โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมรสเท่าเทียม : 3 วัน เกือบ 5 หมื่นคน ประชาชนแห่ให้ความเห็นร่าง พ.ร.บ.แก้กฎหมายเปิดทางแต่งงานเพศเดียวกัน

Khaosod

อัพเดต 07 ก.ค. 2563 เวลา 16.38 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2563 เวลา 16.38 น.

สมรสเท่าเทียม : 3 วัน เกือบ 5 หมื่นคน ประชาชนแห่ให้ความเห็นร่าง พ.ร.บ.แก้กฎหมายเปิดทางแต่งงานเพศเดียวกัน - BBCไทย

"เพราะเรื่องเพศเป็นเรื่องของทุกคน" ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วิเคราะห์สาเหตุที่ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์สร้างประวัติศาสตร์ในการรับฟังความคิดเห็นทางเว็บไซต์รัฐสภาด้วยการมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากกว่า 45,000 คนในเวลาเพียง 3 วัน

ธัญวัจน์ซึ่งประกาศตัวเป็น ส.ส. "กะเทย" เป็นผู้นำการเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งฯ เข้าสู่สภา บอกกับบีบีซีไทยว่านี่ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย และเป็นสิ่งที่สะท้อนความจริงว่า สังคมไทยให้ความสนใจ เข้าใจและมองเห็นความไม่เสมอภาคทางเพศมากขึ้น

ประเด็นสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้คือการเสนอขอแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งฯ เพื่อให้คนทั้งเพศเดียวกันและต่างเพศหมั้นและสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และให้มีสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสในเรื่องต่าง ๆ ตามกฎหมาย โดยให้แก้ไขถ้อยคำในหลายมาตราที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า "สามีและภรรยา" เป็น "คู่สมรส"

รัฐสภาเผยแพร่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้บนเว็บไซต์รัฐสภาเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ผ่านไปเพียง 3 วัน มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้วกว่า 45,000 คน ในช่วงเย็นวันนี้ (7 ก.ค.) ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในบรรดาร่าง พ.ร.บ.ที่สภาเปิดรับฟังความคิดเห็นทางเว็บไซต์ทั้งหมด 49 ฉบับ

มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ระบุว่า ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้าน รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนํามาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน

ในร่าง พ.ร.บ. 49 ฉบับที่เข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น แบ่งเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่ปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว 23 ฉบับ และกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นอยู่ 26 ฉบับ โดยผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นจะต้องระบุเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและตอบคำถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ในประเด็นต่าง ๆ พร้อมระบุเหตุผล

ร่าง พ.ร.บ.ส่วนใหญ่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากเป็นหลักสิบ หลายฉบับไม่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเลยแม้แต่คนเดียว

ร่าง พ.ร.บ.ที่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากเป็นหลักร้อยและหลักพันมีเพียง 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร ที่เสนอโดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกลและคณะ มีผู้แสดงความเห็นแล้ว 2,399 คน และร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต เสนอโดยนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.พรรคก้าวไกล มีผู้แสดงความเห็นแล้ว 879 คน

ธัญวัจน์กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าประชาชนเห็นไปในทางใด จนกว่าจะเจ้าหน้าที่จะปิดรับฟังความเห็น ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่า 15 วัน แต่การที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ย่อมเป็นผลดีที่จะทำให้รัฐบาลและรัฐสภาต้องรับฟังเสียงของประชาชนในการพิจารณากฎหมาย

มีอะไรอยู่ในร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งฯ

เว็บไซต์รัฐสภาสรุปสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไว้ว่า "เสนอขอแก้ไขเพื่อให้บุคคลธรรมดาทั้งเพศเดียวกันและต่างเพศ สามารถทำการหมั้นและสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อบุคคลธรรมดาได้หมั้นหรือสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ให้มีสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงการแบ่งมรดกของผู้ตายที่มีคู่สมรส

แก้ไขถ้อยคำ ขอให้มีการแก้ไขถ้อยคำที่บัญญัติว่า "สามีและภรรยา" ที่ปรากฏในหลายมาตราของประมวลกฎหมายแพ่งฯ เป็น "คู่สมรส" เช่น "ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา" เป็น "ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส" และ "ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา" เป็น "ทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส"

การหมั้น ให้บุคคลเพศเดียวกันหรือต่างเพศซึ่งมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ทำการหมั้นได้ และเสนอกำหนดคำศัพท์ขึ้นใหม่เป็น "ผู้หมั้น" และ "ผู้รับหมั้น" แทนคำว่า "ชาย" และ "หญิง" ส่วนของเรื่องสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่หมั้นยังคงตามหลักการเดิม

การสมรส ให้บุคคลเพศเดียวกันหรือต่างเพศซึ่งมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ สามารถสมรสกันได้ หรือหากมีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้ สำหรับเงื่อนไขการสมรสยังคงหลักการเดิม แต่มีการปรับถ้อยคำจากคำว่า "ชาย" หรือ "หญิง" เป็น "บุคคล" เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการสมรสระหว่างบุคคล เช่น

  • บุคคลซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาจะทำการสมรสกันมิได้
  • บุคคลจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสไม่ได้
  • การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองยินยอมเป็นคู่สมรส
  • คู่สมรสต้องอยู่กินกันฉันคู่สมรสและช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามความสามารถและฐานะของตน
  • การจัดการทรัพย์สิน หนี้สินของคู่สมรส สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส
  • การหย่า เหตุหย่า การฟ้องหย่าระหว่างคู่สมรส สิทธิได้รับค่าทดแทน การแบ่งสินสมรส
  • การเป็นผู้อนุบาลคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งกรณีศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

การรับบุตรบุญธรรม ให้คู่สมรสซึ่งเป็นเพศเดียวกันซึ่งจดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายสามารถรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ และให้มีสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสด้วยกัน

การรับมรดก กรณีผู้ตายมีคู่สมรส ต้องมีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยให้นำเรื่องส่วนแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส และคู่สมรสที่ร้างกันหรือแยกกันอยู่โดยยังมิได้หย่ากันตามกฎหมายยังคงมีสิทธิโดยธรรมในการสืบมรดกซึ่งกันและกัน

คำถามในการรับฟังความคิดเห็น

สำหรับคำถามที่ใช้ในการรับฟังความเห็นของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีทั้งหมด 4 ข้อ โดยให้ตอบว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะอะไร และมีช่องให้เขียนข้อเสนอแนะ

1.ควรแก้ไขให้บุคคลไม่ว่าจะเป็น "เพศเดียวกัน" และ "ต่างเพศ" สามารถทำการหมั้นกันได้หรือไม่

2.ควรแก้ไขให้บุคคลไม่ว่าจะเป็น "เพศเดียวกัน" หรือ "ต่างเพศ" สามารถสมรสกันได้ ตามกฎหมายหรือไม่

3. ควรแก้ไขอายุบุคคลที่จะทำการสมรสกันได้ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป หรือไม่

4. ควรแก้ไขให้คู่สมรสทั้งที่เป็นเพศเดียวกันและต่างเพศมีสิทธิ หน้าที่ ความสัมพันธ์ระหว่างกันเหมือนสิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยาหรือไม่

การต่อสู้ของ "ครูธัญ"

ธัญวัจน์บอกกับบีบีซีไทยว่า การนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสู่สภาเป็นหนึ่งในภารกิจที่เขาตั้งใจทำเพื่อปกป้องสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพราะตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน การระบุว่าการสมรสและครอบครัวเป็นเรื่องของชาย-หญิงถือเป็นการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ

การแก้ไขถ้อยคำในประมวลกฎหมายแพ่งฯ ตามที่กล่าวมาข้างต้นจะทำให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศได้รับสิทธิตามกฎหมายเช่นเดียวกับคู่สมรสที่เป็นชาย-หญิง

"การแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะแก้ปัญหาเรื่องความไม่เสมอภาคในทางกฎหมายของผู้มีความหลากหลายทางเพศได้ และยังเป็นการง่ายสำหรับทุกฝ่าย เช่น หน่วยงานราชการ ตำรวจ หรือเอกชนที่ต้องจัดการเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ เพราะกฎหมายอื่น ๆ ก็ใช้คำว่าคู่สมรสอยู่แล้ว รวมถึงประกันชีวิต สัญญาต่าง ๆ ก็ผูกพันถึงคู่สมรสอยู่แล้ว" ธัญวัจน์อธิบาย

ธัญวัจน์ให้ความเห็นถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นความพยายามอีกทางหนึ่งเพื่อให้มีการรับรองสิทธิของคู่รักเพศเดียวกันว่า เขายังคงเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งฯ น่าจะเป็นทางที่ดีและครอบคลุมกว่าการเสนอกฎหมายฉบับใหม่ที่เขาเห็นว่ายังไม่ครอบคลุมสิทธิทั้งหมดของการใช้ชีวิตคู่ เช่น สิทธิในการรักษาพยาบาล การรับสวัสดิการ เป็นต้น อีกทั้งยังอาจสร้างความยุ่งยากในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเนื่องจากกฎหมายอื่น ๆ ไม่ได้มีการรองรับคำว่า "คู่ชีวิต"

ธัญวัจน์บอกว่าหลังจากปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ร่าง พ.ร.บ.นี้ก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรี ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

"ระหว่างนี้เราจะเดินหน้าให้ข้อมูลกับคนที่ยังไม่เข้าใจความหลากหลายทางเพศ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจในเรื่องนี้ แต่เราต้องเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นจะเป็นแค่การสื่อสารระหว่างคนที่เข้าใจกันเองและพูดคุยกันเอง แต่นี่เป็นเรื่องของคนทุกคน เพราะผู้ชายผู้หญิงทุกคนมีเพื่อน มีครู มีญาติ มีเพื่อนร่วมงานที่เป็น LGBT คนที่เป็น LGBT ก็มีเพื่อนที่เป็นผู้ชายเป็นผู้หญิง"

"และเมื่อถึงเวลาอภิปรายในสภา เราก็จะชี้ให้เห็นว่านี่เป็นเรื่องของสิทธิพื้นฐานและชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขกฎหมายนี้จะเป็นผลดีกับทุกฝ่ายอย่างไร"

ธัญวัจน์ยอมรับว่าโดยส่วนตัวแล้ว เขามีความหวังลึก ๆ ด้วยว่าการผลักดันการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จะพิสูจน์ให้สมาชิกรัฐสภาและสังคมมีมุมมองและทัศนคติต่อ ส.ส.กะเทยเปลี่ยนไป เพราะนับตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ในสภา เขาต้องเผชิญกับ "อคติและมายาคติ" ที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภามีต่อกะเทยอย่างเขาไม่น้อย

"คนส่วนใหญ่มักมองกระเทยแค่เป็นสีสัน เป็นความสนุก ซึ่งไม่ได้ผิด เราก็มีความสนุกสนาน แต่เราก็มีเนื้อหาสาระ มีภารกิจสำคัญที่ต้องผลักดัน ความเป็นกระเทยทำให้เราต้องเผชิญกับอคติซึ่งเราต้องทลายกรอบนี้ไปให้ได้ เพื่อให้สภาเห็นสาระที่เราต้องการผลักดันและตระหนักว่าเราเป็นผู้แทนของประชาชน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...