โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

14 เมนูเบเกอรี่ทำง่าย ของหวานแสนอร่อยเยียวยาใจ

@Kitchen Magazine

อัพเดต 25 ก.พ. 2564 เวลา 15.10 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2564 เวลา 05.00 น.

เพราะของหวานแสนอร่อยจะช่วยเยียวยาใจ เราก็ไม่พลาดรวม 14 เมนูเบเกอรี่ทำง่ายมาฝาก จะมีเมนูอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย

Chocolate Strawberry Cap

อร่อยกับแป้งช็อกโกแลตอบกรอบ เพิ่มความหวานด้วยครีมมาสคาร์โปนและรสเปรี้ยวอมหวานของสตอร์เบอร์รี่

ส่วนผสม Chocolate Strawberry Cap (สำหรับ 6 ชิ้น)

  • แป้งสาลี 30 กรัม
  • ไข่ขาว 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย(1) 60 กรัม
  • เนยละลาย 30 กรัม
  • กลิ่นวนิลา ½ ช้อนชา
  • สตรอว์เบอรี 8-10 ผล
  • น้ำตาลทราย(2) 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำส้ม 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • มาสคาร์โปน 1 ถ้วย
  • วิปปิงครีม ½  ถ้วย
  • น้ำตาลไอซิ่ง 3 ช้อนโต๊ะ
  • กลินวนิลลา ½ ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ Chocolate Strawberry Cap

  • ร่อนแป้งเค้กกับผงโกโก้เข้าด้วยกัน ตีไข่ขาว กับน้ำตาลทรายและกลิ่นวนิลลาจนเริ่มขึ้นฟู ใส่ส่วนผสมแป้ง และ เนยละลายลงไปคนเบาๆให้เข้ากัน
  • เปิดเตาอบเตรียมไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส ตักส่วนแป้ง 1-2 ช้อนโต๊ะหยอดลงบนกระดาษไขหรือ แผ่นซิลิโคนวนช้อนเป็นวงกลมเพื่อให้แป้งแผ่นออกเป็นแผ่นบางๆ นำไปอบประมาณ 8-10นาที ยกออกมาเอาแผ่นคุกกี้ที่ยังร้อนวางลงไปบนถ้วยที่วางคว่ำไว้เพื่อให้แป้งเป็นทรงถ้วย พักไว้จนเย็น
  • นำสตอร์เบอรี่มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ผสมกับน้ำตาลทราย(2)และ น้ำส้มแช่เย็นไว้ ผสมมาสคาร์โปน วิปปิงครีม น้ำตาลอซิ่งและกลิ่นวนิลลาในชามผสมใช้หัวตีตะกร้อเดินเครื่องไปจนส่วนผสมขึ้นฟู
  • เสิร์ฟโดยบีบครีมมาสคาร์โปนลงในถ้วยคุกกี้ ตักส่วนผสมสตรอว์เบรีลงไป 1-2 ช้อนโต๊ะ

เคล็ดลับความอร่อย 
สำหรับสตรอว์เบอรีนั้นสามารถผสมเหล้าผลไม้ และ ผิวส้มขูดไปผสมเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติได้

⚫️⚪️⚫️

Chocolate Pasta with Vanilla & Raspberry Sauce

เส้นพาสต้าที่เสิร์ฟเป็นขนมคู่กับซอสวนิลา  ราสเบอร์รี่ และผลไม้สดตามชอบ

ส่วนผสม

  • แป้งสาลี(1) 1 ½ ถ้วย
  • ผงโกโก้ ¼ ถ้วย
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลไอซิ่ง ¼ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย(1) ½ ถ้วย
  • แป้งสาลี(2) 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมสด 1 ถ้วย
  • ไข่แดง 4 ฟอง
  • กลิ่นวนิลา 2 ช้อนชา
  • ราสป์เบอร์รีแช่แข็ง 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย(2) 1 ถ้วย
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • แครนเบอร์รี่แห้ง และ ถั่วตามชอบ

ขั้นตอนการทำ

  • ทำเส้นพาสต้าโดนร่อนแป้งสาลีกับผงโกโก้เข้าด้วยกันใส่ไข่ไก่ลงไปนวดให้เข้ากันห่อพลาสติกพักไว้  20 นาที นำไปรีดด้วยเครื่องทำพาสต้า
  • นำซอสราสป์เบอร์รีโดยผสมราสป์เบอร์รีน้ำตาลทราย(2)กับน้ำมะนาวต้มไฟอ่อนคนเป็นระยะไปจนกลายราสป์เบอร์รีเละเป็นซอสพักไว้
  • ทำวนิลาซอสโดยต้มนมให้พออุ่นระหว่างนั้นให้ตีไข่แดงกับน้ำตาลทราย(1) แป้งสาลี(2) และ แป้งข้าวโพดด้วยตะกร้อมือจนส่วนผสมเข้ากันเทนมอุ่นลงไปผสมคนให้เข้ากันเทกลับลงไปในหม้อตั้งไฟคนไปเรื่อยๆจนส่วนผสมข้น พักไว้
  • ต้มเส้นพาสต้าในสุกนำไปแช่ในน้ำเย็นจนหายร้อน ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำแล้วใส่จานราดด้วยวนิลา และ ราสป์เบอร์รีซอส แต่งด้วยผลไม้สด และ ถั่วตามชอบ

เคล็ดลับความอร่อย
สามารถนำเส้นพาสต้าไปผัดกับเนยเค็มเพื่อเพิ่มรสชาติและความหอมให้กับเส้นได้

⚫️⚪️⚫️

Chocolate Peppermint Pie

พายช็อกโกแลต 2 รส ด้วยรสมิ้นต์หอมๆหวานๆจากช็อกโกแลตขาว ตัดรสด้วยช็อกโกแลตดำด้านบน

ส่วนผสม

  • แป้งอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
  • ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลไอซิ่ง ¼ ถ้วย
  • เนยเค็ม 120 กรัม
  • ไข่แดง 1 ¼ ฟอง
  • น้ำเย็น 2-3 ช้อนโต๊ะ
  •  ช็อกโกแลตขาว 2 ถ้วย
  • วิปปิงครีม(1) ½ ถ้วย
  • กลิ่นเปปเปอร์มิ้นท์ ½ -1 ช้อนชา
  • ดาร์กช็อกโกแลต 1 ถ้วย
  • วิปปิงครีม(2) ¼ ถ้วย

ขั้นตอนการทำ

  • ทำแป้งฐานโดยผสมแป้งอเนกปรัสงค์ ผงโกโก้   น้ำตาลทราย   เนยเค็ม   เนยขาว และ ไข่แดง  ในเครื่องปั่นสับ เดินเครื่องไปจนสวนผสมเข้ากันนำออกนวดผสมน้ำ 1-2 ช้อนโต๊ะจนเนียน  ห่อด้วยพลาสติกนำไปแช่เย็น 20 นาที
  • นำแป้งที่แช่เย็นแล้วมาคลึงเป็นแผ่นให้หนาประมาณ 5 – 7 มิลลิเมตรนำไปกรูในถาดพายนำไปแช่เย็น 30 นาที – 1 ชั่วโมง แล้วนำไปอบที่อุรหภูมิ 150 องศาเซลเซียสประมาณ 3- 45 นาทีหรือ จนสุกนำไปพักไว้จนเย็น
  • ผสมกลิ่นเปปเปอร์มิ้นท์ กับวิปปิงครีม(1)แล้วนำไปอุ่นให้ร้อนเทลงไปบนช็อกโกแลตขาวคนไปจนละลายเป็นเนื้อเดียวกันเทใส่แป้งพายที่เย็นแล้วนำไปแช่เย็นให้เซ็ตตัว
  • อุ่นวิปงครีม(2)ให้ร้อนเทลงไปบนดาร์กช็อกโกแลตคนให้ละลายเททับลงไปบนส่วนผสมช็อกโกแลตขาวที่เซ็ตตัวแล้วนำไปแช่เย็นจนกว่าจะเสิร์ฟ

เคล็ดลับดีๆไม่มีเม้ม
แต่งหน้าพายง่ายๆด้วยการนำลูกอมรสมิ้นต์ (ที่อาจจะเหลือจากงานปีใหม่)มาทุกให้แตกแล้วโรยหน้าตอนที่ดาร์กช็อกโกแลตยังไม่เซ็ตตัว

⚫️⚪️⚫️

Chocolate Cake with Raspberry Frosting

เค้กช็อกโกแลตผสมรสกาแฟ  สลับชั้นด้วยครีมราสเบอร์รี่

ส่วนผสม

  • แป้งอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
  • ผงโกโก้ ½ ถ้วย
  • เบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เกลือ ¼ ช้อนชา
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กาแฟดำ ½ ถ้วย
  • นมสด 1 ถ้วย
  • น้ำมันพืช ½ ถ้วย
  • น้ำส้มสายชุ 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลไอซิ่ง 2 ถ้วย
  • เนยเค็ม 120 กรัม
  • ครีมชีส 115 กรัม
  • ราสป์เบอร์รี 1 ถ้วย
  • กลิ่นวนิลลา ¼ ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  • เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภุมิ 170 องศาเซลเซียส ร่อน แป้เงอเนกประสงค์ ผงโกโก้ เบกกิ่งโซดา ผงฟู เกลือ เขาด้วยกันใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้เข้ากัน
  • ผสมไข่ไก่ กาแฟดำ นมสด น้ำมันพืช และ น้ำส้มสายชูคนให้เข้ากันเทลงไปผสมกับส่วนผสมแห้งคนให้ส่วนผสมเนียนเข้าด้วยกันเทใส่พิมพ์ นำไปอบประมาณ 30 -45 นาที หรือจนเค็กสุกนำออกมาวางพักให้เย็น
  • ทำRaspberry Frosting  นำราสป์เบอร์รีสดไปบดให้ละเอียดพักไว้ ผสมน้ำตาลไอซิ่ง เนยเค็ม ครีมชีส และ กลิ่นวนิลลาเข้าด้วยกันตีด้วยหัวตีใบไม้จนส่วนผสมขึ้นฟู ใส่ราสป์เบอร์รีบดลงไปเดินเครื่องให้ส่วนผสมเข้ากัน
  • นำเค้กที่เย็นตัวแล้วมาผ่าครึ่งตามขวางทาRaspberry Frosting ลงไปวางทับด้วยเค้กอีกชิ้น

เคล็ดลับความอร่อย
ถ้าใช้ราสป์เบอร์รีแช่แข็งให้เอาออกมาพักไว้จนน้ำแข็งละลายจนหมดไม่มีความเย็นแล้วถึงจะนำไปบดผสมกับส่วนผสมเนย หรือ จะใช้ราสป์เบอร์รีแทนก็ได้

⚫️⚪️⚫️

Chocolate & Rum Cake

เค้กช็อกโกแลตที่มีรสของกาแฟและกลิ่นหอมของเหล้ารัม

ส่วนผสม

  • แป้งเค้ก 3 ถ้วย
  • เบ็กกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • เนยเค็ม 340 กรัม
  • นมสด 1 ½ ถ้วย
  • กาแฟ 1 ถ้วย
  • เหล้ารัม ½ ถ้วย
  • ผงโกโก้ 1 ½ ถ้วย
  • น้ำตาลทรายแดง(1) 1 ¾ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • กลิ่นวนิลลา 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายแดง(2) 1 ถ้วย
  • วิปปิงครีม ½ ถ้วย
  • เหล้ารัม ½ ถ้วย
  • เนยเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

  • เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียสร่อนแป้งเค้ก เบ็กกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกันเตรียมไว้
  • ผสมเนยเค็ม นมสด กาแฟ เหล้ารัม ผงโกโก้ น้ำตาลทรายแด(1) และน้ำตาลทรายในหม้อตั้งไฟอ่อนคนไปเรื่อยจนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกันยกลงวางพักให้หายร้อน ใส่ไข่ไก่ และ กลิ่นวนิลลาลงไปคนให้เข้ากัน
  • เทส่วนผสมโกโก้ลงไปผสมกับส่วนผสมแป้งคนพอเข้ากันเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้นำไปอบ 50 – 60 นาที หรือ จนสุก นำออกมาวางพักไว้
  • ทำGlaze โดย ผสมน้ำตาลทรายแดง(2) และวิปปิงครีมต้มไฟอ่อนไปจนน้ำตาลละลายและมีลักษณะข้น ใส่เนยลงไปคนให้ละลายตามด้วยเหล้ารัมคนจนเนียนนำไปราดบนขนมเค้ก

เคล็ดลับความอร่อย
สามารถนำGlazeไปราดขนมเค้กที่ยังอุ่นอยู่ในพิมพ์โดยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเค้กให้ทั่วแล้วตัก Glazeราดลงไปพักให้ 5- 10 นาทีแล้วทำซ้ำ พักจนเค้กเย็นแล้วค่อยแกะออกจากพิมพ์

⚫️⚪️⚫️

Fudge Cocoa Brownie

บราวนีแบบง่ายๆแต่เต็มแน่นด้วยรสชาติของโกโก้

ส่วนผสม

  • แป้งเค้ก ½ ถ้วย
  • ผงโกโก้ ½ ถ้วย
  • เกลือ ¼ ช้อนชา
  • เนยละลาย 2/3 ถ้วย
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 1/8 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กลิ่นวนิลลา 2 ช้อนชา 

ขั้นตอนการทำ

  • เปิดเตาอบเตรียมไว้ที่ 170 องศาเซลเซียส  นำแป้เค้ก ผงโกโก้ และ เกลือ ร่อนเข้าด้วยกัน
  • ผสมเนยละลาย น้ำมันพืชและน้ำตาลทรายใช้หัวตีตะกร้อความเร็วปานกลางเดินเครื่องไปจนน้ำตาลเริ่มละลาย ใส่ไข่ไก่ และ กลิ่นวนิลลาลงไปเดินเครื่องต่อไปจนส่วนผสมเนียมและมีสีอ่อนลง (ประมาณ 3-4 นาที) ปิดเครื่อง
  • ใส่ส่วนผสมแป้งลงไปคนเบาๆให้เข้ากันเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้แล้วนำไปอบประมาณ 20 -25 นาที หรือไม้จิ้มฟันที่จิ้มลงไปไม่มีเนื้อเค้กเหลวๆติดเอาออกมามาวางพักไว้ให้เย็น

เคล็ดลับความอร่อย
สามารถเพิ่มถั่ว ผลไม้แห้ง และ ช็อกโกแลตชิปลงไปผสมหรือ โรยหน้าตัวขนมได้

⚫️⚪️⚫️

Orange Chocolate Ball Cake

การจับคู่ของสองสหาย ส้มและช็อกโกแลตที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

ส่วนผสม

  • แป้งเค้ก 1 ½ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 1/3 ถ้วย
  • เบ็กกิ้งโซดา ½ ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • ผงโกโก้ 2/3 ถ้วย
  • นมสด 2/3 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • น้ำมันพืช 1/3 ถ้วย
  • น้ำร้อน 1/3 ถ้วย
  • ส้มอบแห้งสับละเอียด ½ ถ้วย

ขั้นตอนการทำ

  • เปิดเตาอบเตรียมไว้ที่ 170 องศาเซลเซียส ร่อนแป้งอเนกประสงค์ เบ็กกิ้งโซดา  ผงฟู        ผงโกโก้และ เกลือ เข้าด้วย แล้วนำไปผสมกับน้ำตาลทรายและส้มอบแห้งคนให้เข้ากัน
  • ผสมไข่ไก่ นมสด น้ำมันพืช ในชามผสมแล้วใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันแล้วค่อยๆเทลงไปผสมแป้งคนเบาๆให้เข้ากัน เทน้ำร้อนลงไปคนให้เข้ากัน
  • ตักใส่พิมพ์ทรงลูกบอลที่เตรียมไว้ประมาณ 1/2 พิมพ์ นำไปอบประมาณ 15-20 นาทีหรือจนสุก เอาออกมาวางพักไว้ให้เย็น

เคล็ดลับความอร่อย
ตกแต่งเพิ่มได้แกะขนมเค้กออกจากพิมพ์ตอนที่ยังร้อนแล้วนำไปคลุกกับน้ำตาลทรายละเอียดหรือ พักไว้ให้เย็นแล้วค่อยโรยด้วยช็อกโกแลต

⚫️⚪️⚫️

Chocolate Pie

พายรสเข้มข้นจากดาร์กช็อกโกแลต

ส่วนผสม

  • เนยเค็ม (1) 150 กรัม
  • แป้งอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • ไข่แดง 1 ฟอง
  • น้ำเย็น 5 ช้อนโต๊ะ
  • ดาร์กช็อกโกแลต 60 กรัม
  • เนยเค็ม (2) 110 กรัม
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วย
  • กลินวนิลา 1 ช้อนชา
  • น้ำเชื่อมข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

  • ทำเปลือกพายโดยนำเนยเค็ม(1) แช่เย็นมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับแป้งอเนกประสงค์ ไข่แดงใส่ลงในเครื่องปั่นสับเดินเครื่องไปจนส่วนผสมเนียน เทใส่ชามผสมนวดให้เข้ากันโดยค่อยๆใส่น้ำเย็นลงไปที่ละช้อน จนแป้งจับตัวเป็นก้อนหุ้มด้วยพลาสติกแช่เย็น 20 -30 นาที
  • นำแป้งพายมาคลึงให้บางไม่เกิน 0.5 เซ็นติเมตรกรุในพิมพ์นำไปแช่เย็นไว้  เปิดเตาอบเตรียมไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส
  • ละลายช็อกโกแลตกับเนยเค็ม(2) พักให้เย็น  ผสมน้ำตาลทราย ไข่ไก่ กลิ่นวนิลา น้ำเชื่อมข้าวโพดในชามผสมคนให้เข้ากัน  และเทส่วนผสมช็อกโกแลตลงไปคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  • เทส่วนผสมช็อกโกแลตลงในเปลือกพายแล้วนำไปอบประมาณ 40 -50 นาที หรือจนไส้พายตรงกลางไม่ขยับเมื่อลองเขย่าดู

เคล็ดลับความอร่อย
สามารถใส่ถั่ว หรือ ผลไม้แห้งลงไปผสมในใส่พายได้ตามชอบ

⚫️⚪️⚫️

Rose Cookie

คุกกี้เนยเนื้อกรอบกำลังดีรสหวานอ่อนๆเจือกลิ่นหอมของกุหลาบ

ส่วนผสม

  • แป้งอเนกประสงค์ 2 1/3 ถ้วย
  • เนยเค็ม 227 กรัม
  • น้ำตาลทราย 2/3 ถ้วย
  • น้ำกุหลาบ 1 ช้อนชา
  • ผงกลีบกุหลาบแห้ง 3 ช้อนโต๊ะ
  • สีผสมอาหารสีชมพู

ขั้นตอนการทำ

  • ผสมแป้งอเนกประสงค์ กับผงกุหลาบเข้าด้วยกัน
  • ตีเนยเค็มกับน้ำตาลทรายจนขึ้นฟู ใส่น้ำกุหลาบลงไปตามส่วนผสมแป้งคนให้เข้ากัน
  • ตักส่วนผสมคุกกี้ลงบนพลาสติกแล็ปห่อให้แน่นแล้วนำไปแช่เย็นอย่างต่ำ 2 ชั่วโมง
  • เปิดเตาอบเตรียมไว้ที่ 160 องศาเซลเซียส  นำแป้งคุกกี้ออกมาคลึ่งให้บาง ตัดเป็นทรงตามชอบเรียงบนถาดอบ
  • นำไปอบประมาณ 15 – 20 นาทีจนขอบเริ่มเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ นำออกวางผึ้งไว้ให้เย็น

เคล็ดลับความอร่อย
สามารถใช้กลีบกุหลาบสดแบบปลอดสารแทนได้ โดยสับเป็นชิ้นเล็กๆ หรือ นำไปปั่นกับน้ำตาลทรายแทน

⚫️⚪️⚫️

Pistachio & Rose Meringue

เมอแรงก์กลิ่นกุหลาบเพิ่มรสสัมผัสด้วยถั่วพิตาชิโอ

ส่วนผสม

  • ไข่ขาว 4 ฟอง
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
  • น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
  • น้ำกุหลาบ 1 ช้อนชา
  • ถั่วพิตาชิโอหยับหยาบ 1/3 ถ้วย
  • ผงกลีบกุหลาบแห้ง 3 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

  • เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ  110 องศาเซลเซียส ปูถาดอบด้วยกระดาษไขทาด้วยเนยขาว
  •  เทไข่ขาวลงในชามผสม ใช้หัวตีตะกร้อตีด้วยความเร็วสูงจนไข่ขาวเริ่มเป็นฟองค่อยๆตักน้ำตาลทรายใส่ลงไปที่ละช้อนจนหมด ตามด้วยน้ำตาลไอซิ่งใส่ที่ละช้อนหมด
  • ใส่น้ำกุหลาบลงไป เดินเครื่องไปเรื่อยๆจนไข่ขาวตั้งหยอดแข็งและมีความมันวาวในเนื้อ
  • แบ่งถั่วพิตาชิโอ และ ผงกุหลาบไว้ 1/3 สำหรับตกแต่งแล้วเทที่เรื่องลงไปผสมกับเมอแรงก์ตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน
  • ใช้ช้อนตัดเมอแรงก์หยอดลงไปบนถาดอบประมาณ 1 – 1 ½ ช้อนโต๊ะ ต่อชิ้นโรยด้วยถั่วพิตาชิโอและผงกุหลาบ  นำไปอบประมาณ  1 – 1. 30 ชั่วโมง หรือ จนสุก นำออกมาผึ่งไว้ให้เย็นแล้วเก็บลงกล่องสูญญากาศ

เคล็ดลับความอร่อย
สามารถใส่สีผสมอาหารลงไปผสมพร้อมน้ำกุหลาบได้ถ้าต้องการ

⚫️⚪️⚫️

Semolina cake with Rose syrup

เค้กซาโมรินาที่เพิ่มรสหวานและกลิ่นหอมๆด้วยน้ำเชื่อมกุหลาบ

ส่วนผสม

  • แป้งซาโมรินา 1 ถ้วย
  • ผงกลีบกุหลาบแห้งบด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • โยเกิร์ต ½ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
  • นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเชื่อมกุหลาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  • เนยละลาย 1/3 ถ้วย

น้ำเชื่อมสำหรับราดเค้ก

  • น้ำอุ่น ¼ ถ้วย
  • น้ำผึ้ง ¼ ถ้วย
  • น้ำเชื่อมกุหลาบ 1/3 ถ้วย
  • น้ำเลมอน 1 ช้อนชา
  • น้ำกุหลาบ 1 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  • เปิดเตาอบเตรียมไว้ที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส
  • ตีไข่ไก่ กับ น้ำตาลทรายและเนยละลายด้วยหัวตีตะกร้อจนน้ำตาลทรายละลายใส่แป้งซาโมรินา ผงกลีบกุหลาบ โยเกริ์ต นมสด และ น้ำเชื่อกุหลาบลงไป คนให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำไปอบประมาณ 45 นาที หรือจนสุก
  • ทำน้ำเชื่อมสำหรับราดเค้กโดยเทส่วนผสมทุกตัวลงในหม้อขนาดเล็กตั้งไฟอ่อนคนไปจนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  • นำเค้กที่สุกแล้วออกจากเตาอบ เทน้ำเชื่อมกุหลาบที่เตรียมไว้ลงไปบนเค้กที่ยังร้อนอยู่โดยพยายามเทให้ทั่วชิ้นเค้กลงพักไว้จนเค้กเย็น

เคล็ดลับดีๆไม่มีเม้ม
ทำน้ำเชื่อมกุหลาบโดยใส่ดอกกุหลาบแห้ง 6-8 ดอกในน้ำร้อน 1 ถ้วยปิดฝาทิ้งไว้ 10 – 15 นาที ใส่น้ำตาลทราย 1 ถ้วยลงไปนำไปตั้งไฟอ่อนคนไปเรื่อยๆจนน้ำตาลละลายและเหนียวเล็กน้อยยกลงกรองเอากุหลาบออกใส่น้ำกุหลาบลงไป 1 ช้อนชาคนให้เข้ากัน

⚫️⚪️⚫️

Rose Jam Cake

เค้กแยมที่เพิ่มลูกเล่นลงไปเล็กน้อยให้น่าทานและหอมยิ่งขึ้น

ส่วนผสม

  • แป้งเค้ก 250 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 300 กรัม
  • เกลือ 1/8 ช้อนชา
  • น้ำมันดอกทานตะวัน 120 มิลลิลิตร
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง
  • นมสด 200 มิลลิลิตร
  • น้ำกุหลาบ 2 ช้อนชา
  • ผงกลีบกุหลาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  • แยมกุหลาบ 3 ถ้วย
  • น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม
  • ครีมชีส 175 กรัม
  • มาสคาร์โปเนชีส 250 กรัม
  • วิปปิงครีม 250 กรัม
  • น้ำกุหลาบ 1 ช้อนชา
  • น้ำเชื่อมกุหลาบ ¼ ถ้วย

ขั้นตอนการทำ

  • เปิดเตาอบเตรียมไว้ที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส  แยกไข่แดง และ ไข่ขาวออกจากกัน
  • ในชามผสมใส่น้ำมันดอกทานตะวัน ไข่แดง น้ำตาลทราย นมสด น้ำกุหลาบ ผงกลีบกุหลาบลงไปคนให้เข้ากัน แล้วร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และ เกลือ ใส่ลงไป คนให้เข้ากันพักไว้
  • ตีไข่ขาวด้วยหัวตะกร้อด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอด นำไปผสมกับส่วนผสมแป้งเค้กโดยค่อยๆตะล่อนด้วยพายยางจนส่วนผสมเข้ากัน เทใส่พิมพ์แล้วนำไปอบประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมงหรือ จนสุก นำออกมาวางพักไว้ให้เย็น
  • ตีวิปปิงครีมจนตั้งยอดแข็งเตรียมไว้ ผสมน้ำตาลไอซิ่ง ครีมชีส  มาสคาร์โปเนชีส น้ำกุหลาบให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปผสมกับวิปครีมที่ตีไว้คนให้เข้ากัน
  • นำเค้กทีเย็นแล้วมาตัดแบ่งแค้กออกเป็น 3 ชิ้นทาน้ำเชื่อมกุหลาบที่เค้กชิ้นแรกให้ทั่วชิ้น ปาดส่วนผสมครีมให้ทั่วตามด้วยแยมกุหลาบ วางเค้กชิ้นที่ 2 ลงไปปาดด้วยครีมและแยมวางเค้กชิ้นสุกท้ายลงไป ทาด้วยน้ำเชื่อมกุหลาบด้านบนตกแต่งตามชอบ

เคล็ดลับความอร่อย
ถ้าหาแยมกุหลาบไม่ได้สามารถใช้แยมชนิดอื่นได้ตามชอบ

⚫️⚪️⚫️

Vanilla mousse with Raspberry insert

มูสวานิลลาสอดไส้ราสป์เบอร์รี

ส่วนผสม

  • นมสด 100 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย(1) 30 กรัม
  • ฝักวานิลลา 1 ฝัก
  • ไข่แดง 20 กรัม
  • ผงเจลาติน 4 กรัม
  • วิปปิงครีม 140 มิลลิลิตร
  • ราสป์เบอร์รีแช่แข็ง 80 กรัม
  • น้ำเปล่า 20 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย(2) 30 กรัม
  • น้ำมะนาว 5 มิลลิลิตร
  • กลูโคส 15 กรัม                                                     
  • เมอแรงก์สำหรับตกแต่ง
  • Chocolate Coating สีชมพู

ขั้นตอนการทำ

  • ทำซอสราสป์เบอร์รี่ โดยเทราสป์เบอร์รีแช่แข็ง น้ำ น้ำตาลทราย(2) น้ำมะนาว และ กลูโคสใส่หม้อต้มไปจนน้ำตาลละลายนำไปปั่นและกรอง เทใส่พิมพ์ขนาดเล็กกว่าพิม์ของมูสนำไปแช่แข็งจนเซ็ตตัว
  •  เอาเจลาตินไปแช่น้ำเตรียมไว้ ตีไข่แดงกับน้ำตาลทราย(1)ให้เข้ากันขูดเอาเม็ดจากฝักวานิลลาใส่ลงไป ต้มนมสดให้ร้อนเทลงไปผสมกับส่วนผสมไข่แดงคนให้เข้ากันเทกลับลงหม้อต้มไฟอ่อนคนไปเรื่อยๆจนส่วนผสมข้นยกลงใส่เจลาตินลงไปคนให้เข้ากันพักไว้
  • ตีวิปปิงครีมจนขึ้น แบ่งออกมา 1/3 ส่วนใส่ลงในส่วนผสมมูสเพื่อลดความร้อนคนให้เข้ากันแล้วใส่วิปครีมที่เหลือลงไป หยดใส่พิมพ์ โดยใส่ซอสราสป์เบอร์รีแช่แข็งลงไปตรงกลางนำไปแช่เย็นจนเซ็ตตัว
  • มูสมาประกอบกันแล้วเคลือบด้วย Chocolate coating แต่งด้วยเมอแรงก์

เคล็ดลับความอร่อย
ทำเมอแรงก์เองได้ง่ายๆด้วยการนำไข่ขาว 75 กรัมตีกับน้ำตาลทราย 45 กรัม ใส่สีผสมอาหารตามชอบตีจนตั้งยอดนำไปยอดเป็นรูปร่างตามต้องการอบที่อุณหภูมิ 95 -100  องศาเซลเซียส 2 ชั่วโมง

⚫️⚪️⚫️

Strawberry and yogurt mousse with Strawberry gel

มูสโยเกิร์ตที่มีมูสและเจลสตรอว์เบอร์รีมาช่วยเสริม

ส่วนผสม

  • กรีกโยเกิร์ต 150 กรัม
  • ผงโยเกิร์ต 5 กรัม
  • วิปปิงครีม(1) 250 กรัม
  • เจลาตินแผ่น(1) 6 กรัม
  • ไข่แดง 38 กรัม
  • น้ำตาลทราย(1) 38 กรัม
  • นมสด 50 มิลลิลิตร
  • สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย(2) 70 กรัม
  • วิปปิงครีม(2) 64 กรัม
  • เจลาตินแผ่น(2) 4 กรัม
  • น้ำเลมอน 10 กรัม
  • สตรอว์เบอร์รีบด 100 กรัม
  • น้ำปล่า 50 กรัม
  • น้ำตาลทราย(3) 50 กรัม
  • ผงวุ้น 1 กรัม

ขั้นตอนการท

  • นำมูสโยเกิร์ตโดยนำเจลาตินแผ่นไปแช่น้ำไว้  ต้มนมให้ร้อนระหว่างนั้นตีไข่แดงกับน้ำตาลเข้าด้วยกัน เทนมร้อนลงผสมคนให้เข้ากันแล้วเทใส่หม้อตั้งไฟอ่อนไปจนส่วนผสมข้นใส่เจลาติน กรีกโยเกิร์ต และ โยเกิร์ตผงลงไปพักไว้ให้เย็น ตีวิปปิงครีมจนขึ้นแล้วผสมเข้าด้วยกันเทใส่พิมพ์นำไปแช่เย็น
  • ทำสตรอว์เบอร์รีเจลโดยต้มสตรอว์เบอร์รีบด น้ำเปล่า น้ำตาลทราย(3) และผงวุ้นจนเดือดเทใส่ถาดนำไปแช่เย็นจนได้ทีแล้วนำมาปั่นจนมีลักษณะแหมือนเจล
  • ทำมูสสตรอว์เบอร์รี โดยนำเจลาตินไปแช่น้ำ แบ่งน้ำตาลทราย(1)ต้มกับสตรอว์เบอร์รีแช่แข็งกับน้ำมะนาวใส่น้ำเล็กน้อยต้มไปจนนิ่มแล้วนำยีผ่านตะแกรงใส่เจลาตินลงไปตั้งไฟอ่อนคนให้ละลายยกลงมาพักไว้ ตีวิปปิงครีมจนขึ้นนำไปผสมกับส่วนผสมสตรอว์เบอร์รี
  • มูสโยเกิร์ตออกจากพิมพ์เสิร์ฟคู่กับมูสสตรอว์เบอร์รี และ สตรอว์เบอร์รีเจล

เคล็ดลับดีๆไม่มีเม้ม
สามารถเคลือบมูสโยเกิร์ต์ด้วย Glaze  สูตรเดียวกับ Lemon cheesecake mousse แต่ใช้สีผสมอาหารสีชมพูแทน

⚫️⚪️⚫️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...