รู้ไหม? คาวบอยอเมริกันดั้งเดิมไม่ได้ใส่ ‘หมวกคาวบอย’
ถ้าจะพูดถึงสัญลักษณ์ของความเป็นอเมริกัน ‘เครื่องแต่งกาย’ อย่างหนึ่งที่สะท้อนความเป็นอเมริกันเสียยิ่งกว่าอะไร สิ่งนั้นก็คงจะเป็น ‘หมวกคาวบอย’ เป็นแน่แท้
.
แน่นอน คนอเมริกันทุกคนก็คงไม่ได้รู้สึกว่า ‘หมวกคาวบอย’ จะเป็นอะไรที่แทนตัวของเขาได้ดี และจริงๆ คนที่ใส่หมวกคาวบอยในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ หลักๆ ถ้าไม่นับพวกคนแสดงโชว์คาวบอย พวกนักร้องเพลงคันทรีก็คงจะเป็นพวกคนทำงานในไร่ปศุสัตว์ที่เหลือน้อยลงทุกวัน
.
แต่หมวกคาวบอยก็ยังคงเป็น ‘สัญลักษณ์’ ที่แสดงสปิริตของคนอเมริกันในยุค ‘ขยายดินแดนไปในทางตะวันตก’ ในช่วงศตวรรษที่ 19 หรือเป็นสปิริตแบบเสรีชนไร้รากที่พร้อมจะตั้งรกรากไปในดินแดนใหม่ๆ และสร้างอาณาจักรปกครองตัวเอง (ซึ่งจริงๆ เราก็เห็นวิธีคิดแบบนี้ได้แม้กระทั่งในคนอย่าง อีลอน มัสก์ ที่บอกจะไปตั้งนิคมบนดาวอังคารที่ไม่ขึ้นกับประเทศใดๆ บนโลก)
.
หรือพูดอีกแบบคือ ตามสำนึกร่วมของคนอเมริกัน ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ ที่อเมริกาเป็นอเมริกาได้อย่างทุกวันนี้ มันมาจากการตั้งรกรากของพวกคาวบอย และ ‘หมวกคาวบอย’ ก็เป็นสัญลักษณ์ดังกล่าว ดังนั้นมันจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกาในเวลาต่อมา
.
ว่าแต่ ‘หมวกคาวบอย’ มาจากไหน?
.
หมวกคาวบอยเวอร์ชั่นปัจจุบัน มีชื่อว่า ‘หมวกเจ้าแห่งท้องทุ่ง’ (Boss of the Plain Hat) ซึ่งหมวกนี้มันมีการออกแบบต่างจาก ‘หมวกมีปีก’ อื่นๆ ในยุคก่อน คือมันจะปีกกว้างมาก เรียกได้ว่ากันแดดได้เยอะ และมีคุณลักษณะกันน้ำได้ ใส่เพื่อกันฝน ใช้เป็น ‘ขัน’ เพื่อตักน้ำเอาไว้ให้คาวบอยกินเอง หรือตักน้ำเอาไว้ให้ม้ากินก็ได้
.
ว่ากันในเชิงการออกแบบ มันคือหมวกที่ออกแบบมาเพื่อ ‘คาวบอย’ แท้ๆ กันแดดกันฝนได้ และสามารถใช้ประโยชน์เพื่อเก็บน้ำเอาไว้กินก็ได้ ซึ่งก็เหมาะกับคาวบอยที่ต้องเดินทางกลางทะเลทรายร้อนๆ (นึกถึงอเมริกาในโซนตะวันตกเฉียงใต้)
.
แล้วหมวกนี้โผล่ขึ้นมาบนโลกครั้งแรกเมื่อไร?
.
ตำนานเล่าว่า ในช่วงสิ้นสุดสงครามกลางเมืองอเมริกาในปี 1865 จอห์น บี สเตทสัน (John B. Stetson) พ่อค้าหมวกชาวนิวเจอร์ซีย์มองเห็นว่า ยุคนั้นเป็นยุคที่ ‘ทุกคนใส่หมวก’ แต่มันไม่มีหมวกไหนในท้องตลาดที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบ ‘คาวบอย’ ได้เลย เพราะหมวกเดอร์บี้แบบที่นิยมใส่กันในอังกฤษและนิวยอร์กนั้นปีกมันสั้นไป (ถ้านึกไม่ออก ลองนึกถึงหมวกที่ใส่ในหนังย้อนยุคที่ฉากเป็นอังกฤษและนิวยอร์กศตวรรษที่ 19 มันจะมีหมวกแบบหนึ่งที่ผู้ชายทุกคนใส่ นั่นแหละครับหมวกเดอร์บี้) ส่วนหมวกปีกกว้างแบบหมวกซอมเบรโรของพวกเม็กซิกันก็เป็นหมวกแบบจักสานกันน้ำไม่ได้
.
สเตทสันเลยออกแบบหมวก ‘เจ้าแห่งท้องทุ่ง’ ขึ้นมา ซึ่งมีคุณลักษณะปีกกว้างกันแดดได้ดีแบบหมวกซอมเบรโร แต่ทำจากหนังเย็บอย่างดี ทำให้กันน้ำได้ และใช้เป็น ‘ขันน้ำ’ เพื่อตักน้ำมาให้ม้ากิน หรือตักมากินเองก็ได้
.
และแล้ว ‘หมวกคาวบอย’ ก็ถือกำเนิดขึ้น คนอเมริกันทั่วดินแดนตะวันตก ก็เปลี่ยนไปใช้หมวกนี้กันหมด และบริษัทสเตทสันจึงกลายมาเป็นบริษัทผลิตหมวกอันดับหนึ่งของอเมริกา และจนถึงทุกวันนี้ คนอเมริกันก็ยังเรียกหมวกคาวบอยชั้นดีว่า ‘สเตทสัน’ กันอยู่
.
นี่คือ ‘ประวัติศาสตร์หมวกคาวบอย’ ในเวอร์ชั่นที่บริษัทสเตทสันชอบเล่าว่าบริษัทตัวเองได้สร้าง ‘เครื่องแต่งกายประจำชาติ’ ของอเมริกันมากับมืออย่างไร
.
แต่ความเป็นจริงมันต่างออกไป…
.
เพราะเอาจริงๆ ถ้าแค่ย้อนไปรูปถ่ายพวกคาวบอยดูตอนปลายศตวรรษที่ 19 ที่อเมริกาได้ ‘ขยายดินแดน’ เสร็จแล้ว เราก็จะเห็นว่าพวกนี้ไม่ได้ใส่ ‘หมวกคาวบอย’ หรือ ‘หมวกเจ้าแห่งท้องทุ่ง’ หรือให้ตรงกว่านั้นก็คือไม่ใช่ทุกคนที่ใส่ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใส่ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ใส่กันก็คือพวก ‘หมวกเดอร์บี้’ แบบที่เราเห็นในหนังย้อนยุคที่ฉายภาพกรุงนิวยอร์กหรือลอนดอนในศตวรรษที่ 19 น่ะแหละ
.
ถ้าไปดูรูปวาดเก่าๆ มันก็จะชี้ตรงกันคือ สมัยที่อเมริกากำลังขยายดินแดนตลอดศตวรรษที่ 19 อันเป็นยุครุ่งเรืองของคาวบอย คนเขาไม่ได้ใส่ ‘หมวกคาวบอย’ กันแบบที่บริษัทสเตทสันพยายามจะ ‘วาดภาพอดีตใหม่’ เพื่อสร้างตำนานของสินค้าให้ย้อนไปไกลเกินความจริง
.
แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราไปดูภาพในช่วงต้นยุคศตวรรษที่ 20 เรากลับเริ่มเห็นพวกหมวกคาวบอยแพร่หลายขึ้น โดยจริงๆ ยุคนั้น พวก ‘พรีเซนเตอร์หมวกคาวบอย’ คือพวกนักแสดงโชว์คาวบอย ซึ่งที่มีโชว์แบบนี้ ก็เพราะคาวบอยแบบยุคดั้งเดิมจริงๆ มันไม่เหลือแล้ว
.
อย่างไรก็ดี ผลของการ ‘สร้างภาพยุคคาวบอยใหม่’ ผ่านหมวกคาวบอย พวกนี้กลับทรงพลังมากๆ เพราะมันทำให้หมวกคาวบอยกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกาไปในที่สุด เพราะมันทำให้คนอเมริกาค่อยๆ ‘เชื่อ’ ว่าพวกคาวบอยผู้บุกเบิกสร้างชาติอเมริกามา มันใส่หมวกแบบนี้จริงๆ ซึ่งพอพวกคนทำงานในไร่ปศุสัตว์ พวกนักร้องคันทรีใส่บ้าง ไปจนถึงการที่ทุกคนใน ‘หนังคาวบอย’ ใส่หมวกแบบนี้ คนก็ยิ่งเชื่อไปใหญ่ว่าในอดีตคนอเมริกันมันใส่หมวกแบบนี้จริงๆ
.
ในที่สุดหมวกคาวบอยก็กลายมาเป็นสิ่งที่ใช้แสดง ‘ความเป็นอเมริกัน’ และมันก็วางรากฐานระดับที่ในยุคหลัง สินค้าอะไรที่จะแสดงความเป็นอเมริกันการเอามันไปเชื่อมโยงกับคาวบอยที่ใส่หมวกคาวบอยก็เป็นสูตรสำเร็จที่ได้ผล เช่น บุหรี่นั้นดั้งเดิมก็เป็นสินค้าไม่มีสัญชาติอะไร แต่บริษัทมาร์ลโบโรก็ได้สร้างตัวคาวบอย ‘มาร์ลโบโรแมน’ และสถาปนาว่าตนคือ ‘บุหรี่รสอเมริกัน’ ได้สำเร็จ ซึ่งอะไรมันจะทำให้ชายที่ไม่มีชื่อ ไม่มีที่มาที่ไปอย่างมาร์ลโบโรแมนนั้นโผล่มาจะทำให้ทุกคนคิดกันเลยว่ามันเป็นคนอเมริกันนอกเสียจาก ‘หมวกคาวบอย’
.
ก็แน่นอนครับ อย่างที่เล่ามาทั้งหมด การพยายามสร้างภาพว่าคาวบอยสมัยก่อนใส่หมวกคาวบอยเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์ เพราะไปค้นหลักฐานจริงๆ ก็อย่างที่เล่า ยุคโน้นมันไม่มีใครใส่ ‘หมวกคาวบอย’ กัน แต่พอการบิดเบือนนี้มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย และมันกลับ ‘สร้างสัญลักษณ์’ ร่วมบางอย่างของ ‘ประเทศอันไร้ราก’ อย่างอเมริกาให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ ซึ่งแน่นอนว่าการบิดเบือนประวัติศาสตร์เล็กๆ น้อยๆ ก็คงไม่เลวร้ายอะไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเทียบกับการบิดเบือนประวัติศาสตร์ในแบบเรียนเพื่อผลทางการเมืองเน้นๆ ของหลายๆ ชาติ