โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปัญหาของการตั้งรับเมื่อสังคมกดทับ และอีกยุทธศาสตร์การต่อสู้เพื่อ LGBT

The MATTER

เผยแพร่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 07.02 น. • seX-ray

อันเนื่องจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เพศสภาพของชายรักต่างเพศถูกยกให้มีคุณค่าความหมายสูงกว่า ถูกทำให้กลายเป็นสถาบันหลักๆ เช่น ศาสนา เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา ครอบครัว ศาล ทหาร การทูต รัฐจึงกลายเป็น ‘รัฐผู้ชาย’ (male state) ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ส่งสารรับใช้หรือเป็นตัวแทนของระบบปิตาธิปไตย และก่อตั้งขึ้นเพื่อผลประโยชน์เฉพาะผู้ชายรักต่างเพศมากกว่า และรัฐด้วยตัวของมันเองคือผู้กดขี่ในฐานะโครงสร้างอำนาจแบบชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงและเพศสภาพอื่นๆ กลายเป็นเพียงชนกลุ่มน้อย คนชายขอบที่โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรน้อยกว่า และถูกให้คุณค่าความหมายต่ำกว่า[1]

สถาบันเช่นนี้ไม่เพียงสร้างโครงสร้างที่อำนวยให้เพศชายมีอำนาจบทบาทเหนือเพศอื่นๆ แต่ยังแยกชายรักต่างเพศออกจากผู้หญิงและชายรักเพศเดียวกัน เป็นพื้นที่สังคมที่มีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมเป็นสังคมชายล้วน หรือแม้ว่าต่อมาจะเริ่มมีสมาชิกหญิงหรือเกย์แฝงเข้ามาแต่ก็ยังจะคงเป็นสถาบันในนามของผู้ชายรักต่างเพศ นำไปสู่การสร้างชนชั้นและความเหลื่อมล้ำในโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองสังคมในรูปแบบที่สร้างความชอบธรรมให้มีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิงและรวมไปถึงชายรักเพศเดียวกัน ซึ่งกลายเป็นโครงสร้างในทุกๆ วัฒนธรรมบนพื้นที่สาธารณะ[2]

มากไปกว่านั้น การรวมกลุ่มเป็นสังคมผู้ชายก็เกิดมาจากความหวาดกลัวและรังเกียจคนรักเพศเดียวกัน โดยทางจิตวิทยาที่เรียกว่า ‘homosexual panic’ ซึ่งแท้จริงเป็นเพียงข้ออ้างหรือคำแก้ตัวของผู้ที่รังเกียจคนรักเพศเดียวกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชาย ที่ใช้ในการป้องกันตนเองจากข้อกล่าวหาทั้งทางกฎหมายหรือสังคม เพื่อให้ได้รับบทลงโทษน้อยลงจากการโจมตีทำร้ายใช้ความรุนแรงต่อคนรักเพศเดียวกัน หรือเพื่อไม่ให้ถูกโจมตีคุกคามกลับ เป็นความหวาดกลัวอันเกิดจากความไม่มั่นคงในเพศสภาพและสถานะ ‘ความเป็นชาย’ ของตนเอง หรือเป็นความเจ็บป่วยทางจิตใจส่วนบุคคล[3]

และเนื่องจากที่ผ่านมา ประชาชนบางกลุ่มอัตลักษณ์จะได้รับการยอมรับ ไม่ถูกตีตราทางกฎหมาย หรือได้รับสิทธิบางประการก็จากทัศนคติอำนาจในระดับปัจเจกของชนชั้นนำที่ตกลงปลงใจกันเอง ไม่ได้เกิดมวลชนเรียกร้องเคลื่อนไหวเช่น การยกเลิกกฎหมายรักเพศเดียวกันให้ไม่เป็นอาชญากรรมก็มาจากรัฐบาลเผด็จการในปี 2499 การตกเป็นประเทศกึ่งอาณานิคมที่การได้มาซึ่งเอกราชก็ผ่านการแก้ไขสนธิสัญญามากกว่าการลุกฮือของประชาชน และยิ่งระบบอุปถัมภ์ที่เป็นกลไกของรัฐและสังคม การดีลกันระหว่างกลุ่มบุคคลชนชั้นนำย่อมมีความหมายมากกว่าเสียงเรียกร้องของประชาชนจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ การต่อสู้และการกดทับกดขี่ของสถาบันต่างๆ ของรัฐแบบไทยๆ ไปจนถึงขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมเอง จึงมีทั้งความประนีประนอมและความเพิกเฉยสูง รวมไปถึงความคุ้นชินกับการยอมจำนนต่อความเหลื่อมล้ำเข้าไปอีก การลุกขึ้นสู้เชิงรุกของ LGBT จึงมักไม่ค่อยปรากฏเด่นชัดเท่าการเป็นฝ่ายรับเมื่อถูกกระทำ หรือรอให้เรื่องมันเกิดก่อนแล้วค่อยไปแก้ไข ไปอุดช่องโหว่ ตั้งแต่วิพากษ์วิจารณ์ออกแถลงการณ์ ไปจนถึงการต่อสู้เชิงรุกที่ลุกขึ้นสู้ผ่านสถาบันของรัฐอีกทีที่ก็เป็นตัวแทนของผู้ชายรักต่างเพศ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเพศ เช่น เมื่อกะเทยต่อสู้เรื่องการถูกเลือกปฏิบัติในชั้นศาล ที่ไม่เพียงมีกระบวนการขั้นตอนเนิ่นนาน เธอก็จะยังถูกขานคำนำหน้าชื่อว่า ‘นาย’ และการพึ่งความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรมอยู่ดี

การเริ่มต่อสู้ต่อรองของ LGBT จึงเหมือนตกอยู่ในสภาวะผู้แพ้ เป็นรองตั้งแต่เริ่มแรก เพราะช่องทางของการต่อสู้ก็ยังเป็นช่องทางที่ไม่ได้เห็นตัวตนความหมายของ LGBT แต่แรก

Guerrilla warfare จึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง มันคือยุทธวิธีของการเคลื่อนไหวต่อสู้ที่มีทรัพยากรและกำลังน้อยกว่าฝั่งตรงข้าม ซึ่งมาจากภาษาสเปน ตามลายลักษณ์อักษร แปลว่าการก่อสงครามเล็กๆ มีที่มาจากต้นศตวรรษที่ 19 อธิบายกลุ่มผู้ต่อต้านชาวสเปนและยุทธศาสตร์ของพวกเขาที่ต่อสู้กับกองทัพของจักรวรรดินโปเลียน ที่เข้ามารุกรานสเปนในสงครามคาบสมุทรในช่วงสงครามนโปเลียน

นักปฏิวัติ นักวิชาการหลายคน นิยามรวมๆ กันได้ความหมายว่า guerrilla สามารถใช้ได้กับทุกสงครามปฏิวัติ สงครามปลดแอก ประกาศอิสรภาพ ก่อกบฏ จลาจล การก่อกำเริบของไพร่ชาวนา เป็นยุทธศาสตร์ที่มีทั้งคุกคามก่อกวนศัตรู จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว โจมตีแล้วหนี โดยพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงและการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมของทหาร แต่อย่างไรก็ตาม guerrilla ไม่ใช่การการก่อการร้าย เพราะพุ่งเป้าไปยังเครื่องไม้เครื่องมือ โครงสร้าง ระบบกลไก หรือผู้แทนอำนาจรัฐเช่นตำรวจทหาร ไม่ใช่พลเรือนประชาชน ดังนั้นยุทธวิธีนี้จึงไม่ใช่ก่อการร้ายที่มุ่งเป้าไปยังประชาชนพลเรือนเพื่อก่อให้เกิดความฉิบหายและความหวาดกลัว หากแต่ guerrilla คือการต่อสู้ของชนกลุ่มน้อย คนพื้นเมือง ผู้มีทรัพยากรยุทโปกรณ์ด้อยกว่า เพื่อต่อต้านการกดขี่กดทับของอำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรมหรืออาณานิคม [4]

แต่ในโลกภาษาไทย การที่เรียก guerrilla ว่าเป็นกลุ่มกองโจรก็ฟังดูจะเกินจริงรุนแรงไปมาก และมาจากสายตาของอำนาจรัฐที่รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ในการต่อสู้เคลื่อนไหวกับอำนาจที่มีทรัพยากรมากกว่าและกดทับอยู่ทุกขณะจิตนั้น guerrilla อาจจะเป็นอีกยุทธศาสตร์หนึ่งที่เป็นไปได้ เหมือนกับชนพื้นเมือง หรือประชาชนที่พยายามต่อต้านอำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรมหรือที่เป็นเผด็จการ ซึ่งอาจไม่ถึงประหัตประหารก่อความไม่สงบ แต่อาจเป็นการติดอาวุธทางความคิดหรือบั่นทอนอำนาจความชอบธรรมความน่าเชื่อถือ เช่น เคลื่อนไหวผ่านกราฟฟิตี สติ๊กเกอร์ ใบปลิว การแฮก ไปจนถึงแจก e-book หนังสือต้องห้าม ทำใบแทรกประวัติบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงของรัฐในหนังสือประวัติบุคคลสำคัญหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความรุนแรงนั้น หรือแอบเอาสำเนาหนังสือต้องห้ามเข้าไปวางไว้ในหอสมุดต่างๆ

สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นการก่อความไม่สงบ และภัยต่อความมั่นคงทันที ก็ต่อเฉพาะสถาบันหรือกลุ่มที่มองว่านักเคลื่อนไหวเป็นภัยสำหรับพวกเขา

เพราะมันหมดเวลาแล้วสำหรับ LGBT ที่จะมานั่งตีอกชกนมฟูมฟายเมื่อถูกรังแกเลือกปฏิบัติว่าเพราะฉันเป็นกะเทย เป็นเกย์ เป็นเลสเบี้ยนสังคมไม่ยอมรับ ชาตินี้มีบาปกรรม เลือกเกิดไม่ได้ หากแต่เราทุกคนไม่ว่าเพศสภาพเพศวิถีอะไรเลือกเองได้และเลือกมาแล้วและจะยืนหยัดต่อสู้อย่างไร เพื่อยืนยันการมีอยู่ของเราในฐานะมนุษย์คนนึงที่มีสิทธิเสรีภาพติดตัวมาแต่กำเนิด ขณะที่สำนึกการขอความสงสารเห็นอกเห็นใจ ขอให้มารักมาเมตตาหรือมานั่งปลอบใจกันเองภายในชุมชนว่าเราได้เท่านี้ก็ดีแล้ว ไม่ต้องออกไปเรียกร้องอะไรมากให้เค้ารำคาญ เหมือนเสียงยุงบินผ่านหูเวลาจะนอน ได้คืบจะเอาศอก พาลทำให้ฉันดูแย่ไปด้วย ก็นำไปสู่การเคลื่อนไหวเพื่อความหลากหลายทางเพศแบบ ‘สู้ไปกราบไป’ ที่จะไม่มีทางจะได้เห็นชนะได้ในชั่วชีวิตอายุขัย LGBT คนนึง

ไม่ได้หมายความว่าการสร้างชุมชนเพื่อเยียวยาหรือเป็นหลุมหลบภัยให้กับ LGBT หรือการตั้งรับคอยรับเรื่องปัญหาความหลากหลายทางเพศปัญหาไม่สำคัญจำเป็นอีกต่อไป แต่การพุ่งเข้าไปยังหัวใจแห่งการเลือกปฏิบัติและกีดกันทางตรงเลยจะทำปฏิกิริยาทางสังคมรวดเร็วกว่า

เหมือนกับที่กะเทยไปสมัครงานอาชีพครูโดยเลือกเฉพาะโรงเรียนเอกชนชายล้วนเครือคริสตจักร ซึ่งแน่นอนเธอถูกปฏิเสธไม่ให้เป็นอาจารย์ด้วยเหตุแห่งเพศสภาพ (โรงเรียนให้เหตุผลว่ากะเทย หญิงข้ามเพศไม่เหมาะเป็นครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีศาสนาเป็นหัวใจหลัก ซ้ำยังไล่ให้ไปเป็นดารานางโชว์ช่างแต่งหน้าขายเครื่องสำอางอีก) ไม่ใช่เพราะเธออยากแวดล้อมไปด้วยนักเรียนชายกางเกงน้ำเงินน่ากิน หากแต่เป็นมันเป็นตัวแทนของสถาบันรักต่างเพศนิยมและชายเป็นใหญ่ เพื่อเผยให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาของปฏิบัติการที่ธำรงรักษาการให้ศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ไม่เท่าเทียมกัน ที่เป็นทั้งสถาบันการศึกษาผู้ชายผลิตคุณค่าความหมายของ ‘ความเป็นชาย’ ชุดหนึ่ง และสถาบันศาสนาที่คอยให้ความชอบธรรมให้กับการเลือกปฏิบัติทางเพศอย่างต่อเนื่อง พร่ำสอนศาสนาว่ารักเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิดบาป กะเทย ชายแต่งหญิง และเกย์ ถูกจับมัดเหมารวมว่าบาปให้เป็นพวกเดียวกันในนามความวิปริตผิดธรรมชาติและละเมิดต่อคำสอน

เหมือนเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ที่สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยจัดสัมมนา เรื่อง ‘เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เบี่ยงเบน’

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า LGBTQ กำลังต่อต้านตั้งป้อมโจมตีรัฐหรือสถาบันต่างๆ อยู่ หากแต่ต้องการให้รัฐเป็นของประชาชนทุกกลุ่มอัตลักษณ์ เพศศภาพ เพศวิถี ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และการต่อสู้เคลื่อนไหวก็จะหมดพลังความหมายทันที ถ้าสถาบันหลักหรือผู้ถือครองอำนาจอยู่นั้นไม่มองว่าเป็นภัยคุกคามแต่แรก

อ้างอิงข้อมูลจาก

[1] Radtke, H. Lorraine and Stam, Henderikus J.. 1994. Power/gender : social relations in theory and practice. London : Sage, p. 145.

[2] Sedgwick, Eve Kosofsky. C 1990. Epistemology of the closet. Berkeley, Calif. : University of California Press, pp.184-185.

[3] Sedgwick, pp. 19-21.

[4] Castro, Daniel, 1999. Revolution and Revolution aries: Guerrilla Movements in Latin America. Wilmington, DE: Scholarly Resources.; Laqueur, Walter, 2002. Guerrilla Warfare: A His torical and Critical Study. New Brunswick & London: Transaction. ; Mao Tse Tung, 1961. On Guerrilla Warfare, trans lated by Samuel B. Griffith, USMC (Ret.). New York & Washington, DC: Praeger. ; Osanka, Franklin Mark, ed., 1962. Modern Guerrilla Warfare. New York: Free Press.

Illustration by Sutanya Phattanasitubon

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...