โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เอไอเอส รักสิ่งแวดล้อม​ เปิดโครงการอีเวสต์ ทิ้งรับพอยท์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ก.ย 2563 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2563 เวลา 07.50 น.

เอไอเอส รักสิ่งแวดล้อม​ เปิดโครงการอีเวสต์ ทิ้งรับพอยท์ ทุกการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้เอไอเอส​พอยท์

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ​เอไอเอส​ เปิดเผย​ว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเวสต์ เป็นหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่ง​หากไม่จัดการอย่างถูกวิธีจะเกิดการรั่วไหลของสารเคมีลงสู่พื้นดินและแหล่งน้ำ ทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

ดังนั้น ที่ผ่านมา เอไอเอส จึงเน้นการลดผลกระทบที่เกิดจากของเสียในการดำเนินธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อม และจัดทำโครงการคนไทยไร้อีเวสต์ เพื่อเป็นแกนกลางรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปกำจัดอย่างถูกวิธี ซึ่งตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน สามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดจากโครงข่ายและการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการรับจากทั่วประเทศ ไปกำจัดรวมทั้งสิ้นกว่า 710 ตัน

นายสมชัย กล่าวว่า เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและขอบคุณกลุ่มลูกค้า จึงเปิดตัวแคมเปญใหม่ในชื่อ เอไอเอส อีเวสต์ ทิ้งรับพอยท์ โดยทุกการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นคะแนนเอไอเอส พอยท์ ใน 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ 5 ประเภท ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอรี่มือถือ, สายชาร์จ, หูฟัง และพาวเวอร์แบงก์ ไปยังเอไอเอสช็อปใกล้บ้าน จากนั้นแจ้งกับพนักงานว่าต้องการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้ง นำขยะหย่อนลงถัง และสแกนคิวอาร์โค้ด​ เพื่อรับเอไอเอส พอยท์ โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบยอดรวม เอไอเอส พอยท์ ได้ที่แอพพลิเคชัน​มายเอไอเอส​

โดยขยะอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชิ้นมีค่า 5 คะแนน 1 หมายเลขสามารถรับเอไอเอส พอยท์ได้สูงสุด 10 คะแนนต่อวัน ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 1 กันยายน -​ 31 ตุลาคม 2563 ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการมีภาคีเครือข่ายทั่วประเทศรวมกว่า 52 องค์กร กว่า 2,000 จุดทั่วประเทศในการรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์

“ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี หากเรายังนิ่งเฉย ละเลย และไม่กำจัดอย่างถูกวิธี ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาอาจจะสายเกินแก้ จึงขอเชิญชวนร่วมภารกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แบตเตอรี่มือถือ สายชาร์จ หูฟัง หรือพาวเวอร์แบงก์ มาร่วมกำจัดกับเรา” นายสมชัย กล่าว

ทั้งนี้​ จากรายงานของ The Global E-Waste Monitor 2020 มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (United Nation University, UNU) คาดการณ์ว่าปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกจะมีมากถึง 53.6 ล้านเมตริกตัน ในปี 2562 และจะสูงขึ้นถึง 74.7 ล้านเมตริกตันในปี 2573 โดยทวีปเอเชียเป็นทวีปที่ผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์สูงที่สุดกว่า 24.9 ล้านเมตริกตัน ในปริมาณขยะทั้งหมดมีเพียง 17.4% ที่ได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธี ที่เหลืออีกกว่า 82.6% ไม่สามารถติดตามได้

นางสาวนัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าแผนกงานพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน เอไอเอส​ กล่าวว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัท ในด้านสิ่งแวดล้อมนอกเหนือจากการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้ว บริษัทยังมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ และบริเวณใกล้เคียงกับสถานีฐาน

โดยในส่วนของศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ ปัจจุบันติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้ว 2 แห่ง จากที่มีอยู่ทั้งหมด 9 แห่ง ขณะที่สถานีฐาน ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 1,000 แห่ง จากที่มีอยู่ทั้งหมด 30,000 แห่ง คาดว่าจะติดตั้งได้ประมาณ 6,000 แห่ง ภายใน 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ดังกล่าวปัจจุบันจะเห็นในแง่ประสิทธิภาพมากกว่าการลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากบริษัทมีการขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวจะเห็นในแง่การลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...