โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รู้ไว้ไม่งงตาแตก! รวม 10 สำนวนอังกฤษที่เกี่ยวกับ "อวัยวะ" ในร่างกาย

Dek-D.com

เผยแพร่ 26 พ.ย. 2561 เวลา 03.10 น. • DEK-D.com
สำนวนเกี่ยวกับอวัยวะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย!

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน … เชื่อว่าคนที่เรียนภาษาต่างประเทศไม่ว่าจะภาษาไหนก็ตาม ต้องมีปัญหาเรื่องการแปลสำนวนแน่นอน เพราะบางทีเราอาจต้องอิงถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้นด้วย แต่จะว่าไปแล้วบางสำนวนก็คล้ายคลึงกับภาษาไทยไม่น้อยเลยค่ะ วันนี้ พี่เยลลี่เลยรวบรวมสำนวนที่เกี่ยวกับอวัยวะในร่างกายมาให้ เวลาเจอสำนวนแบบนี้จะได้ไม่ “งงตาแตก” อีกต่อไป พร้อมแล้วไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ^^

Give a hand / Lend a hand

via GIPHY
สำนวน Give a handหรือ Lend a handแปลตรงตัวว่าขอมือหน่อย แต่ที่จริงแล้วสำนวนนี้มีความหมายว่า “ให้ความช่วยเหลือ”ต่างหากค่ะ อย่างภาษาไทยมีคำที่คล้ายกันว่า ยื่นมือเข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นถ้ามีคนมาพูดกับน้องๆ ว่า Could you give me a hand?นั่นแปลว่าเค้ากำลังขอความช่วยเหลือจากเรา ถ้าไม่อยากหน้าแห้งต้องจำไว้นะคะ จะได้ไม่เผลอยื่นมือไปเวลาถูกถามคราวหน้า /แหะๆ
ตัวอย่าง
He alwaysgive a handto anyone in difficulty
เขาช่วยเหลือคนที่กำลังลำบากเสมอ

Over my dead body

via GIPHY
ใครที่เป็นคอซีรี่ส์กำลังภายในของจีนต้องคุ้นเคยกับคำนี้แน่นอน เพราะเจอบ่อยมากก่อนจะถึงฉากประลองยุทธ์ 5555 สำนวน Over my dead bodyแปลว่า “ข้ามศพข้าไปก่อน!” หรือ “ไม่มีทาง”นั่นเองค่ะ ที่ใช้คำว่าศพในสำนวนนี้ เพราะคนตายไม่สามารถลุกมาห้ามหรือขัดขวางอะไรได้แล้ว (ถ้าลุกขึ้นมาก็ตัวใครตัวมันเด้อ…) รู้อย่างนี้แล้วแทนที่เราจะตอบแบบเดิมๆ ว่า No way ก็เปลี่ยนมาใช้สำนวนนี้แทน จะได้ดูไฮโซขึ้นไปอีกหนึ่งระดับเนอะ
ตัวอย่าง
You'll marry him over my dead body!
เธอจะได้แต่งกับเขาต่อเมื่อฉันตายเท่านั้นแหละ!

Sweet tooth

via GIPHY
สายของหวานต้องไม่พลาดสำนวนนี้ Sweet toothแปลว่า“ชอบของหวาน”ดังนั้นเวลาเราจะบอกคนอื่นว่าชอบกินของหวาน สามารถพูดว่า I have sweet tooth.ได้เลย ดูดีกว่าบอกว่า I like eating sweets. ค่ะ แต่เอาเข้าจริงพี่ว่าคนไทยติดรสหวานกันมากๆ อย่างชาเย็นหวานปกติของบ้านเรานี่เป็นน้ำเชื่อมได้เลย เคยเจอร้านนึงใส่น้ำตาลทราย 4 ช้อนกลางพูนๆ บวกนมข้นเข้าไปอีก ดื่มเสร็จตัดขาทิ้งเลยจ้า ฮือ TT TT ใครที่สั่งขอหวานๆ ต้องลดระดับความหวานลงบ้างนะคะ ด้วยความเป็นห่วงเด้อ
ตัวอย่าง
I've never met anyone with such a sweet tooth.
ฉันไม่เคยเจอใครที่ชอบกินของหวานขนาดนี้มาก่อนเลย

(Be) all ears

via GIPHY
มีคำว่าหูแบบนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับการฟังแน่นอน ใช่แล้วค่ะ All earsมีความหมายว่า “ตั้งใจฟัง” “ฟังอยู่”หรือ “พร้อมที่จะฟัง”ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค เช่น ถ้ามีเพื่อนถลาเข้ามาหาบอกว่ามีเรื่องจะเล่าให้ฟังอะแก๊ “All ears!” ในที่นี้จะหมายถึง ว่ามาโลด พร้อมฟัง นั่นเอง สำหรับการใช้ก็แค่บวกด้วย Verb to be เท่านั้นค่ะง่ายมากๆ
ตัวอย่าง
Now children, I want you tobe all earsin class.
เอาล่ะเด็กๆ ครูอยากให้พวกหนูตั้งใจฟังในคลาสนะจ๊ะ

Thick in the head

via GIPHY
Thick in the headถือเป็นอีกสำนวนที่มีความหมายคล้ายกับในภาษาไทย ซึ่งเจ้าคำว่า หนาในหัว นี่ แปลว่า “หัวทึบ หรือ ไม่ฉลาด”น้องๆ อาจจำว่าเป็นเพราะสมองไม่ปลอดโปร่ง ความคิดเลยไม่แล่น หรือถ้าใครจะใช้คำว่า thick-headed ก็ได้เหมือนกันค่ะ
ตัวอย่าง
I'm a bit thick in the headwhen it comes to reading a map.
ฉันรู้สึกโง่หน่อยๆ อะเวลาที่ต้องดูแผนที่

Pull one's leg

via GIPHY
ข้อนี้ถ้าให้เดาจากคำศัพท์ บางคนอาจนึกว่าหมายถึงขัดแย้งกัน เพราะมีสำนวนไทยคล้ายๆ กันว่า ‘ขัดขา’ อยู่ แต่ไม่ใช่เลยค่ะ เพราะ Pull one’s leg ความหมายว่า“ล้อเล่น”ซึ่งสำนวนนี้จะอยู่ในรูปของ Continuouse tense ซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะและคำว่า leg ต้องเป็นเอกพจน์เสมออย่าเติม s ลงไปนะ
ตัวอย่าง
“You came first! You’ve won the prize!”
คุณมาถึงเป็นคนแรก ชนะรางวัลไปเลยครับ!
“Really? Or are you justpulling my leg?”
จริงเหรอ? นี่ล้อเล่นอยู่หรือเปล่าคะ?

Flesh and blood

via GIPHY
ใจเย็นๆ นะคะอย่าเพิ่งหิว Flesh and bloodไม่ได้หมายถึงต้มเลือดหมู แต่มันแปลว่า“เลือดเนื้อเชื้อไข” ค่ะ ซึ่งตัวสำนวนนี้เนี่ย จะมีเซนส์บอกถึงความเป็นสายเลือดเดียวกันอยู่ น้องๆ สามารถใช้กล่าวถึงญาติพี่น้องของตัวเองได้หมดเลย หรือถ้าเป็นพ่อแม่ก็สามารถใช้พูดถึงลูกได้เช่นกัน
ตัวอย่าง
He raised those kids like they were his own flesh and blood.
เขาเลี้ยงเด็กๆ พวกนั้นเหมือนกับเป็นลูกในไส้ของตัวเองจริงๆ เลยแหละ

Make my blood boil

via GIPHY
ในภาษาไทยเราสามารถใช้คำว่า เดือดปุดๆ เป็นการเปรียบเทียบเวลาโกรธจัด ในภาษาอังกฤษเองก็เช่นกันค่ะ คำว่า “โกรธมากๆ” สามารถใช้สำนวน Make my blood boilมาจากที่เวลาโมโหหรือโกรธ เลือดเราจะสูบฉีด ทำให้รู้สึกร้อนๆ แต่ส่วนตัวพี่ว่าคำว่าหัวร้อนในปัจจุบันนี่เห็นภาพกว่าเยอะเลยค่ะ 5555
ตัวอย่าง
The way he treats his employees really makes my blood boil.
วิธีที่หมอนั่นปฏิบัติกับลูกน้องทำให้ผมเดือดมากๆ

Head over heels (in love / in debt)

via GIPHY
สำหรับคำนี้อาจต้องรวบรวมสติกันเล็กน้อย Head over heels หากแปลตรงตัวจะหมายถึง กลับหัวกลับหางไม่อยู่ในสภาวะปกติ พูดง่ายๆ เหมือนคนกำลังหกสูงตีลังกาค่ะ แต่ถ้ามาในรูปแบบของสำนวน ที่พบบ่อยๆ เลยคือHead over heels in loveแปลว่า "รักหัวปักหัวปำ"หรือ "รักจนโงหัวไม่ขึ้น"ส่วนอีกอันที่มีโอกาสเจอเช่นกันคือHead over heels in debtหรือ "หนี้ท่วมหัว" นั่นเองค่ะ
ตัวอย่าง
I’mhead over heels in lovewith Ong Seongwu.
ฉันน่ะ รักองซองอูจนโงหัวไม่ขึ้นเลยจ้ะเธอ

Shoulder to cry on

via GIPHY
มาถึงข้อสุดท้ายอย่างShoulder to cry onพี่ว่าสำนวนนี้น้องๆ น่าจะเดาความหมายได้ไม่ยาก แต่ไม่ได้แปลตรงตัวว่า ไหล่ที่เอาไว้ร้องไห้เด้อ ในที่นี้หมายถึง “คนที่รับฟังปัญหาและให้คำปรึกษา” นั่นเอง เรียกได้ว่า มีไหล่เอาไว้ให้ซบบบ มีมุมให้เธอได้พักกก ถ้าเราเป็น Shoulder to cry on ของใครซักคนคงน่าดีใจไม่น้อยเลยค่ะ เพราะแปลว่าเค้าให้ความไว้ใจและพร้อมเล่าทุกอย่างให้ฟัง แต่ถ้าน้องๆ จะใช้สำนวนนี้ ต้องอย่าลืมว่า Shoulder เป็นเอกพจน์เสมอเพราะถ้าเป็นพหูพจน์จะหมายความว่าซบซ้ายทีร้องไห้ 2 เฮือกละสลับไปขวา อันนั้นพี่ว่าน่าจะเป็นหนังอินเดียมากกว่าหนังซึ้งๆ ค่ะ 55555
ตัวอย่าง
Remember, I'm always here if you need a shoulder to cry on.
จำไว้นะ ผมอยู่ตรงนี้เสมอถ้าคุณต้องการที่พึ่งพิง
ดูๆ แล้วบางสำนวนถือว่าคล้ายกับในภาษาไทยมากเลยค่ะ แถมเป็นคำที่มีโอกาสใช้ได้ในชีวิตประจำวันอีกต่างหาก น่าจะนำไปปรับใช้ได้ไม่ยาก ซึ่งจริงๆ แล้วยังมีสำนวนเกี่ยวกับอวัยวะที่น่าสนใจอีกเยอะแยะเลย ไว้โอกาสหน้าพี่จะรวบรวมมาให้น้องๆ ได้ดูกันอีกนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าน้า บ๊ายบาย ^^

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...