โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เราควรจะสนใจ "มูลค่าทางบัญชี" (Book Value) อยู่อีกไหม ?

Stock2morrow

อัพเดต 04 ธ.ค. 2562 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2562 เวลา 17.00 น. • Stock2morrow
เราควรจะสนใจ “มูลค่าทางบัญชี” (Book Value) อยู่อีกไหม ?

ดูเหมือนว่า "มูลค่าทางบัญชี" จะเป็นตัวเลขทางการเงินที่โดนนักลงทุน "ลืม" ไปมากที่สุด มีหลายคนแทบจะไม่สนใจมูลค่าทางบัญชี องหุ้นตัวนั้นๆเลยเพราะพวกเขาคิดว่ามูลค่าทางบัญชีไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับราคาหุ้น

 

แล้วเราควรจะยังสนใจ Book Value อยู่อีกหรือไม่ ?

 

จากการศึกษาสถิติจากหุ้นดาวโจนส์ ชี้ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง "ราคาหุ้น" และ มูลค่าทางบัญชี แทบจะไม่มีความสัมพันธ์กันเลย หุ้นตัวไหนที่เล่นกันต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี มันเป็นเรื่องยากมากที่จะกลับมาเล่นให้ราคาหุ้นมากกว่ามูลค่าทางบัญชี ในขณะที่หุ้นที่แพงกว่ามูลค่าทางบัญชี ก็จะแพงอยู่อย่างนั้น

 

มูลค่าทางบัญชี -- เป็นตัวบอกที่ดีตัวหนึ่งว่าธุรกิจประสบปัญหาหรือไม่ สังเกตดูได้ว่าหุ้นตัวไหนมีธุรกิจที่ประสบปัญหา หรือไม่เติบโต กลายมาเป็นธูรกิจอิ่มตัว นักลงทุนจะไม่ให้คุณค่ากับมันมาก ในขณะที่หุ้นตัวไหนเติบโตดี นักลงทุนก็จะให้มูลค่าค่อนข้างมาก หุ้นจึงมีราคาแพงกว่ามูลค่าทางบัญชีอยู่ตลอดเวลา

 

ครั้งหนึ่งวอเร็น บัฟเฟตต์ เคยถูกผู้ถือหุ้นเบิร์กไซด์ฮาธาเวย์ถามว่า "คุณคิดอย่างไรกับคำว่า มูลค่าทางบัญชี" บัฟเฟตต์นิ่งเงียบสักครู่ และตอบว่า "มูลค่าทางบัญชี ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณา สิ่งที่สำคัญกว่าคือการบริหารเงินลงทุนที่มีอยู่ สร้างผลตอบแทนสูงๆจากเงินที่ลงทุนไป"
นี้เป็นการแสดงให้เห็นว่ามูลค่าทางบัญชีเป็นเรื่องของอดีต ในขณะที่ "การเติบโต" ต่างหาก เป็นเรื่องของอนาคตและนักลงทุนควรให้ความสำคัญมากกว่า

 

บัฟเฟตต์ ยังเน้นย้ำอีกด้วยว่า มูลค่าทางบัญชี (Book Value) ไม่เท่ากับ มูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) และในกรณีที่บริษัทเป็นไปได้ด้วยดี บริษัทจะมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีมาก

 

ในหนังสือ Intelligent Investor ของเบนจามิน เกรเฮม เขียนไว้ว่าหุ้นโดยทั่วไปจะซื้อขายที่ราคาหุ้นประมาณ 3 เท่าของมูลค่าทางบัญชี (P/BV = 3) แต่หุ้นที่น่าสนใจลงทุนควรมี P/BV ประมาณ 1.2 เท่า ต่ำกว่านั้นจะยิ่งดี …

ในหนังสือยังฝากขอย้ำเตือนด้วยว่า ถึงแม้ "มูลค่าทางบัญชี " จะมีจุดอ่อนอยู่มาก แต่มันก็ถือว่าเป็นตัววัดที่มีประสิทธิภาพตัวหนึ่ง บริษัทต้องจ่ายเงินไปเท่าไรเพื่อให้ได้สินทรัพย์นั้นๆมา ถ้านักลงทุนซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำกว่าที่บริษัทลงทุนไป จะนับเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

 

ยิ่งหุ้นที่ซื้อขาย P/BV สูงๆ แสดงว่าบริษัทสามารถทำผลตอบแทนจากเงินลงทุนได้สูง นักลงทุนจึงให้มูลค่าสูงมาก ซึ่งผลตอบแทนที่สูงนั้นเองจะเป็นการดึงคู่แข่งให้เข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรม มีสงครามราคา มีการตลาดที่รุนแรง ผลตอบแทนที่เคยทำได้สูง ก็อาจจะลดลงได้ในอนาคต

สรุปแล้ว เราควรจะสนใจมูลค่าทางบัญชี เพราะถือเป็นตัวเลขทางงบการเงินที่นักลงทุนพิจารณาความถูกแพงควบคู่กันไป โดยดูจากค่า P/BV

*นักลงทุนไม่ควรเน้นหนักแต่ P/E หรืออัตรากำไรสุทธิเพียงอย่างเดียวครับ *

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...