โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดข้อมูล ‘โภชนาการสูงวัย’ ปธ.โครงการอาหารไทย หัวใจดี แนะ กินน้อยคุณภาพแน่น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ก.ค. 2565 เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2565 เวลา 08.10 น.

เปิดข้อมูล ‘โภชนาการสูงวัย’ ปธ.โครงการอาหารไทย หัวใจดี แนะ กินน้อยคุณภาพแน่น ลดบริโภคแบบ ‘พลังงานเยอะไร้สารอาหาร’

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือเครือมติชน ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน จำนวน 14 แห่ง หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตลอดจนภาคเอกชน จัดมหกรรมสุขภาพเฮลท์แคร์ 2022 ภายใต้ธีม ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ ตอกย้ำความแกร่งผู้นำงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-3 กรกฎาคมนี้

รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ กรรมการบริหารมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์และประธานคณะอนุกรรมการโครงการอาหารไทย หัวใจดี กล่าวในเวทีทอล์กหัวข้อ “โภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ” ว่า ตนเป็นประธานโครงการอาหารไทยหัวใจดี ที่หลายๆ คนอาจไม่รู้จักแต่อาจเคยเห็นสัญลักษณ์ “รูปหัวใจติ๊กถูก” นั่นเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยต่อทุกเพศ ทุกวัย ข้อมูลประชากรคนไทย พบว่า 1 ใน 4 ของประชากรเป็นผู้สูงอายุ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็จะมาเน้นในกลุ่มผู้สูงอายุเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเข้าถึงเรื่องโภชนาการในผู้สูงอายุ เราต้องมาดูเรื่องการเปลี่ยนแปลงในผู้สูงอายุก่อน โดยระบบหลักที่เกี่ยวข้องกับอาหาร คือ 1.ระบบการย่อยอาหาร ตั้งแต่ปาก เมื่อสูงวัยก็จะมีน้ำลายน้อย ฟันไม่ดี ลิ้นไม่รับรสหรือรับรสช้า กระเพาะย่อยอาหารยาก ส่งผลให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย จมูกได้รับกลิ่นน้อยลง คนสูงอายุหลายคนที่หายติดเชื้อโควิด-19 แล้วรับกลิ่นน้อยลงก็อาจคิดว่าเป็นลองโควิด แต่จริงๆ แล้วเป็นอาการของคนสูงวัยด้วย 2.ผิวพรรณจะแห้ง เป็นตกกระ เหงื่อออกน้อย รู้สึกหนาวในตอนกลางคืน 3.ผมร่วงและเปลี่ยนสี 4.การกลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ 5.ความจำแย่ลง 6.ต่อมไร้ท่อผลิตฮอร์โมนต่างๆ ลดลง และ 7.หากได้รับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่โปรตีนไม่พอ ก็จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อลีบเมื่ออายุมากขึ้น จึงต้องกินเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ที่มีประโยชน์ให้มาก

รศ.ดร.เรวดีกล่าวว่า ปัญหาของผู้สูงอายุด้านโภชนาการ แบ่งเป็น 2 แบบคือ 1.โรคขาดสารอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาหลักๆ ที่พบมาก คือ ขาดโปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 1 เกิดจากการที่คนไทยไม่ค่อยดื่มนม ซึ่งนม 1 แก้วปริมาณ 1 ซีซีให้แคลเซียม 1 มิลลิกรัม ฉะนั้น ร่างกายเราต้องการแคลเซียม 800-1000 มิลลิกรัม เราจะต้องดื่มนมให้ได้ 2 แก้วหรือ 400 ซีซี เท่ากับแคลเซียม 400 มิลลิกรัม และอีก 400-600 มิลลิกรัมจะได้จากการรับประทานผัก และปลาตัวเล็ก อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุมีปัญหาการย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนม ทำให้ท้องเสีย คนจึงเลี่ยงไม่ดื่มนม โอกาสที่เราจะได้แคลเซียมให้เพียงพอจะน้อยลง รวมถึงการกินข้าวที่น้อยลงก็ส่งผลให้วิตามินบี 1 น้อยลง ทั้งยังไม่คุ้นกับการกินข้าวกล้อง ที่มีวิตามินเยอะ และ 2.ภาวะโภชนาการเกิน ซึ่งจะเป็นการอ้วนลงพุง เพราะขาดการออกกำลังกาย หากวัดรอบเอวที่เป็นมาตรฐาน ผู้หญิงต้องไม่เกิน 32 นิ้ว ผู้ชาย 36 นิ้ว โดยเฉพาะโรคระบาดโควิด-19 คนไม่ได้ออกจากบ้านก็ทำให้น้ำหนักขึ้น

“ร่างกายเราก็เหมือนรถยนต์ ใช้งานนานก็มีความเสื่อม โดยระบบสำคัญที่อยากจะเน้นคือ การขับถ่าย เพราะโรคที่จะเป็นกันเยอะคือมะเร็งลำไส้ เนื่องมาจากการขับถ่ายที่ไม่ปกติและดื่มน้ำน้อย กินอาหารที่ไม่มีใยอาหาร ซึ่งรัฐบาลกำลังคิดว่าจะให้มีการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่พบมาก สาเหตุของปัญหาโภชนาการขาดหรือเกินในผู้สูงอายุ มาจากสมัยหนุ่มสาวไม่กินผัก ไม่ดื่มนม ไม่ออกกำลังกาย พออายุมากขึ้นไม้แก่ก็ดัดยากโดยเฉพาะพฤติกรรมการทานอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทั้งนี้ เรื่องฟันก็สำคัญเพราะหากฟันไม่ดี ทานอาหารก็ไม่อร่อย คนสูงอายุเองก็ไม่ชอบไปหาหมอฟันอีกด้วย” รศ.ดร.เรวดีกล่าว

รศ.ดร.เรวดีกล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดนี้ สามารถดูแลป้องกันได้ด้วยการทานอาหารที่ทำให้แก่ช้าได้ โดยข้อแนะนำโภชนาการของผู้สูงอายุจะต้องกินให้ได้พลังงานวันละ 1,600 กิโลแคลอรี เน้นกินอาหารน้อยแต่หลายมื้อ กินอาหารอ่อนย่อยง่าย รสไม่จัด อายุมากขึ้นแล้วเราจะมาใส่พริกป่นหมดซองไม่ได้แล้ว เพราะจะเริ่มเกิดภาวะสำลักอาหารได้ง่าย ขนาดคนนั่งๆ อยู่ก็สำลักน้ำลายตัวเอง ทั้งนี้ ผู้สูงอายุจะต้องกินอาหารที่มีคุณภาพ คือ อาหารมีสารอาหารหนาแน่น เช่น อาหาร 100 กรัมที่เรากิน จะต้องมองเห็นสารอาหาร 1 จานที่กินต้องมีสารอาหารครบ ถ้าสารอาหารไม่ครบแต่มีพลังงานเยอะเราเรียกว่า Empty Calories Food เป็นอาหารที่มีพลังงานเยอะ แต่ไม่ได้สารอาหาร เช่น น้ำหวานมีพลังงาน มีน้ำตาล แต่ไม่ได้สารอาหารอะไรเลย ไม่ได้ช่วยให้อิ่มท้อง หรือขนมที่มีแป้งน้ำตาล มีไขมันเยอะ ฉะนั้น ต่อไปนี้จะต้องกินอาหารที่มีคุณภาพ เช่น เนื้อสัตว์ก็เน้นการกินอกไก่ที่ไม่ติดหนัง เน้นการกินผักที่ลวกต้มมากกว่าผักสด เพราะช่วยในการย่อย หั่นให้เป็นชิ้นเล็กพอดีคำ หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดเพราะย่อยยากและมีเรื่องของคุณภาพน้ำมันด้วย

รศ.ดร.เรวดีกล่าวว่า โภชนาการผู้สูงอายุมีการเคลื่อนไหวน้อยลง ฉะนั้นความต้องการอาหารก็จะลดลงด้วย วิธีการสังเกตว่าตัวเองมีภาวะโภชนาการขาดหรือเกิน คือ การชั่งน้ำหนัก จากนั้นก็จะต้องรู้จักสารอาหารที่จะต่างจาก 5 หมู่อาหารที่เราเคยรู้จักกัน การแบ่งสารอาหาร ได้ดังนี้ 1.คาร์โบไฮเดรต แนะนำเป็นข้าวกล้อง หรือข้าวโอ๊ต โดยสามารถนำไปปรุงใส่ในอาหารได้ เทคนิคในการกินข้าวโอ๊ตในชีวิตประจำวัน คือ การหุงข้าวขาว เมื่อใกล้ๆ จะสุกแล้วให้เอาข้าวโอ๊ตโรยผสมเข้าไป ก็จะช่วยในการเพิ่มใยอาหาร 2.โปรตีนจะเน้นเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน โดยเลือกซื้อเนื้อสัตว์ในร้านที่บอกปริมาณไขมัน เลือกทานหมูสันใน 3.ไขมันควรจะเลือกนำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เช่น น้ำมันมะกอก รองลงมาคือน้ำมันคาโนล่า น้ำมันรำข้าว ซึ่งจะทำให้เกิดไขมันในเลือดน้อยกว่าชนิดอื่นๆ และ 4.วิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร ซึ่งจะได้จากผัก ผลไม้และข้าวไม่ขัดสี ข้าวโอ๊ต

“ผู้สูงอายุใช้ชีวิตมาเยอะแล้ว ดังนั้นจะต้องลงทุนกับตัวเองด้วยการกินของดีแต่กินให้น้อยลง การออกกำลังกายก็สามารถใช้การเดินได้ อย่างน้อยวันละ 5 พันก้าว แต่หากเราเดินได้วันละ 10,000 ก้าวจะลดพลังงานได้ 300 กิโลแคลอรี” รศ.ดร.เรวดีกล่าว

รศ.ดร.เรวดีกล่าวว่า สำหรับธงโภชนาการของผู้สูงอายุสามารถเปิดดูได้ในเว็บไซต์ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขซึ่งจะต่างจากธงโภชนาการคนวัยทั่วไป คือ คนสูงอายุจะเน้นเรื่องการดื่มน้ำ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรืออย่างน้อยๆ คือการดื่มน้ำขวด 1.5 ลิตรให้หมดใน 1 วัน หรือถ้าดื่มไม่ถึงจริงๆ ก็ให้กินผักผลไม้ที่มีน้ำเยอะเช่น แตงโม ฟัก หรือว่าทำอาหารประเภทต้มจืดกินเองเพื่อเลี่ยงการปรุงรส สำหรับการเอาธงลงจานของผู้สูงอายุ ใน 1 จานจะต้องมีข้าว ผัก เนื้อสัตว์ การเทียบปริมาณ เช่น ข้าว 1 ทัพพีมีปริมาณ 60 กรัม ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี ซึ่งใน 1 วันจะต้องกินให้ได้ 7-8 ทัพพี ในธงโภชนาการผู้สูงอายุ แนะนำให้กินผลไม้ลดลง ฉะนั้นหากเราจะรับประทานผลไม้มาก ก็ไปลดการกินข้าวลงได้ เพราะให้พลังงานแคลอรีใกล้เคียงกัน หรือเมื่อเทียบกับขนมปัง 1 แผ่นก็เท่ากับข้าว 1 ทัพพี

นอกจากนี้ สำนักพิมพ์มติชนได้ตั้งบูธ Healthy Book Fair บริเวณโถงเข้าสามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ จำหน่ายหนังสือในเครือมติชน และเพื่อนสำนักพิมพ์ ในราคาพิเศษ โดยหนังสือขายดีและหนังสือหมวดสุขภาพ ลดถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และลดทั้งบูธสูงสุด 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้ามีผู้แวะเวียนมาเลือกซื้อไม่ขาดสาย

ร่วมสร้างสังคมผู้สูงวัยให้แข็งแรงและมีความสุขไปด้วยกัน ใน ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ โดยเครือมติชน จนถึงวันพรุ่งนี้ (3 กรกฎาคม) เข้างานได้ตั้งแต่เวลา 10.30-20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...