โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็คลิสต์ 10 อันดับ หุ้น SET100 P/E ต่ำ!!

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 23.51 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 02.04 น. • ศุภมาศ ศรีขำ

P/E หรือ Price to Earning เป็นอัตราส่วนทางการเงิน ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดของหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นที่บริษัทนั้นๆ ทำได้ในรอบปีล่าสุด หรือ อธิบายง่ายๆ คือ ค่า P/E สามารถประมาณการจุดคุ้มทุนให้กับผู้ลงทุนได้ ทำให้มักถูกนำมาประกอบการตัดสินใจเพื่อเข้าลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งเสมอ
แต่การวัดความถูกแพงหรือจุดคุ้มทุนของหุ้นด้วย P/E เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะหุ้นที่ P/E ต่ำอาจเกิดจากราคาหุ้นที่ปรับลดลง หรือกำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก็ได้ ดังนั้นนักลงทุนต้องนำงบการเงิน ราคาหุ้น และอัตราส่วนทางการเงินอื่นๆ มาประกอบการตัดสินใจก่อนลงทุนด้วย ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมหุ้นในกลุ่ม SET100 ที่มี P/Eต่ำที่สุด 10 อันดับมาให้ดูกัน

จากตารางด้านบนจะเห็นได้ว่า หุ้นที่มี P/E ต่ำสุดสองอันดับแรก คือ STA หรือ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และ STGT หรือ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งมี P/E อยู่ที่ 2.28 เท่า และ 2.71 เท่า ตามลำดับ หากย้อนดูราคาหุ้นจะเห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นทั้งสองบริษัทปรับตัวลงอย่างมาก จากปัญหาด้านขนส่งและแนวโน้มราคาขายถุงมือยางในตลาดโลกที่ลดลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวข้างต้นอาจเป็นสาเหตุให้ P/E ปรับลงมาอยู่ในระดับต่ำมาก

STA เหมาะลงทุนระยะยาวหรือหวังเงินปันผล

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย)ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 4/64 ของ STA ที่ 2,817 ล้านบาท ลดลง 25%จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 45.2%จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ธุรกิจยางธรรมชาติยังเติบโตต่อทั้งในแง่ของปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ย แต่ธุรกิจถุงมือยางยังปรับตัวลงตามราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง ส่วนแนวโน้มไตรมาส 1/65คาดยังชะลอตัวจากไตรมาส 4/64 จากธุรกิจถุงมือยางที่ชะลอตัวต่อ อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าราคาขายเฉลี่ยของถุงมือยางจะไม่ได้ปรับลงไปมากกว่านี้แล้ว ในช่วงที่เหลือของปีและธุรกิจยางธรรมชาติมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในด้านปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ย โดยปริมาณขายคาดเติบโตจาก demand ล้อยางทั่วโลกที่สูงขึ้น และการย้ายฐานการผลิตจากอินโดนีเซียมาไทย ส่วนราคาขายเฉลี่ยคาดสูงขึ้นตามวัฏจักรขาขึ้นของราคายางธรรมชาติ ดังนั้น สัดส่วนกำไรธุรกิจยางธรรมชาติที่จะมีมากขึ้นในปีนี้และปัญหาการขนส่งทางเรือที่คาดจะคลี่คลายมากขึ้น
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่ากำไรของ STA มีโอกาสที่จะพลิกกลับมาเติบโตจากไตรมาสต่อไตรมาสได้หลังผ่านไตรมาส 1/65เป็นต้นไป โดยปรับประมาณการกำไรปกติปี 2564 ขึ้น 1 % เป็น 18,085 ล้านบาท แต่ปรับกำไรปี 2565 ลง 2% เป็น 9,152 ล้านบาท รวมถึงปรับราคาเหมาะสมเป็น 32.50 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับการลงทุนระยะยาว หรือการคาดหวังเงินปันผล

STGT คาดกำไรไตรมาส 4/64 ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส

ด้าน STGT คาดกำไรปกติไตรมาส 4/64 ที่ 3,338 ล้านบาท ลดลง 27.4%จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 60.4%จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ถือว่าต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ว่าจะทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณขายน้อยกว่าที่ประเมินไว้ จากปริมาณตู้ที่คลี่คลายช้ากว่าคาด รวมถึงต้นทุนการขนส่งยังสูงขึ้นต่อ จากเดิมที่ประเมินว่าจะเริ่มชะลอลงและถือเป็นระดับกำไรที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ไตรมาส ส่วนแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 1/65 คาดยังใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่จากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ปริมาณขายอาจเพิ่มขึ้นได้ไม่มาก และคาดราคาขายเฉลี่ย (ASP) อาจลดลงได้อีกเล็กน้อยจากถุงมือยางสังเคราะห์ที่ปรับตัวลงจากการแข่งขันราคาของผู้ผลิตในจีนและมาเลเซีย แต่ถุงมือยางธรรมชาติราคายังทรงตัว ด้วยปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยาวนานกว่าคาด ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่าที่ฝ่ายวิเคร์คาดไว้ โดยปรับประมาณการกำไรปี 2564 ลง 9% เป็น 25,569 ล้านบาท และปรับประมาณการกำไรปี 2565ลง 16.4% เป็น 9,338 ล้านบาท ซึ่งผลของการปรับประมาณการลง ทำให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ลดลงเป็น 32.50 บาท มี Upside gain 11% จึงลดคำแนะนำเป็น TRADING คาดเงินปันผลไตรมาส 4/64ที่1.00 บาท ให้ผลตอบแทน 3.4%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...