โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กลยุทธ์ลงทุนหุ้นบ่าย 5 โบรกฯ เคาะ KKP- NER- BRR- BBL- BEM- KSL- BLA- BTS- CPN- KTC- SCC

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 เม.ย. 2566 เวลา 14.24 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2566 เวลา 07.24 น.

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย มีมุมมองตลาดหุ้นไทยบ่ายนี้ (21 เม.ย.) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,555 – 1,596 จุด นักลงทุนจะยังชะลอการลงทุนรอประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลก (Soft Landing / Recession / Stagflation) และผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทยในวันที่ 14 พ.ค. ทำให้มูลค่าการซื้อขายของตลาดยังเบาบาง วันนี้และพรุ่งนี้รอติดตามงบกลุ่มธนาคารที่เหลือได้แก่ BBL, KKP, KBANK, และ SCB เป็นต้น ในเชิงกลยุทธ์ KS ยังแนะนำผสานการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Quality growth , Defensive, และกลุ่มพลังงาน ตามลำดับ

แนะนำ KKP (ราคาพื้นฐาน 89 บาท) ราคาหุ้นปรับตัวลงกว่า 12.5% จากต้นปีเทียบกับ sector bank ที่ราคาลงมาเพียง -2.6% ขณะที่กำไร 1Q23 ทำได้ดีกว่าคาด โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/BV ที่ 0.8x vs. อุตสาหกรรมที่ 0.7x ขณะที่ ROE คาดไว้ที่ 13% เทียบกลุ่มที่ 8.5% และ คาดเงินปันผลตอบแทน 7.6% ทั้งนี้KKP จะขึ้นเครื่องหมาย XD และ XW ในวันที่ 27 เม.ย.

บล.เอเอสแอล แนะนำกลยุทธ์การลงทุนบ่ายนี้ ดัชนีปรับตัวลงต่อ หากต่ำกว่า 1,560 จุด ลงมาแนวรับถัดไป 1,543 จุด แนวต้าน 1570/1580 จุด แนะนำ NER - BRR

บล.กรุงศรี คาด SET Index บ่ายนี้จะผันผวนในกรอบ 1,555 – 1,565 จุด แต่มอง Downside เริ่มจำกัด แรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารที่ผลกำไรออกมาดีจะยังช่วยประคองตลาด อย่างไรก็ตามมูลค่าการซื้อขายอาจจะเบาบางลงจากการชะลอลงทุนก่อนวันหยุด กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจยังเป็นกลุ่มธนาคาร, หุ้นที่แนวโน้มกำไร 1Q23 จะออกมาดี ส่วนหุ้นเก็งกำไรเน้นกลุ่มที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว อาทิ กลุ่มน้ำตาล Top Pick บ่ายนี้ คือ BBL BEM และ KSL

บล.โกลเกล็ก ระบุว่า ดัชนีอ่อนตัวลงต่อเนื่องพร้อมสร้าง Lower Low แต่ตลาดต่างประเทศเริ่มสร้างฐาน และหุ้นไทยปรับตัวลงแรงก่อนหน้านี้ ทำให้ในภาคบ่ายซึมลงให้แนวรับ 1,555 จุด แนวต้าน 1,570 จุด แนะนำ

- BLA แนวรับ 28.00 บาท แนวต้าน 31.00-32.25 บาท Cut loss 27.50 บาท ราคาปิด 29.25 บาท ดีดตัวขึ้นจากระดับ Bottom Zone พร้อม Volume เข้าวันแรก และ MACD+Slow Sto. มีค่าสัญญาณซื้อ คาดราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบต้านที่ 31.00-32.25 บาท
- BTS แนวรับ 7.50 บาท แนวต้าน 8.00-8.20 บาท Cut loss 7.40 บาท ราคาปิด 7.70 บาท เลี้ยงตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น โดยมี Volume สะสม และ MACD ส่งสัญญาณ Bullish หากผ่านต้านแรกที่ 8.00 บาท ลุ้นทดสอบ EMA-200 ที่ 8.20 บาท

บล.แลนด์ แอน เฮ้าส์ แนะนำ

- BEM "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท แม้คาดปริมาณผู้ใช้ทางด่วนในปีนี้จะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่คาดปริมาณผู้ใช้รถไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้การจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ซึ่งกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่ 12 ก.ย. 65 โดยงวด Q2/66 การจัดอีเว้นท์ งานสัปดาห์หนังสือ 30 มี.ค.-9 เม.ย. 66 คาดหนุนปริมาณผู้ใช้รถไฟฟ้าสูงกว่าปกติ คาดจะผลักดันให้กำไรปีนี้โตเกิน 30% ยังได้ Sentiment เชิงบวกจากการเซ็นสัญญาโครง การ รฟฟ.สายสีส้ม ที่คาดจะเกิดก่อนการเลือกตั้ง ให้แนวรับ 8.75/8.85 บาท แนวต้าน 9.3/9.4 บาท
- CPN "ซื้อ" เป้าหมาย 80.00 บาท โดยกำไร Q4/65 ก่อนหักรายการพิเศษ +67%YoY จากการฟื้นตัวในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์การค้า หลังผ่อนคลายล็อกดาวน์ ดันรายได้ศูนย์ฯ ใกล้เคียงก่อนโควิด หนุนกำไรทั้งปี 65 +51%YoY อีกทั้งปี 2566 ยังได้ประโยชน์จากธุรกิจหลักและธุรกิจอื่นอย่างการกลับมาเปิดศูนย์ฯ รามอินทรา หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ การเปิดมาร์เช่ ทองหล่อใน Q1/66 และการเปิดศูนย์ฯ ใหม่ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ใน Q4/66 +เปิดตัวรร.อีก1 แห่งที่อุบลฯ และมีคอนโดฯ สร้างเสร็จอีก 4 โครงการ จองเต็มแล้ว 2 โครงการหนุนกำไรปี 66 โตสูงต่อเนื่อง ให้แนวรับ 67/68 บาท แนวต้าน 72/74.5 บาท
- KTC "ซื้อ" เป้าหมาย 71.00 บาท กำไร Q1/66 +7% YoY เป็นผลจากรายได้รวมที่ยังเพิ่มขึ้น ทั้งรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามยอดลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม และความร่วมมือที่เข้มข้นมากขึ้นกับ KTB คาดหนุนยอดสินเชื่อโดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียน “KTC พี่เบิ้ม” ผ่านสาขา KTB กว่า 1 พันสาขาทำได้ตามเป้า 1 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปี 2566 รับผลบวก “ช้อปดีมีคืน”+”เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5”+ เม็ดเงินสะพัดช่วงเลือกตั้ง กระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรปีนี้ หนุนกำไรปี 2566 ทำนิวไฮต่อเนื่อง แนวรับ 52/53 บาท แนวต้าน 55.5/57 บาท
- SCC "ซื้อ" เป้าหมาย 350.00 บาท คาดกำไร Q1/66F ฟื้นตัว QoQ (แต่ลดลง YoY) จากทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลักโดยเฉพาะเคมิคอลส์ตามปริมาณขาย+สเปรดปิโตรเคมีฟื้นตัว และวัสดุก่อสร้างตามต้นทุนถ่านหินลดลง อีกทั้งอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างภายใต้ “SCG Décor” ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตระยะยาว ราคาหุ้นที่ลดลง -11%YTD จะสะท้อนแนวโน้มกำไรที่อ่อนลงและการเลื่อน IPO หุ้น SCGC ไปบ้างแล้ว ให้แนวรับ 300/304 บาท แนวต้าน 316/320 บาท

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีฯ ในช่วงบ่าย น่าจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบ ให้แนวรับไว้ที่ 1,555 จุด และแนวต้าน 1,570 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,561.06 จุด ลดลง 4.04 จุด (-0.26%) มูลค่าซื้อขายราว 30,865.38 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...