โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เที่ยวไทยรอรับจีน 4 ล้านคน ลุ้น สีจิ้นผิง เปิดประเทศเพิ่มไฟลต์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ต.ค. 2565 เวลา 07.37 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2565 เวลา 06.06 น.
Photo by Peter PARKS / AFP

ตลาดท่องเที่ยวลุ้นจีนเปิดประเทศต้นปี 2566 หนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกกลับมาสู่ภาวะปกติ ชี้จีนตลาดใหญ่ ใช้จ่ายมากสุดในโลก “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.การท่องเที่ยวฯ เผยรอความชัดเจน หลัง “สี จิ้นผิง” ร่วมประชุมเอเปคเดือน พ.ย.นี้

ททท.สั่ง 5 สำนักงานในจีนติดตามใกล้ชิด พร้อมโหมโปรโมชั่นการตลาดทันทีที่จีนประกาศเปิดประเทศ ตั้งเป้าปีหน้านักท่องเที่ยวจีนทะลุ 4 ล้านคน สมาคม ATTA ชี้สัญญาณเปิดประเทศดีต่อเนื่อง ตั้งเป้าความหวังต้นปีหน้า ฟาก CAAT แย้มรัฐบาลจีนทยอยเพิ่มเที่ยวบินระหว่าง 2 ประเทศ ด้านเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยยันหลังโควิด จีนยังเป็นตลาดใหญ่ของไทย

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจท่องเที่ยวเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป ทุกประเทศทั่วโลกได้ประกาศเปิดประเทศเต็มรูปแบบแล้ว โดยกลุ่มประเทศล่าสุดที่ประกาศและเป็นตลาดสำคัญของประเทศไทย คือ เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ขณะนี้เหลือเพียง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพียงประเทศเดียวที่ยังคงนโยบายควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือ Zero-COVID Policy และยังล็อกดาวน์และห้ามประชาชนทั่วไปเดินทางเข้า-ออกนอกประเทศ รวมถึงการเดินทางระหว่างเมืองภายในประเทศบางส่วนด้วย

นักท่องเที่ยวจีน No.1 โลก

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จะยังไม่กลับมาสู่ภาวะปกติได้ หากจีนยังคงนโยบาย Zero-COVID Policy ต่อไป เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีการใช้จ่ายสูงที่สุดในโลก โดยในปี 2562 (ก่อนโควิด-19) มีคนจีนออกเดินทางไปทั่วโลกกว่า 150 ล้านคน มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึงราว 8-9 ล้านล้านบาท จากการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วโลกที่มีมูลค่าราว 50 ล้านล้านบาท

โดยในจำนวนนี้เข้าประเทศไทยจำนวน 11 ล้านคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน ใช้จ่ายในประเทศไทยมากกว่า 5.3 แสนล้านบาท หรือประมาณ 28% ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีมูลค่ารวม 1.9 ล้านล้านบาท

“ตอนนี้ทุกส่วนต่างรอคอยและลุ้นให้รัฐบาลจีนเปิดประเทศ เนื่องจากจีนเป็นตลาดสำคัญที่สุดของการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงไทย ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่ารัฐบาลจีนน่าจะมีความชัดเจนเรื่องเปิดประเทศมากขึ้น หลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนในเดือน ต.ค.นี้”

ลุ้นหลังประชุมเอเปคกลาง พ.ย.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ประเด็นการเปิดประเทศของจีนนั้นมองว่า หลังการประชุมเอเปค (APEC 2022) ที่จะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือน พ.ย.นี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจากรายงานระบุว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดี สาธารณรัฐประชาชนจีน จะเดินทางมาร่วมประชุมด้วย

“ที่ผ่านมารัฐบาลไทยมีการประสานกับทางการจีนผ่านช่องทางทางการทูตอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ถ้าจะให้ชัดเจนมากกว่านี้ต้องรอการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ประเทศในช่วงประชุมเอเปค ถ้าจีนเปิดประเทศทันช่วงปลายปีนี้จะช่วยเร่งตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือนธันวาคมให้สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้”

นายพิพัฒน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลจีน โดยสำนักงานการบินพลเรือนจีน (CAAC) ได้ทยอยผ่อนคลายมาตรการและเพิ่มจำนวนเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออก ระหว่างจีนกับไทยเป็นระยะเช่นกัน ปัจจุบันทำการบินอยู่ที่จำนวน 15 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเชื่อว่าหลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ในกลางเดือน ต.ค.นี้ น่าจะเห็นทิศทางบวกในการเปิดประเทศจีน เพราะจากกระแสข่าวพบว่าประชาชนส่วนหนึ่งต้องการใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น

ทยอยเปิดมณฑลตอนใต้ก่อน

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงในเรื่องนี้ว่า ททท.มีความคาดหวังว่าหลังจากประชุมผู้นำเอเปคที่ไทย ในกลางเดือน พ.ย.นี้ จีนจะเปิดประเทศมากขึ้น เนื่องจากเห็นสัญญาณที่ดีของการตอบรับเข้าร่วมประชุมของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดี แม้ว่าจะเป็นการตอบรับด้วยวาจาก็ตาม

“เรามองว่าถ้าผู้นำออกนอกประเทศได้ น่าจะเป็นสัญญาณบวกที่จะส่งผลให้ตลาดจีนเปิดมากขึ้น หากจีนจะเปิดในปลายไตรมาส 4 ปีนี้ หรือต้นไตรมาส 1 ปีหน้า นั้นน่าจะยังไม่เปิดพร้อมกันทั่วประเทศ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว ฯลฯ แต่อาจทยอยเปิดเป็นสเต็ป เป็นบางพื้นที่ เช่น มณฑลยูนนาน และมณฑลอื่น ๆ ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเชื่อมโยงกับฮ่องกง เพราะขณะนี้ฮ่องกง เสิ่นเจิ้น เริ่มผ่อนคลายมากแล้ว”

ททท.พร้อมอัดแคมเปญรับ

นายธเนศวร์กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาสำนักงาน ททท.ทั้ง 5 แห่งในจีน ทำการติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการเปิดประเทศของจีนอย่างใกล้ชิด และรายงานว่า จีนส่งสัญญาณมาตลอดว่าท่าทีของรัฐบาลจีนได้ทยอยผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เพียงแต่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสไตล์ของรัฐบาลจีน

อาทิ จำนวนเที่ยวบินเข้า-ออกระหว่าง 2 ประเทศที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากไม่ถึง 10 เที่ยวต่อสัปดาห์ เมื่อ 3 เดือนก่อน มาอยู่ที่เกือบ 20 เที่ยวบินในขณะนี้ หรือการผ่อนคลายมาตรการให้กลุ่มนักธุรกิจ นักเรียน นักศึกษา เดินทางระหว่าง 2 ประเทศได้ เป็นต้น

“ตอนนี้เราสั่งให้ทุกสำนักงานในจีนเตรียมการขายทันที เมื่อทางการจีนส่งสัญญาณชัดเจน ปัจจุบันทุกสำนักงานก็เริ่มมีการจับมือกับพันธมิตร ทั้งสายการบิน บริษัทนำเที่ยว และโอทีเอ (online travel agents : OTA) รายใหญ่ อาทิ อาลีบาบา ฯลฯ รวมถึงมีการคุยกันแผนเชิงลึกแล้ว จีนประกาศเปิดประเทศเมื่อไหร่ เราพร้อมทำการส่งเสริมการขายทันที” นายธเนศวร์กล่าว

ปี 2566 ตั้งเป้าจีนเที่ยวไทย 4 ล้าน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์สื่อก่อนหน้านี้ว่า ในส่วนของตลาดจีนที่ยังคงนโยบายควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้นนั้น ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น จากการผ่อนคลายในเรื่องมาตรการการกักตัว และมาตรการทางการบิน

จึงเชื่อว่าประเทศไทยจะมีโอกาสเปิดเที่ยวบินระหว่าง 2 ประเทศได้เพิ่มมากขึ้น โดยสำนักงาน ททท.ในประเทศจีนจะมีการหารือกันในบางมณฑลถึงความร่วมมือการเดินทางและความปลอดภัย โดยจะมีนักท่องเที่ยวจีนมาเยือนไทยจำนวน 4 ล้านคนในปี 2566

ATTA หวังต้นปีหน้า

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) หรือสมาคมทัวร์อินบาวนด์ (ท่องเที่ยวขาเข้า) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับทางเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ล่าสุดพบว่าสัญญาณการเปิดประเทศของจีนมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สมาคมมองว่าเร็วที่สุด น่าจะเป็นช่วงปลายปี 2565 นี้ แต่ก็ยังไม่กล้าคาดหวังนัก สมาคมจึงตั้งความหวังไว้ที่ต้นปี 2566 เนื่องจากปีนี้รัฐบาลจีนยังคงนโยบาย Zero-COVID Policy อย่างเข้มแข็ง

“จากการพูดคุยกันเขาบอกว่า ตอนนี้สถานการณ์การปิดประเทศยาวนานมาเกือบ 3 ปีแล้ว และควรจะเปิดได้แล้ว และหลายหน่วยงานก็อยากให้เปิด อย่างไรก็ตาม ในมุมของตนคิดว่ารัฐบาลจีนน่าจะเปิดประเทศเชื่อมโยงกับทาง สปป.ลาว ก่อนประเทศไทย เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟจีน-ลาว ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว”

ทยอยเพิ่มเที่ยวบิน 2 ประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) รายงานว่า ปัจจุบันรัฐบาลจีนยังคงมาตรการเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเข้มงวด แต่ก็ได้ผ่อนคลายการเดินทางระหว่างประเทศกับไทย ด้วยการเพิ่มเที่ยวบินโดยสารจากไทยเข้าจีน จาก 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในเดือนสิงหาคม 2565 เป็น 15 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเที่ยวบินจากจีนเข้าไทยเป็น 15 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เช่นกัน ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

เพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางที่มีความสำคัญ เช่น การเดินทางด้านธุรกิจ การเดินทางกลับภูมิลำเนา และกรณีที่มีความจำเป็นอื่น ๆ ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ โดยประเทศไทยอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะสามารถเป็นจุดขนส่งผู้โดยสารเข้าออกประเทศจีน เมื่อจีนพิจารณาเปิดให้ทำการบินเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจีนยังไม่อนุญาตให้เพิ่มเที่ยวบินไปยังบางเมือง ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว เนื่องจากจะเกินขีดความสามารถของสนามบินในเมืองดังกล่าว และให้เปิดทำการบินในเมืองอื่น ๆ แทน

ยันจีนเป็นตลาดใหญ่ของไทย

นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวเนื่องในโอกาสวันชาติจีน 1 ต.ค. ถึงคำถามว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาไทยได้เมื่อใดว่า ก่อนเกิดโรคระบาด จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาเยือนไทยทะลุ 10 ล้านคนต่อปี มีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทย ประเทศไทยมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวมากมาย

และชาวจีนจำนวนมากอยากยกให้ไทยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ ความเงียบสงบของเชียงใหม่ ฟ้าใส และฟ้าครามที่ภูเก็ต ล้วนได้สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้นักท่องเที่ยวชาวจีน

“โรคระบาดได้จำกัดการเดินทางของนักท่องเที่ยว แต่ไม่สามารถยับยั้งความปรารถนาของผู้คนที่จะเดินทางมาไทยได้ ขณะที่เรามีความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดที่ดียิ่งขึ้น จะทำให้การเข้าออกประเทศของผู้คนราบรื่นขึ้นเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่า จีนจะยังคงเป็นประเทศต้นทางของนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทยหลังโควิด ขอให้เราตั้งตารอและทำงานอย่างหนักเพื่อให้วันนั้นมาถึงในเร็ววัน” เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...