ญี่ปุ่นมี ไทยก็มี ‘ท็อปส์ เดลี่’ เปิดตัว Daily Smoothie เจ้าแรกในไทย
TODAY Bizview
อัพเดต 14 ก.พ. 2568 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2568 เวลา 07.04 น. • workpointTODAYกระแสรักสุขภาพยังเป็นเทรนด์มาแรงไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี ซึ่งปี 2025 หลายวงการตั้งแต่ อาหาร เครื่องดื่ม และขนม ลงความเห็นว่าความอร่อยควรมาคู่กับสุขภาพเพื่อเอาใจผู้บริโภคในยุคนี้
ต้นปี 2025 เริ่มต้นเดือนกุมภาพันธ์ได้ไม่นาน ‘ท็อปส์ เดลี่’ (Tops Daily) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เรียกว่าเป็นปรากฎการณ์ในวงการร้านสะดวกซื้อ คือการส่ง ‘Daily Smoothie’ เข้าสู่ตลาดเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในราคา 60 นิดๆ
Daily Smoothie เป็นเครื่องดื่มสมูทตี้ที่ลูกค้าสามารถได้ทำเองจากเครื่องสมูทตี้อัตโนมัติ ซึ่งตอนนี้มีให้เลือก 3 เมนู (ทรอปิคอล ซันไชน์ สมูทตี้, เบอร์รี่ลิเชียส สมูทตี้ และ กรีนพาราไดซ์ สมูทตี้) โดยลูกค้าสามารถหยิบผลไม้แท้ 100% ในตู้แช่เย็นแล้วนำไปเข้าเครื่องด้วยตัวเอง
โมเดลนี้คลับคล้ายคลับคลากับเครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติในประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง 7-Eleven ที่ญี่ปุ่นเริ่มโมเดลนี้ไปแล้วตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งคนไทยที่เคยไปก็น่าจะคุ้นเคยพอเห็นอยู่บ้าง
ดังนั้น การที่ท็อปส์ เดลี่ หยิบโมเดลนี้เข้าสู่ตลาดไทยเป็นเจ้าแรกและยังเป็นเจ้าเดียวในตอนนี้ ถือว่าบุกเบิกตลาดเครื่องดื่มสมูทตี้อยู่เหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันเปิดนำร่องได้ 4 สาขา ได้แก่
-ดิ ออฟฟิศเซส แอท เซ็นทรัลเวิลด์
-สาขาศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ
-สาขากรุงเทพกรีฑา 32
-สำนักงานใหญ่ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น 17)
และเร็วๆ นี้ มีแพลนว่ากำลังจะขยายเพิ่มเติมไปที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งผลตอบรับก็น่าจะดีโดยเฉพาะในจังหวัดที่เป็นพื้นที่แหล่งนักท่องเที่ยว แต่คิดว่าแก้วหนึ่งราคา 65 บาทกับสาขาที่ลูกค้าหาซื้อได้ง่าย สะดวก ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี
‘เมทินี พิศุทธิ์สินธพ’ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น จากปัจจัยด้านสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อม โรคระบาด รวมถึงการดูแลรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ”
“ส่งผลให้เครื่องดื่มสมูทตี้จากผักและผลไม้สดได้รับความนิยมเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ด้วยรสชาติอร่อย ดื่มง่าย สดชื่น อุดมไปด้วยสารอาหารอย่าง วิตามินและแร่ธาตุ ท็อปส์ เดลี่ จึงเล็งเห็นโอกาสพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค”
สำหรับ‘เครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติ’ ที่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อถือว่าเป็นนวัตกรรมที่แปลกใหม่ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้ ก็น่าจะแปลกใจที่ ท็อปส์ เดลี่ จะใช้โมเดลนี้ทำการตลาดให้เป็นที่น่าสนใจและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
เทียบกับราคา 65 บาท และระยะเวลาที่ต้องรอเครื่องทำสมูทตี้ให้ลูกค้าเฉลี่ยประมาณ แก้วละ 1 นาที 30 วินาที ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้ารอได้สบายๆ ถ้าแลกกับสมูทตี้ผลไม้แท้ที่เราเห็นวิธีการทำทุกขั้นตอน ก็คงไม่น่ามีใครปฎิเสธที่จะลองแน่ๆ
คงเหลือแค่เมนูใหม่ที่จะออกหลังจากนี้ รวมถึงสาขาและจังหวัดที่จะไปเจาะตลาด จะมีที่ไหนบ้าง และใช้กลยุทธ์อะไรกระตุ้นยอดขายเพิ่มในสไตล์ ท็อปส์ เดลี่ อันนี้น่าสนใจกว่า