐ” เป็นขุนพลข้างกาย พ่ายแพ้ยกจังหวัด ปิดตำนาน “บ้านใหญ่รัตนเศรษฐ” รวมถึง “บ้านใหญ่อัศวเหม” พ่ายแพ้แลนด์สไลด์

ขณะที่ “องครักษ์” ที่เคย “พิทักษ์” พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งใน-นอกสภา พาเหรดกัน “สอบตก-ยกชั้น” โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชที่พรรครวมไทยสร้างชาติ สถาปนาเป็น “ฐานที่มั่น”

ทั้งนายสายัณห์ ยุติธรรม จังหวัดนครสวรรค์ นายนิโรธ สุนทรเลขา เขต 6 จังหวัดสงขลา นายพยม พรหมเพชร เขต 3 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี เขต 4

ส่วนขุนพล-กุนซือข้างกาย พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ผ่านเข้าสภาในระบบบัญชีรายชื่อ อย่างนายไพบูลย์ นิติตะวัน วิรัช รัตนเศรษฐ ทั้งอดีตกลุ่มสี่กุมาร อุตตม สาวนายน-สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

นับถอยหลังลงจากอำนาจ

สำหรับไทม์ไลน์-นับถอยหลังลงจากอำนาจ หลังจากวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง หรือกลางเดือนกรกฎาคม 2566

จากนั้นภายใน 15 วันให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก เพื่อประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมสภา และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2566 และจัดตั้งรัฐบาลเพื่อทูลเกล้าฯรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์รักษาการต่อจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ทว่า จากผลการเลือกตั้งออกมา พรรคฝ่ายค้านเดิมที่มีพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำได้รับคะแนนถล่มทลาย แม้จะปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่ได้ แต่ยากที่จะหักดิบมติมหาชน

2 ป.กลับบ้านเลี้ยงหลาน

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ สวมหัวโขนเพียงประธานยุทธศาสตร์และกำหนดแนวทางพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของรวมไทยสร้างชาติ จึงตกอยู่ในที่นั่ง “ขาลอย”

ในส่วนของ พล.อ.ประวิตร แตกต่างกับ พล.อ.ประยุทธ์ ตรงที่ พล.อ.ประวิตรยังคงมีเก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ “ค้ำคอ” นับรวมถึง ป.ที่ 3 บิ๊กป๊อก-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ขอถอนสมออำนาจไปก่อนล่วงหน้าแล้ว

ทว่า “ระบอบประยุทธ์” ทั้งคณะยังฝังรากลึกอยู่ในองค์กรอิสระ-เครือข่าย อำมาตย์ ส.ว. ชนชั้นนำ อยู่ในทุกระดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...