โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีพร้อม เดินเกมอินโนเวชันอินดัสตรี ผนึกบิ๊กเอกชน ดันสตาร์ทอัพคอนเน็คปี 4 สร้างนวัตกรรมร่วม เสิร์ฟดีมานด์อุตสาหกรรมยุคใหม่

ชี้ช่องรวย

อัพเดต 28 เม.ย. 2566 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2566 เวลา 10.19 น. • ชี้ช่องรวย

กรุงเทพฯ XX เมษายน 2566 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม ขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับภาคอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี ผนึกความร่วมมือภาคเอกชนรายใหญ่ อาทิ ซีพีเอฟ ปตท. ไทยคม และอินโนบิก ดันสตาร์ทอัพดีพเทค ปั้นนวัตกรรมร่วม (Co-Creation) ตอบโจทย์ความต้องการภาคเอกชน ส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจ ขยายผลสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าส่งเสริมสตาร์ทอัพ 25 กิจการ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 300 ล้านบาท

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่นั้น ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องมีการยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลได้กำชับทุกฝ่ายให้เร่งดำเนินการ เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย และเป็นหนึ่งในพันธกิจที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญ ภายใต้การนำของ

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกอบกับนโยบายของ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเข้าสู่วิถีใหม่ โดยให้ความสำคัญในการยกระดับทุกองค์ประกอบของภาคอุตสาหกรรมควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งและกระจายรายได้สู่ชุมชน ด้วย ‘หัว’ และ ‘ใจ’ โดยเฉพาะเน้นการปรับเปลี่ยนธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ รวมถึงการส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมสู่เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ตลอดจนการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจในอนาคตต่อไป

นายใบน้อย กล่าวต่อว่า จากนโยบายดังกล่าว ในปี 2566 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อมได้มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับธุรกิจภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตด้วยกระบวนการทางธุรกิจที่เข้มข้น ผ่านนโยบาย “ดีพร้อมโต โตได้ โตไว โตไกล โตให้ยั่งยืน”โดยหนึ่งในนั้น คือ โตได้ (Start) ที่เน้นการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือสตาร์ทอัพ (Startup) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการดึงจุดเด่นด้านศักยภาพ การใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่สามารถสนับสนุนและแก้ปัญหาให้กับ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงมาต่อยอดพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้น โดยที่ผ่านมา ดีพร้อม (DIPROM) ได้ติดอาวุธเพิ่มเติมทักษะการประกอบการ เพื่อให้เกิดโมเดลธุรกิจที่พร้อมต่อยอดกิจการและการเชื่อมโยงไปยังแหล่งเงินทุนคุณภาพ (CVC) สำหรับผู้ประกอบการในระยะเติบโต ผ่านกิจกรรมเชื่อมโยงตลาดสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น หรือดีพร้อม สตาร์ทอัพ คอนเน็ค (DIPROM Startup Connect) ซึ่งปีนี้ ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจเริ่มต้น โดยการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงเป็นเวทีให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเริ่มต้นได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและสนองความต้องการของตลาด ตลอดจนการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและส่งเสริมให้ธุรกิจขยายตลาดไปในต่างประเทศได้

โดยในปี 2566 นี้ กลุ่มเป้าหมายหลักของ ดีพร้อม สตาร์ทอัพ คอนเน็ค ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีเชิงลึก หรือดีพเทค หรือเทคโนโลยีทั่วไปที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ การแพทย์ครบวงจร วัสดุชีวภาพ และพลังงาน โดยมีจุดเด่นที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมร่วม หรือ Co-Creation ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรเอกชนรายใหญ่ในการทดลองใช้นวัตกรรม หรือโซลูชั่นส์ในตลาดจริง (Proof of Concept : POC) ถือเป็นมิติใหม่ของการสนับสนุนสตาร์ทอัพที่ให้พันธมิตรเอกชน หรือลูกค้ารายใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมสร้างและพัฒนาสินค้า หรือบริการของสตาร์ทอัพให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชนและตอบโจทย์ความต้องการมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นการสร้างโอกาสในการขยายตลาดร่วมกันในอนาคตต่อไป โดยมีบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมเมื่อปีที่แล้วเข้าร่วมต่อยอดกิจกรรมในปีนี้ จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทไทยคม จํากัด (มหาชน) และบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรเอกชนยักษ์ใหญ่รายใหม่เข้าร่วมเพิ่มเติมอีก จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท แมกซ์ เวนเจอร์ส จำกัด บริษัท บางกอกอินดัสเทรียล แก๊ส จำกัด และบริษัท ฮอนด้าเทรดดิ้ง เอเชีย จำกัด ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 300 ล้านบาท และสามารถเชื่อมโยงสตาร์ทอัพ 25 กิจการ ไปยังแหล่งเงินทุนคุณภาพ (Corporate venture capital : CVC)ในลำดับถัดไป ทั้งนี้ ในปี 2565 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้รับการคัดเลือก จำนวน 17 บริษัทเพื่อนำเสนอโมเดลธุรกิจ โดยเกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจร่วมลงทุนกว่า 176 ล้านบาท และเกิดการขยายฐานลูกค้าและสร้างนวัตกรรมร่วม หรือ Co-Creation กว่า 76.5 ล้านบาท นายใบน้อย กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...