น้ำมันดิบ ร่วงต่อเนื่อง เบรนท์หลุด 65 ดอลล์/บาร์เรล หลังสต๊อกสหรัฐพุ่ง-วิตกอุปทานล้น
น้ำมันดิบ ร่วงต่อเนื่อง เบรนท์หลุด 65 ดอลล์/บาร์เรล หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ขณะอุปสงค์เบนซิน–ดีเซลยังไม่ฟื้น
วันที่ 22 พฤษภามคม 2568 เวลา 08.42 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังข้อมูลระบุว่าสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งยิ่งตอกย้ำความกังวลว่าตลาดอาจเผชิญกับภาวะอุปทานล้น ขณะเดียวกันตลาดการเงินโดยรวมทั่วโลกก็อ่อนแรงลง
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซื้อขายต่ำกว่า 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังร่วงลงไปราว 1% ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ใกล้ระดับ 61 ดอลลาร์
ข้อมูลระบุว่าปริมาณน้ำมันดิบในเชิงพาณิชย์ของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่อุปสงค์ของน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลก็ยังอ่อนแอ แม้ว่ากำลังจะเข้าสู่ฤดูขับขี่ในช่วงฤดูร้อนของสหรัฐ ซึ่งปกติจะเป็นช่วงความต้องการใช้พุ่งสูง
ในตลาดการเงินโดยรวม ความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณขาดดุลของสหรัฐที่ขยายตัวไม่หยุด ส่งผลให้หุ้นสหรัฐ พันธบัตรรัฐบาล และค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง และตลาดหุ้นในเอเชียก็ปรับตัวลงตามเช่นกัน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกเริ่มลดความสนใจในสินทรัพย์ของสหรัฐ
ราคาน้ำมันยังคงถูกกดดันจากปัจจัยฝั่งอุปทาน เนื่องจาก OPEC และพันธมิตรยังคงเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาด ซึ่งมีสัญญาณว่าอาจล้นตลาดอยู่แล้ว ทั้งนี้ราคาน้ำมันล่วงหน้าในปีนี้ลดลงแล้วประมาณ 13%
นอกจากนี้สงครามการค้าที่นำโดยสหรัฐก็เป็นอีกปัจจัยที่ฉุดราคาน้ำมัน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งทางการค้าในหลายภูมิภาคของโลกอาจฉุดเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวลง ซึ่งจะกระทบต่อความต้องการพลังงาน
ทั้งนี้ยังมีปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รายงานข่าวในสัปดาห์นี้ว่าอิสราเอลอาจเตรียมโจมตีกรุงเตหะราน นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาความพยายามเจรจายุติสงครามในยูเครน ซึ่งอาจส่งผลต่อ นโยบายคว่ำบาตร และสมดุลตลาดน้ำมันโลก
ในประเด็นยูเครน สหราชอาณาจักรเรียกร้องให้กลุ่ม G7 ลดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซียลง โดยกล่าวหลังการประชุมรัฐมนตรีคลังที่เมืองแบนฟ์ ประเทศแคนาดา ว่าการลดเพดานราคานี้จำเป็นเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ให้ยุติการรุกรานยูเครน
ชารุ ชานานา หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของ Saxo Markets Pte. ให้ความเห็นว่า“พาดหัวข่าวเกี่ยวกับอิสราเอล–อิหร่าน สร้างแรงกดดันชั่วคราวจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่แรงกระเพื่อมเหล่านี้มักจางหายอย่างรวดเร็ว เว้นแต่ว่าจะมีการหยุดชะงักด้านอุปทานเกิดขึ้นจริง” พร้อมเสริมว่า“ความกังวลด้านการคลังของสหรัฐ ยิ่งเสริมบรรยากาศความเสี่ยงในตลาด (risk-off) และจำกัดโอกาสที่ราคาน้ำมันจะฟื้นตัว”
อ้างอิง : finance.yahoo.com