โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โอดะ โนบุนากะ “ขุนพลปีศาจ” ผู้สั่งการสังหารหมู่ที่ “วัดเอ็นเรียคุจิ”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 มี.ค. 2567 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2567 เวลา 08.45 น.
วัดเอ็นเรียคุจิ (ภาพจาก Wikimedia Commons)

โอดะ โนบุนากะ (Oda Nobunaga ค.ศ. 1534-1582) คือไดเมียวคนสำคัญในยุคเซ็นโกคุ อันเป็นยุคที่ญี่ปุ่นแตกแยก ไดเมียวแว่นแคว้นต่างๆ ล้วนแก่งแย่งอำนาจ ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ โนบุนากะทยอยกำจัดศัตรู ขยายอำนาจไปเรื่อยๆ จนได้ชื่อว่าเป็นคนแรกที่รวบรวมญี่ปุ่นให้เป็นเอกภาพ แต่นั่นก็ต้องแลกด้วยชีวิตของผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นคือเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ “วัดเอ็นเรียคุจิ”

วัดเอ็นเรียคุจิ (Enryaku-ji) ตั้งอยู่บนเขาฮิเออิ (Hiei) อันศักดิ์สิทธิ์ อยู่ระหว่างเกียวโตกับชิกะ เป็นวัดพุทธมหายาน นิกายเท็นได เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่สำคัญในฐานะศูนย์รวมจิตวิญญาณชาวพุทธมานานนับพันปี

วัดเอ็นเรียคุจิ กำเนิดขึ้นใน ค.ศ. 788 โดยนักบวชนามว่า ไซโช (Saicho) ซึ่งก่อตั้งวัดตามพระราชบัญชาของจักรพรรดิคัมมุ (Kammu) เพื่อเป็นสถานที่เฝ้าระวังและป้องกันเมืองหลวง “เฮอังเกียว” (Heian-kyo ปัจจุบันอยู่ในเกียวโต) จากภัยร้ายที่จะบุกรุกจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ วัดเอ็นเรียคุจิค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางสำนักเท็นได ช่วงที่รุ่งเรืองถึงขีดสุด ว่ากันว่าวัดมีอาณาบริเวณกว้างขวาง มีอาคารกว่า 3,000 หลัง มีพระจำวัดหลายพันรูป และมีชาวบ้านที่ศรัทธาอาศัยอยู่โดยรอบหลายหมื่นคน

วัดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตนักปราชญ์สำคัญของญี่ปุ่น พระที่เคยศึกษาที่นี่มีเช่น ท่านเอไซ (Eisai) ผู้ก่อตั้งสำนักรินไซ ในนิกายเซน ท่านโดเงน (Dogen) ผู้เผยแผ่พุทธศาสนา นิกายเซน ท่านนิชิเร็น (Nichiren) ผู้ก่อตั้งและเผยแผ่พุทธศาสนา นิกายนิชิเร็น เป็นต้น

ในอดีต เป็นเรื่องปกติที่พระจะมีส่วนเกี่ยวพันกับการเมืองและอำนาจ วัดเอ็นเรียคุจิมีกองกำลังของตนเอง คือเหล่า “พระนักรบ” (Sōhei) เป็นพระที่ไม่เพียงศึกษาธรรมะในพุทธศาสนา แต่ยังฝึกฝนทักษะการใช้อาวุธและการต่อสู้ เพื่อปกป้องพุทธศาสนา ปกป้องอาราม รวมทั้งปกป้องอาณาเขตไม่ให้ภยันตรายภายนอกมารุกราน

อันตรายจากภายนอก เป็นได้ทั้งโจรที่ลอบเข้ามาขโมยทรัพย์สินสมบัติมีค่า และเป็นได้ทั้งบรรดาขุนพลนักรบที่รบกวนความสงบของท้องที่ ซึ่งหมายรวมถึง โอดะ โนบุนากะ ไดเมียวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม ถึงขั้นได้รับฉายาว่า “ขุนพลปีศาจ”

ปี 1571 โนบุนากะที่แผ่ขยายอำนาจครอบคลุมหลายพื้นที่ในญี่ปุ่น รุกคืบเข้าถึงพื้นที่บริเวณภูเขาฮิเออิ โนบุนากะรู้ดีว่า บรรดาพระนักรบแห่งวัดเอ็นเรียคุจิต่อต้านเขา และอาจบุกโจมตีกองทัพของเขาได้ทุกเมื่อ ประกอบกับความกังวลถึงอำนาจที่มากขึ้นของวัด และความหวาดระแวงว่าวัดจะซ่อนศัตรูของเขาเอาไว้

ในที่สุด โนบุนากะก็ตัดสินใจกำจัด “ภัยคุกคาม” นี้ ด้วยการส่งกองทัพไปล้อมรอบเชิงเขาฮิเออิ วางเพลิงต้นไม้ในป่า เพื่อต้อนคนขึ้นไปบนยอดเขา แล้วไล่รุกขึ้นไป กำลังพลของโนบุนากะฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ หรือพระ ล้วนถูกสังหารนับหลายพันชีวิต อาราม บ้านเรือน ทรัพย์สิน ถูกเผาทำลายอย่างย่อยยับราบเป็นหน้ากลอง

ความเงียบสงบและเสียงสวดมนต์ถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนเจ็บปวด หมอกลอยอ้อยอิ่งตามธรรมชาติถูกแทนที่ด้วยควันและเถ้าถ่านจากเปลวเพลิงที่เผาทำลายทุกอย่างบนภูเขาฮิเออิให้มอดไหม้ไม่เหลือซาก

การสังหารหมู่ที่วัดเอ็นเรียคุจิ เป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ยิ่งย้ำภาพ โอดะ โนบุนากะ ในแง่ความโหดร้าย แม้เขาจะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รวบรวมญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่นคนแรกก็ตาม

ส่วนวัดเอ็นเรียคุจิหลังจากถูกทำลายเรียบ ก็มีการฟื้นฟูบูรณะขึ้นใหม่ในราวปี 1595 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี 1994

อ่านเพิ่มเติม:

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

อ้างอิง:

“Mt.Hiei-zan Enryaku-ji Temple”. https://kyoto.travel/en/shrine_temple/126.html. Accessed 28 February 2024.

Mark Cartwright. “Enryakuji”. https://www.worldhistory.org/Enryakuji/. Accessed 28 February 2024.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โอดะ โนบุนากะ “ขุนพลปีศาจ” ผู้สั่งการสังหารหมู่ที่ “วัดเอ็นเรียคุจิ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...