5 หุ้นคุณค่าระดับโลก พื้นฐานแกร่ง แถม Upside สูง
แม้ช่วงที่ตลาดผันผวนและความเชื่อมั่นนักลงทุนอ่อนแอ จะเป็นผลเสียต่อราคาหุ้นมากมาย แต่ก็เป็นโอกาสดีในการซื้อหุ้นคุณค่าทั่วโลก (value stocks) เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงในอนาคต โดยนักวิเคราะห์จาก http://Investing.com ได้ชี้เป้า 5 หุ้นนอกพื้นฐานดีที่มี มีแนวโน้ม upside สูงสุดในปี 2025 โดยประเมินมูลค่ายุติธรรมและศักยภาพการเติบโตของกำไรในอนาคต ได้แก่
1.Advanced Micro Devices (AMD)
AMD ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดย http://Investing.com คาดว่า ในปี 2025 กำไรต่อหุ้น (EPS) จะเติบโตกว่า 293% และรายได้จาก AI จะอยู่ที่ 7–9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม GPU และเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทก็กำลังขยายตัวต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ Intel ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าราคาในปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม หรือยังมี fair value upside มากกว่า 50%
2.Merck & Co. (MRK)
แม้ราคาหุ้นของ MRK ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องยารักษามะเร็ง (Keytruda) และวัคซีน จะร่วงไปมากกว่า 20% ในปีนี้ แต่พื้นฐานของบริษัทก็ยังแข็งแกร่ง โดยมีโอกาสเติบโตจากผลิตภัณฑ์ยาตัวใหม่ๆ นอกเหนือจาก Keytruda และยังมีการให้ปันผลอย่างต่อเนื่อง และยิ่งในตอนนี้ที่ราคาหุ้นเทรดอยู่ที่เพียง 8.5 เท่าของกำไรล่วงหน้า ก็ถือเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นกลุ่มหุ้นป้องกันความเสี่ยงที่ดี แถมนักวิเคราะห์มองว่าหุ้นยัง fair value upside สูงราว 45%
3.First Solar (FSLR)
แม้ภาคพลังงานสะอาดจะเผชิญอุปสรรคบ้าง แต่ FSLR ยังคงมีกำไรอย่างต่อเนื่อง มีงบดุลแข็งแกร่ง และมีโอกาสรับประโยชน์จากเทรนด์เปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดทั่วโลก โดย Goldman Sachs ยกให้ FSLR เป็นหนึ่งในหุ้นพลังงานหมุนเวียนที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าและความได้เปรียบทางต้นทุน ทั้งนี้นักวิเคราะห์ประเมินว่าหุ้นยังมี fair value upside มากกว่า 50%
4.Coterra Energy Inc. (CTRA)
CTRA เป็นหุ้นคุณค่าในกลุ่มพลังงาน ที่มีอัตราส่วน P/E ล่วงหน้าต่ำกว่า 10 เท่า โดยในปี 2025 นักวิเคราะห์คาดว่า EPS ของบริษัทจะโตมากกว่า 81% นอกจากนี้บริษัทยังแสดงถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้วยการมีรายได้หลากหลายทั้งจากธุรกิจน้ำมันและธุรกิจก๊าซธรรมชาติ มีกระแสเงินสดที่เพียงพอ และมีการให้ปันผลอย่างสม่ำเสมอ แม้จะอยู่ในช่วงที่ราคาพลังงานมีความไม่แน่นอน โดยนักวิเคราะห์มองว่าหุ้นมี fair value upside อยู่ที่มากกว่า 20%
5.Schlumberger NV (SLB)
Schlumberger บริษัทผู้ให้บริการด้านพลังงานรายใหญ่ของโลก มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากรอบวัฏจักรพลังงานที่กลับมาเป็นขาขึ้นแม้ผลตอบแทน YTD จะยังติดลบ 7.8% โดยในตอนนี้ หุ้นยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานด้วย P/E ล่วงหน้าเพียง 10.8 เท่า ซึ่งหากความต้องการน้ำมันเริ่มทรงตัวและ SLB กลับมาผลิตน้ำมันมากขึ้น ก็อาจเห็นกำไรขยายตัวและเงินทุนไหลเข้าหุ้นนี้มากขึ้น ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองหุ้นมี fair value upside อยู่ที่ราว 17%