โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาประเมินใหม่รับภาษีที่ดิน ขยับทั่วประเทศ10-15% "พระราม1-วิทยุ"วาละล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 13 เม.ย. 2562 เวลา 06.54 น.

เปิดโพยราคาประเมินใหม่ รับภาษีที่ดิน 1 ม.ค. 2563 ทั้งประเทศปรับขึ้น 10-15% ทำเลใจกลางกรุงพุ่งลิ่ว แนวรถไฟฟ้าบีทีเอสแพงสุดวาละ 1 ล้าน “พระราม 1-เพลินจิต-วิทยุ” ราคาอัพเท่าถนนสีลมแชมป์เก่า “สุขุมวิท” ขยับยกแผง แยกอโศก 15% จากวาละ 6.5 แสนเป็น 7.5 แสน ส่วนฝั่งธนฯ-ทำเลรถไฟฟ้าสายใหม่-เมืองนนท์-ปทุม-EEC ต้องรอรอบหน้าปี”64

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมอยู่ระหว่างจัดทำราคาประเมินที่ดิน 32 ล้านแปลงทั่วประเทศ เพื่อประกาศใช้ราคาใหม่ในรอบบัญชี วันที่ 1 ม.ค. 2563-31 ธ.ค. 2564 ครั้งนี้ถือเป็นการปรับในรอบ 2 ปี เร็วขึ้นจากเดิมจะปรับปรุงทุก 4 ปี เพื่อให้สอดรับกับการบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ วันที่ 1 มกราคม ปี 2563

ปรับขึ้นเฉลี่ย 10-15% ทั่ว ปท.

“โดยรวมราคาประเมินทั้งประเทศจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-15% ราคาสูงสุดยังคงเป็นกรุงเทพฯ พื้นที่กลางเมืองแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นหลัก เพราะเป็นศูนย์กลางธุรกิจ”

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จะประกาศบัญชีราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ก่อนถึงวันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กว่า 7,800 แห่ง เตรียมตัวนำไปใช้เป็นฐานจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนปรับราคา จะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้

“สำหรับการประเมินราคาในส่วนที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง กรมธนารักษ์จะกำหนดบัญชีการประเมินราคาอย่างง่าย ๆ ให้ท้องถิ่นนำไปใช้ประเมินและเป็นฐานในการจัดเก็บภาษี ซึ่งจะมีการกำหนดราคาต่อตารางเมตร ตามแบบมาตรฐานโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง 5 ประเภท 31 แบบไปให้ เนื่องจากท้องถิ่นจะเป็นผู้สำรวจ และเขาก็เป็นผู้ออกใบอนุญาตก่อสร้างด้วย”

ปรับใหญ่ราคาประเมินคอนโดฯ

นายอำนวยกล่าวว่า ในการประกาศบัญชีราคาประเมินรอบนี้จะมีการปรับในส่วนของราคาคอนโดฯ ที่บางส่วนที่ไม่ได้ปรับบัญชีราคาประเมินมา 3-4 รอบบัญชี หรือ 12 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่กรุงเทพฯ

“ทุกวันนี้อย่างกรณีคอนโดฯ พอประเมินวันที่จดทะเบียนไปแล้ว เราก็ทำไม่ไหว ครบ 4 ปีพอประกาศบัญชีใหม่ ก็ใช้ของเดิมไปก่อน แต่ปีนี้จะเคลียร์บัญชีใหม่หมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นในกรุงเทพฯ โดยที่ผ่านมามีถนนเกิดขึ้นใหม่ ๆ ค่อนข้างมาก จึงต้องเร่งปรับให้” นายอำนวยกล่าว

อย่างไรก็ดี สำหรับคอนโดฯตามแนวรถไฟฟ้าที่ราคาพุ่งสูงไปก่อนหน้านี้ แม้ปัจจุบันจะมีข่าวว่าราคาอาจจะตกบ้าง ปัจจุบันผู้ประกอบการก็จะใช้วิธีจัดแคมเปญพร้อมอยู่ ไม่ได้ลดราคาลง และไม่พบว่ามีการซื้อขายต่ำกว่าราคาประเมิน

ท้องถิ่นใช้เป็นฐานคำนวณภาษี

นางสาววิลาวัลย์ วีระกุล รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ด้านประเมินราคาทรัพย์สิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในเดือน ส.ค.นี้คาดว่าการจัดทำบัญชีราคาประเมินทั่วประเทศจะแล้วเสร็จ เนื่องจากต้องนำส่งราคาประเมินให้ท้องถิ่นนำไปใช้เป็นฐานคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฯประเมินราคาเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างทำรายละเอียดเสนอคณะกรรมการพิจารณาราคาอนุมัติ ภาพรวมของกรุงเทพฯปรับขึ้น 10-15% ส่วนใหญ่ยังคงราคาเดิม จะมีปรับราคาขึ้นอยู่พื้นที่แนวรถไฟฟ้าบีทีเอส และแนวถนนสุขุมวิทช่วงต้น 15% เนื่องจากยังมีการเปลี่ยนมือจากการซื้อขายที่ดินต่อเนื่อง จึงทำให้ราคามีการขยับตามไปด้วย

“สาเหตุที่ภาพรวมขยับขึ้นไม่มาก เป็นเพราะกรมเพิ่งปรับราคาประเมินเมื่อปี 2561 ครั้งนี้จึงไม่หวือหวา โดยเฉลี่ยไม่เกิน 15% บางพื้นที่ก็ยืนราคาเดิม เช่น ที่ดินเกษตรกรรม หรือพื้นที่ไม่มีความเคลื่อนไหวด้านการซื้อขาย เทียบกับรอบบัญชี 2559-2562 ที่ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 27.72% โดยกรุงเทพฯปรับขึ้นเฉลี่ย 15.78% ส่วนภูมิภาคเพิ่มเฉลี่ย 27.88%”

ทำเลรถไฟฟ้าใหม่รอรอบหน้า

สำหรับทำเลในแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายและสายใหม่ เช่น สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค) สายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) สายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน และบางซื่อ-รังสิต) ต้องรอปรับราคาในรอบบัญชีใหม่ เนื่องจากรอรถไฟฟ้าเปิดบริการ จากที่ผ่านมามีการซื้อขายและราคาปรับขึ้นก้าวกระโดดไปแล้วในรอบที่แล้ว โดยเฉพาะสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) รอบบัญชีใหม่นี้ ราคาจึงยังไม่ปรับขึ้น

“นอกจากนี้ มีหลายพื้นที่ซึ่งแม้ช่วงปี 2561-2562 จะมีการลงทุนพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องรอรถไฟฟ้าก่อสร้างเสร็จและเปิดใช้บริการ จึงจะประเมินราคาใหม่ในปี 2564-2565 เพราะอาจจะมีข้อจำกัดบางอย่างเป็นปัจจัยในการกำหนดราคา เช่น ระยะถอยร่น การถูกควบคุมความสูงอาคาร”

สีลม-วิทยุ-เพลินจิต วาละล้าน

รองอธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวอีกว่า สำหรับราคาสูงสุดในรอบบัญชีใหม่จะอยู่ที่ 1 ล้านบาท/ตร.ว. ย่านถนนสีลม และบางพื้นที่ขยับมาเท่ากับถนนสีลม คือ ถนนพระราม 1 บริเวณหน้าสยามสแควร์ถึงถนนเพลินจิต จากเดิม 400,000-900,000 บาท/ตร.ว. ถนนวิทยุจากเดิม 750,000 บาท ขยับเป็น 1 ล้านบาท/ตร.ว.

ขณะที่พื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงสุด อยู่ที่ถนนสุขุมวิท ช่วงเพลินจิตถึงแยกอโศกปรับขึ้นเฉลี่ย 15% จาก 650,000 บาท เป็น 750,000 บาท/ตร.ว. สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ที่ราคาปรับขึ้น เช่น ถนนอโศกมนตรี จาก 550,000 บาท เป็น 600,000 บาท/ตร.ว. ถนนทองหล่อ จาก 420,000 บาท เป็น 500,000 บาท/ตร.ว. แยกบางนา-แยกศรีนครินทร์ จาก 190,000 บาท เป็น 200,000 บาท/ตร.ว. ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ จาก 280,000-600,000 บาท ปรับขึ้นเป็น 750,000 บาท/ตร.ว. ถนนเจริญกรุง จาก 200,000-500,000 บาท เป็น 750,000 บาท/ตร.ว.

ยืนราคาเดิมเพียบ

ส่วนพื้นที่ยืนราคาเดิม เช่น ถนนราชดำริ 750,000-900,000 บาท/ตร.ว. ถนนพญาไท 900,000 บาท/ตร.ว. ถนนพระราม 4 อยู่ที่ 500,000 บาท/ตร.ว. ถนนรัชดาภิเษก 500,000 บาท/ตร.ว. แยกบางนา 230,000 บาท/ตร.ว. ถนนสาทร 450,000-750,000 บาท/ตร.ว. ถนนกรุงธนบุรี 150,000-450,000บาท/ตร.ว. ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า 200,000 บาท/ตร.ว. ถนนจรัญสนิทวงศ์ 200,000 บาท/ตร.ว. ถนนเจริญนคร 250,000 บาท/ตร.ว. ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน 145,000-220,000 บาท/ตร.ว. ถนนรัชดาภิเษก (ฝั่งธนบุรี) 120,000-180,000 บาท/ตร.ว.

“ถนนพระราม 4 แม้มีโครงการวันแบงค็อก แต่เป็นที่เช่าจึงทำให้ราคาไม่เปลี่ยน เช่นเดียวกับย่านท่าเรือคลองเตย สถานีกลางบางซื่อ เพราะส่วนใหญ่เป็นที่ของส่วนราชการ ที่ดินมีขนาดใหญ่เป็นของการรถไฟฯ จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการคมนาคม ไม่มีการเปลี่ยนมือ จึงไม่มีผลต่อราคา”

“EEC-เมืองนนท์-ปทุม” ไม่ขยับ

ด้านราคาประเมินที่ดินในภูมิภาค ยังอยู่ระหว่างทำรายละเอียดด้านราคา ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะคงราคาเดิมเช่นเดียวกัน เนื่องจากรอบบัญชีที่แล้วมีการปรับขึ้นไปมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 จังหวัด พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใน 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง รวมถึงพื้นที่รอยต่อกับกรุงเทพฯ อย่างจังหวัดนนทบุรี และปทุมธานี คาดว่าจะคงราคาเดิม เนื่องจากเป็นพื้นที่รอการพัฒนา รองอธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวอีกว่า ราคาประเมินต่ำสุดในพื้นที่กรุงเทพฯยังคงอยู่ที่ชายทะเลบางขุนเทียน 500 บาท/ตร.ว. เขตหนองจอก ถนนเลียบคลองลำเจดีย์ 1,300 บาท/ตร.ว. เป็นต้น ส่วนภูมิภาคราคาต่ำสุดอยู่ที่ 10-20บาท/ตร.ว. ส่วนใหญ่เป็นที่ดินตาบอดกระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี เป็นต้น

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...